
วิปรัฐพร้อมเปิดซักฟอก8มี.ค.
วิปรัฐบาลระบุพร้อมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจฯสัปดาห์หน้าตั้งแต่ 8 มี.ค.เป็นต้นไป แต่ไม่ขอรับปากให้เวลาฝ่ายค้าน 4 วัน พร้อมเตรียมดัน พ.ร.บ.สัญชาติ เข้าสภา 2 มี.ค.นี้
วิปรัฐบาลระบุพร้อมเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจฯสัปดาห์หน้าตั้งแต่ 8 มี.ค.เป็นต้นไป แต่ไม่ขอรับปากให้เวลาฝ่ายค้าน 4 วัน พร้อมเตรียมดัน พ.ร.บ.สัญชาติ เข้าสภา 2 มี.ค.นี้
นายวิทยา แก้วภราดัย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวภายว่าการประชุมว่า เรื่องที่พรรคฝ่ายค้านได้ยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรีฐมนตรีพร้อมการถอดถอนนั้น หากมีการยื่นในวันที่ 1 มี.ค. ในส่วนของวิปคิดว่าน่าจะมีการเปิดอภิปรายได้ในสัปดาห์หน้าตั้งแต่ 8 มี.ค.
อย่างไรก็ตามเรื่องเวลาต้องมีการหารือกันอีกครั้ง ส่วนที่ฝ่ายค้านมา 4 วันนั้น ไม่สามารถรับปากว่าจะให้ได้หรือไม่ เพราะต้องกลับไปดูว่าสมัยที่พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายค้านเราได้เวลาเท่าไหร่ แต่ยืนยันว่าจะไม่ให้ฝ่ายค้านเสียเปรียบแน่นอน ทั้งนี้คงไม่สามารถให้เวลาที่มากเกินไปได้ เพราะจะทำให้การอภิปรายมีแต่น้ำและอาจจะถูกประชาชนตำหนิได้ อย่างไรก็ตามพรรครัฐบาลจะไม่ประมาท
นายวิทยา กล่าวว่า การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวันที่ 2 มี.ค.นี้จะมีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ที่คณะกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว 3 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.องค์กรอิสระเพื่อผู้บริโภค ร่าง พ.ร.บ.เลือกตั้งสมาชิกและผู้บริหารท้องถิ่น และ ร่างพ.ร.บ. การจัดตั้งศาลปกครอง จากนั้นจะต่อด้วยการพิจารณา ร่างพ.ร.บ. ประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต (ป.ป.ช.) ที่ศาลรัฐธรรมนูญระบุให้มีการแก้ไขเพราะยังมีบางมาตราขัดแย้งต่อรัฐธรรมนูญ ต่อด้วยการพิจารณา ร่างพ.ร.บ.สัญชาติ ร่างพ.ร.บ.การชุมนุมในที่สาธารณะ ร่างพ.ร.บ. โรงเรียนเอกชน
นอกจากี้จะมีการพิจารณาการแก้ไขปัญหา กรณีการแต่งตั้งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ ( ปปท.) ที่สภาฯเคยมีมติเห็นชอบกรรมการ 6 คน ไปแล้ว แต่เมื่อส่งไปยังส.ว.ทำให้ส.ว.ทำความเห็นมาว่ามติสภาฯไม่ชอบด้วยกฎหมายรัฐธรรมนุญ เพราะองค์ประชุมไม่ครบ จึงจำเป็นต้องหยิบยกมาพิจารณาว่าการลงมติชอบหรือไม่ หากสภาลงมติว่าไม่ชอบเพราะองค์ประชุมไม่ครบ เรื่องดังกล่าวจะได้ตกไป เป็นหน้าที่ขององค์กรสรรหาขึ้นมาใหม่ ซึ่งหากที่ประชุมเห็นตรงกันว่าขั้นตอนการลงมติผิดพลาดก็จะต้องส่งเรื่องให้กระทรวงยุติธรรมสัญหา ปปท.มาใหม่
ทั้งนี้สำหรับเรื่อง ร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณพ.ศ.2554 ขณะนี้กมธ.พิจารณาเสร็จแล้ว ต้องดูว่าประธานสภาจะให้มีการพิจารณาในวาระ 2-3 เมื่อใด ทั้งนี้การพิจารณาจะมีแค่การถ่ายทอดทางวิทยุเท่านั้น
นายวิทยา กล่าวอีกว่า ทางเครือข่ายภาคีวิชาชีพสุขภาพได้ยื่นหนังสือเพื่อเสนอให้รัฐสภาชะลอร่าง พ.ร.บ. คุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสาธารณสุข ออกไปก่อนแบบถาวร โดยทางวิปได้มอบหมายให้ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ไปหารือกับรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงสาธารณสุข ที่ต้องประชาพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบก่อน เพราะกฎหมายฉบับนี้เป็นกฎหมายที่ทำให้เกิดความขัดแย้งกันมากแบบที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ดังนั้น การพิจารณาเรื่องนี้ให้รอบคอบ







