
ปชป.งัดทุกกลยุทธ์ เดิมพันศึกเลือกตั้ง
เปิดตัวลุยศึกเลือกตั้ง “เต็มสูบ” หวังสานฝัน 250 เสียง ตามที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ประกาศเดิมพันเก้าอี้นายกฯ สมัยสอง กับภารกิจหินดันประชาธิปัตย์เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลอีกรอบ
เปิดตัวลุยศึกเลือกตั้ง “เต็มสูบ” หวังสานฝัน 250 เสียง ตามที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ประกาศเดิมพันเก้าอี้นายกฯ สมัยสอง กับภารกิจหินดันประชาธิปัตย์เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลอีกรอบ
โดย...ทีมข่าวการเมือง
เปิดตัวลุยศึกเลือกตั้ง “เต็มสูบ” หวังสานฝัน 250 เสียง ตามที่ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” ประกาศเดิมพันเก้าอี้นายกฯ สมัยสอง กับภารกิจหินดันประชาธิปัตย์เป็นแกนนำตั้งรัฐบาลอีกรอบ
ชัดเจนแล้วว่า สัญญาณ “ยุบสภา” ไม่น่าจะยื้อได้เกินครึ่งปีแรก หลัง 3 เงื่อนไขหลักถูกปลดล็อกไปทีละอย่าง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และบรรยากาศบ้านเมือง
งานนี้ “ประชาธิปัตย์” ที่พร้อมกว่าทุกๆ ครั้ง จึงโชว์ความฟิต ชิงจังหวะกระโดดลงสนามเลือกตั้ง กับชุดนโยบายที่ออกมาปูทางระลอกแรก
เริ่มตั้งแต่ตีปี๊บผลงานรัฐบาลช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยการโหมยิงโฆษณาโทรทัศน์ตั้งแต่วันที่ 16 ก.พ. เน้นหนักไปที่ 2 เรื่องหลัก
“เศรษฐกิจชาวบ้าน” ไล่ตั้งแต่การเพิ่มรายได้ เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ การประกันรายได้เกษตรกร ควบคู่ไปกับมาตรการลดค่าใช้จ่าย
“การสร้างความเข้มแข็งทั้งประเทศและประชาชน” ตั้งแต่การเรียนฟรี การขยายเงินทุนการศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย ผ่านเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ
ต่อเนื่องมาด้วยโฆษณาชุด 2 ที่เริ่มออกอากาศตั้งแต่วานนี้ เพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงให้แก่คนในแต่ละช่วงของชีวิต
ยังไม่รวมกับการทิ้งทวนนโยบายกว้านซื้อใจชาวบ้านทุกระดับ ทั้งการขึ้นเงินเดือนครู เงินเดือนตำรวจ การขึ้นเงินเดือนข้าราชการ จนล่าสุดของขวัญ 9 มาตรการที่ออกมาซื้อใจรากหญ้า? แง้มดูแผนเลือกตั้งเที่ยวนี้ของประชาธิปัตย์ ทั้งด้านคน ด้านทุน ด้านยุทธศาสตร์ ล้วนจัดวางคิวแน่นเอี้ยดเตรียมปล่อยของยาวจนถึงวันเลือกตั้ง
เริ่มตั้งแต่การเปิดตัว “เลือดใหม่” ภายใต้โครงการ “รุ่นใหม่ อนาคตไทย” (Future Thai Leaders) จำนวน 255 คน ที่ผ่านการคัดเลือกเข้าโครงการอบรมเป็นผู้นำทางการเมืองรุ่นใหม่
บุคลากรเหล่านี้จะเป็นกำลังหลักต่อไป บางส่วนจะลงสมัคร สส. บางส่วนจะร่วมทีมนโยบายของพรรค และบางส่วนจะช่วยหาเสียง
เชื่อมโยงต่อไปถึงการเปิดโรงเรียนประชาธิปัตย์ ภายใต้การดูแลควบคุมหลักสูตรของ ชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ประธานวอร์รูมของพรรค ที่จะฟูมฟักบุคลากรเหล่านี้ ทั้งทฤษฎี 24 ชม. ปฏิบัติ 10 ชม. หลักสูตรนี้จะปลูกฝังตั้งแต่แนวคิดประชาธิปไตย อุดมการณ์พรรค จนถึงการฝึกพูด
เรื่องความพร้อมในกระสุนดินดำเที่ยวนี้ ประชาธิปัตย์เตรียมจัดงานระดมทุนในวันที่ 8 มี.ค. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ตั้งเป้าไว้ 600 ล้านบาท จากการขายโต๊ะ 300 โต๊ะ ไว้เป็นเงินก้นถุงสำหรับการหาเสียงให้ สส.เที่ยวนี้เฉลี่ยคนละ 1.2 ล้านบาท
ทว่า อีกด้านหนึ่ง สุเทพ เทือกสุบรรณ แม่บ้านประชาธิปัตย์ ผุดไอเดียหาสมาชิกวีไอพี 3,000 คนทั่วประเทศ ที่จะต้องจ่ายเงินสนับสนุนคนละ 1 ล้านบาท แถมยังสามารถผ่อนจ่ายได้ 4 ปี ตกเป็นเงินแค่เดือนละ 2 หมื่นกว่าบาท งานนี้ ถ้าเป็นไปตามที่ตั้งเป้าไว้ก็จะมีเงินสนับสนุนอีก 3,000 ล้านบาท
สมาชิกพรรควีไอพีเหล่านี้ ถือเป็นนวัตกรรมใหม่ทางการเมือง ที่จะเข้ามาทดแทนแก้ปัญหากลุ่มทุนใหญ่ซึ่งบริจาคเงินให้พรรคทีละจำนวนมาก อันจะนำมาสู่เรื่องหนี้บุญคุณ โดยสมาชิกวีไอพีเหล่านี้จะเข้าไปมีสิทธิ มีเสียงติติงในนโยบายพรรคก่อนนำเสนอต่อประชาชน
ส่วนยุทธศาสตร์หาเสียงของพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์และนโยบายเพื่อการเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ จัดวางแคมเปญการเลือกครั้งหน้าในสโลแกน “เดินหน้าต่อไปด้วยนโยบายเพื่อประชาชน” ซึ่งเพิ่งเปิดตัวที่สวนจตุจักร
เป้าหมายการหาเสียงครั้งนี้ ยังเน้นเรื่อง “เศรษฐกิจ” ที่เป็นจุดขายสำคัญของพรรค ที่จะสอดรับต่อยอดกับสิ่งที่ประชาธิปัตย์ปูทาง ครั้งนี้จะเน้นแก้ปัญหาเศรษฐกิจด้วยนโยบาย 3 เพิ่ม คือ 1.เพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้เกินวันละ 300 บาท ยกระดับค่าจ้างทุกสาขาอาชีพได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 25% ใน 2 ปี 2.ประกันราคาสินค้าเกษตรทุกตัว 3.เพิ่มเงินเดือนให้ลูกจ้างพนักงานบริษัท ให้นักเรียนอาชีวะเข้าตลาดแรงงานได้ 100%
พร้อมกำหนดเป้าหมายสำคัญ คือ จะทำให้เศรษฐกิจปี 2554 โต 4.55% และเพิ่มรายได้ครัวเรือนให้มากกว่ารายจ่าย ยกระดับความเป็นอยู่ของคนรากหญ้าให้มาเป็นชนชั้นกลาง รักษาระดับการว่างงานไม่ให้เกิน 2% ตลอดไป
มาจนถึงนโยบายสำคัญของประชาธิปัตย์ คือ การจัดการเรื่องที่ดิน ซึ่งครั้งนี้จะจัดสรรที่ดินทำกินให้เกษตรกร ทั้งปฏิรูปที่ทำกิน โอนโฉนดชุมชนอีก 2.5 แสนครัวเรือน ส่งเสริมการลงทุนระบบราง ลดภาษีนำเข้าเครื่องจักรที่จะช่วยกระตุ้นการสร้างงาน
ส่วนนโยบายด้านสังคม กับการแก้ปัญหายาเสพติด รัฐบาลจะเพิ่มกองกำลังปราบปรามยาเสพติดจำนวน 2,500 นาย พร้อมจัดให้มีกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยจำนวน 2.5 แสนคน ต่อยอดจากนโยบายเรียนฟรี
ต้องยอมรับว่า ชุดนโยบายถือเป็นจุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการทำการบ้านมาเป็นอย่างดี แม้จะติดปัญหาตรงที่อาจไม่โดนใจ หวือหวา เหมือนพรรคไทยรักไทย ดังจะเห็นจากชุดนโยบายเรื่อง “ประชาชนต้องมาก่อน” หรือ “99 วันทำได้จริง” ที่ไม่อาจจุดกระแสดึงดูดความสนใจ
นอกจากเรื่องนโยบายแล้ว จุดแข็งที่พรรคประชาธิปัตย์กำลังยกเครื่องใหม่รองรับการเลือกตั้งเที่ยวนี้ คือ “สาขาพรรค” ซึ่งจะทำให้เป็นศูนย์กลางคอยชี้แจงข้อมูล ตอบโต้ประเด็นที่ถูกโจมตีในพื้นที่ผ่านสมาชิกที่ได้รับการคัดสรรฝึกอบรมมาเป็นอย่างดี และเป็นกำลังหลักในพื้นที่
ที่สำคัญ ช่องทางการสื่อสารที่ประชาธิปัตย์เสียเปรียบ “เสื้อเหลือง” ซึ่งมีเอเอสทีวี “เสื้อแดง” มีช่องเอเชียอัพเดต “เสื้อน้ำเงิน” มีทีวีน้ำเงิน ซึ่งประชาธิปัตย์จะหวังพึ่งสื่อรัฐเพียงอย่างเดียว ก็ไม่อาจเพียงพอในการเข้าถึงชาวบ้าน
พรรคจึงเตรียมผุดทีวีสีฟ้าผ่านการขับเคลื่อนของมูลนิธิรักประชาธิปัตย์ เพื่อเป็นกระบอกเสียง สื่อสารไปถึงชาวบ้าน ผ่านทางเคเบิลทีวี ที่จะเป็นเครื่องมือสำคัญกับการต่อกรรับมือคู่แข่งที่เปิดฉากรอบด้านเวลานี้
งัดทุกกลยุทธ์ ทั้งบก เรือ อากาศ เที่ยวนี้ของประชาธิปัตย์ จึงเป็นการแข่งขันครั้งสำคัญที่ต้องทุ่มเทกันหมดหน้าตัก โดยมีเดิมพันชี้เป็นชี้ตายว่า จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกสมัยได้หรือไม่ ส่วนจะถึงเป้า 250 ตามเป้าของนายกฯ หรือ 199 อย่างที่ กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ ประเมินหรือไม่ คงต้องรอดูผลการเลือกตั้ง ซึ่งใกล้เข้ามาทุกที
อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งครั้งนี้ ถือว่าประชาธิปัตย์ได้เปรียบกว่าทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา







