posttoday
ปั่นจีดีพี ด้วยทฤษฏีสองสูง

ปั่นจีดีพี ด้วยทฤษฏีสองสูง

02 มีนาคม 2554

นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศออกมา เรียกได้ว่าเป็นอภิมหาประชานิยมได้เลย โดยใช้แคมเปญ “เดินหน้าต่อไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชน” 

นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศออกมา เรียกได้ว่าเป็นอภิมหาประชานิยมได้เลย โดยใช้แคมเปญ “เดินหน้าต่อไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชน” 

โดย...ทีมข่าวการเงิน

นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ที่ประกาศออกมา เรียกได้ว่าเป็นอภิมหาประชานิยมได้เลย โดยใช้แคมเปญ “เดินหน้าต่อไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชน”

ปั่นจีดีพี ด้วยทฤษฏีสองสูง

แค่นโยบายชุดแรกที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศออกมา 3 ข้อ ก็ฮือฮามากแล้ว คือ 1.การเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำอีก 25% ภายใน 2 ปี ให้เป็นวันละ 300 บาท

2.เพิ่มทุนกู้ยืมดอกเบี้ยต่ำเพื่อการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย 2.5 แสนคนต่อปี

3.การเพิ่มโฉนดชุมชนให้เกษตรกร 2.5 แสนคน

จากการเฝ้าติดตามนโยบายของรัฐบาลนั้น โพสต์ทูเดย์ได้วิเคราะห์มานานแล้วว่า รัฐบาลใช้นโยบายสองสูง ของเจ้าสัวธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานเครือเจริญโภคภัณฑ์ ที่เคยนำเสนอมาก่อนหน้านี้มาบริหารเศรษฐกิจ

ทฤษฎีสองสูงที่ว่านี้ คือ การที่เงินเฟ้อสูงของแพงไม่เป็นไร แต่คนจะต้องมีรายได้สูงเพื่อซื้อของกินของใช้ได้

นั่นก็คือ เมื่อราคาสินค้าเกษตรหรือสินค้าอื่นมีราคาแพง เกษตรกรขายของได้แพง ก็จะมีเงินมาซื้อสินค้าอื่นๆ มาบริโภค ทำให้เศรษฐกิจขยายตัวดี ก็มีการลงทุนเพิ่ม คนมีงานทำ ทุกคนมีแต่ได้กับได้ ไพร่ฟ้าหน้าใสกันทุกคน

รัฐบาลคงคิดสะระตะแล้วว่า แนวคิดนี้ดี จึงนำมาปฏิบัติ ซึ่งมองไปแล้วก็ไม่ต่างกับที่อดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่มีแนวคิด เป็นหนี้ได้แต่ต้องมีรายได้มากพอที่จะจ่ายหนี้

ในความเป็นจริงแล้ว คนเป็นหนี้มีเงินไม่เพียงพอที่จะจ่ายหนี้ สุดท้ายนโยบายการให้เข้าถึงแหล่งเงินกลายเป็นการสร้างหนี้ให้กับประชาชนไปโดยปริยาย

นโยบายสินค้าแพง ค่าแรงก็แพงตาม คือ สองสูง ประชาชนก็จะมีเงินมาซื้อของไม่เดือดร้อนอะไร เงินหมุนในระบบเศรษฐกิจหลายๆ รอบ สุดท้ายอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ก็จะโตขึ้น ปริมาณการค้า การลงทุน การใช้จ่ายภาคเอกชนก็สูงขึ้น

เมื่อพูดว่าจีดีพีปี 2554 จะขยายตัวเพิ่มขึ้น 34% หมายความว่าคนไทยเราบริโภคสินค้าได้เป็นปริมาณเพิ่มขึ้น 4% ไม่ใช่คนไทยมีรายได้เพิ่มขึ้น 4%

รายได้ของคนไทยอาจจะไม่เพิ่มขึ้นเลยก็ได้ หากปีนั้นเกิดภาวะเงินฝืด รายได้ของประชาชนลดลง แต่ราคาสินค้าลดลงเร็วกว่ารายได้ ทำให้ประชาชนสามารถบริโภคได้เพิ่มขึ้น ก็ต้องนับว่าปีนั้นเศรษฐกิจดี

แต่ในทางกลับกัน หากปีนั้นเศรษฐกิจลื่นไหล ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เหมือนที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน รายได้เพิ่มตามไม่ทัน ประชาชนก็อยู่ในภาวะลำบาก ก็จะถือว่าเศรษฐกิจไม่ดี

ที่แน่ๆ ก็คือ หากเรามีเงินเดือนเพิ่มขึ้น 5% และเงินเฟ้อขึ้น 5% สุดท้ายก็เท่ากับว่าเราไม่ได้อะไรเลย เพราะนำเงินเฟ้อไปลบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้นแล้วเท่าเดิม

นั่นเท่ากับว่า แรงงานมีเงินมากขึ้น แต่ซื้อของได้เท่าเดิม ส่วนโรงงานอุตสาหกรรมขายของได้มากขึ้นแต่กำไรก็เท่าเดิม เพราะต้นทุนสูงขึ้นจากการจ่ายค่าแรงและต้นทุนวัตถุดิบ

ฉะนั้น เมื่อไม่มีใครได้อะไร การขยายการลงทุนที่หวังว่าจะเพิ่มก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น

แต่สิ่งที่จะตามมาจากการปั่นจีดีพีให้สูงขึ้นก็คือ ราคาสินทรัพย์ ทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์ จะเพิ่มขึ้นเร็วราวติดจรวด ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้นิยามว่า ฟองสบู่ คือราคาสูงกว่าความเป็นจริง ซึ่งในที่สุดก็จะต้องดับความร้อนแรงด้วยการขึ้นดอกเบี้ย

นอกจากนี้ คนมีรายได้มากขึ้น ก็ไม่ได้หมายความว่าคนจะบริโภคสินค้าในประเทศอย่างเดียว จากที่เคยกินใช้ของโอท็อปก็อาจจะไปซื้อของแบรนด์เนมมาใช้ ทำให้เกิดการขาดดุลการค้าไปอีก

โดยข้อเท็จจริงแล้ว การวัดการเติบโตของเศรษฐกิจ จะวัดกันในเชิงปริมาณ ไม่ใช่อัตราการเติบโตของจีดีพี เศรษฐกิจที่ดีเกิดจากการบริโภคเพิ่มขึ้น และเป็นความต้องการที่แท้จริง ไม่ใช่ความต้องการสินค้าเทียม คือ ถูกปั่นให้บริโภค

นอกจากนี้ ค่าแรงงานได้มีการแบ่งโดยฝีมือแรงงานและประเภทของอาชีพอยู่แล้ว โดยแรงงานมีฝีมือก็จะมีค่าแรงสูงกว่าแรงงานไร้ฝีมือ จะทำให้ค่าแรงงานเท่ากันหมดจึงเป็นไปไม่ได้

สรุปแล้ว คนที่จะได้รับผลกระทบมากที่สุดจากการใช้ทฤษฎีสองสูงนั้น ก็คือ คนชั้นกลาง ที่ยังต้องการก่อร่างสร้างตัวจะซื้อบ้านหรือรถยนต์ ก็จะเจอบ้านแพง รถแพง รายได้จะเพียงพอที่จะซื้ออสังหาริมทรัพย์ที่ดีดตัวสูงขึ้นได้หรือไม่

ฉะนั้น การจะทำนโยบายรัฐสวัสดิการ ประชาวิวัฒน์ หรือ ประชานิยม แล้วแต่จะเรียกกัน ก็ควรจะมองให้ยาวมากกว่ามองระยะสั้น เพื่อให้ชนะการเลือกตั้งแล้ว ทำได้ทุกอย่าง แต่ระยะยาวประเทศชาติจะเป็นอย่างไร ไม่สนใจ เพราะเวลานั้นใครจะเข้ามาบริหารประเทศตามล้างตามเช็ดสิ่งที่รัฐบาลเก่าทำไว้ก็ไม่รู้

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท