
ผบ.ตร.ชี้ยังไม่ต้องเพิ่มรปภ.นายกฯ
หลังเกิดเหตุคนประชิดตัวมากขึ้นเกรงไม่ปลอดภัย ชี้นายกฯยังไม่ได้ร้องขอ โวปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
หลังเกิดเหตุคนประชิดตัวมากขึ้นเกรงไม่ปลอดภัย ชี้นายกฯยังไม่ได้ร้องขอ โวปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ผู้บัญชาการตำรวจ (ผบ.ตร.) กล่าวถึงกรณีพบเฮลิค็อปเตอร์ของตำรวจ จอดที่ลานหลังวัดบัวแก้วเกสร อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเผาศพบิดาว่าที่ผู้สมัคร สส.ปทุมธานีเขต 2 ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า จากการตรวจสอบเฮลิค็อปเตอร์ลำดังกล่าว พล.ต.ต. วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภ.จ.ปทุมธานี เป็นผู้ขอมาใช้เพื่อเตรียมไว้กรณีมีเหตุฉุกเฉิน ซึ่งเป็นเรื่องการนำมาใช้งานตามปกติ เมื่อมีความจำเป็นก็สามารถขอใช้ได้ ไม่ได้มีประเด็นอะไร และคงไม่ต้องให้ชี้แจงแต่ออย่างใด ขณะเดียวกันเรื่องดังกล่าว นายกรัฐมนตรีไม่ได้มีการกล่าวตำหนิตามที่เป็นข่าวแต่อย่างใด เพียงแต่ทราบข่าวจากสื่อมวลชนว่ามีการนำเฮลิค็อปเตอร์มา จึงได้สอบถามมายังตนก็เท่านั้น ถือเป็นเรื่องปกติ ไม่มีนัยยะอะไร
ผู้สื่อข่าวถามถึงการปรับมาตรการดูแลความปลอดภัย หลังจากที่ผ่านมาเคยเกิดกรณีที่มีแม่ค้าหมูปิ้ง รวมถึงกลุ่มคนเสื้อแดง สามารถเข้าประชิดตัวนายกรัฐมนตรี พล.ต.อ.วิเชียร กล่าวว่า ก็ต้องไปตรวจสอบว่ามีความบกพร่องตรงไหน แต่บางครั้งบุคคลสำคัญที่เป็นบุคคลสาธารณะ การที่เราจะไปกันหรือไปขวางประชาชนที่มีความเดือดร้อนที่ต้องการเข้าไปขอความช่วยเหลืออาจทำไม่ได้อย่างที่ควรจะเป็น อย่างไรก็ตามหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้นมาเราก็ต้องไปแก้ไข แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการรักษาความปลอดภัยแบบไทย ความใกล้ชิดระหว่างประชาชนกับบุคคลสาธารณะเป็นเรื่องที่เราต้องให้ความสำคัญเช่นเดียวกัน
“เรื่องที่เกิดขึ้นคงไม่ถึงขั้นที่ต้องมีการเพิ่มกำลัง หรือเปลี่ยนตัวบุคคลที่รับผิดชอบในการรักษาความปลอดภัยนายกรัฐมนตรี ซึ่งปกตินายกรัฐมนตรีก็มีทีมรักษาความปลอดภัยโดยเฉพาะอยู่แล้ว แต่ทุกครั้งก็จะมีการประสานงานกับตำรวจท้องที่ทั้งในนครบาลและภูธร ซึ่งปัญหาที่เกิดไม่ใช่เรื่องที่ใหญ่โตอะไรมากนัก ที่ผ่านมาท่านไม่เคยตำหนิ หรือมีการร้องขอเรื่องการเพิ่มกำลังรักษาความปลอดภัย" ผบ.ตร.กล่าวทิ้งท้าย







