
รสนาหนุนเปิดเขื่อนปากมูลรักษาระบบนิเวศฯ
ส.ว.กทม.หนุนเปิดเขื่อนปากมูล รักษาระบบนิเวศน์ธรรมชาติ จี้รัฐบาลตั้งฝ่ายวิชาการศึกษาจริงจัง
ส.ว.กทม.หนุนเปิดเขื่อนปากมูล รักษาระบบนิเวศน์ธรรมชาติ จี้รัฐบาลตั้งฝ่ายวิชาการศึกษาจริงจัง
การประชุมวุฒิสภา โดยมีนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภาทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุมประธานได้เปิดโอกาสให้สมาชิกหารือ โดยน.ส.รสนา โตสิตระกูล ส.ว.กทม.กล่าวว่า ปัญหาเขื่อนปากมูลเป็นปัญหาเรื้อรังมานาน ส่งผลกระทบต่อชาวบ้านอย่างยาวนาน จากการศึกษาก่อนมีเขื่อนชาวบ้านออกนอกพื้นที่เพื่อไปหางาน 14.2% ต่อปี หลังการมีเขื่อนมีชาวบ้านออกนอกพื้นที่เพื่อไปหางาน 63.3% ต่อปี โดยังพบอีกว่ารายได้ของชาวบ้านในพื้นที่ที่ลดลงจาก 6.2หมื่นบาทต่อปีในปี 2537 เหลือปีละ 4.6หมื่น บาทในปี 2542 โดยคณะกรรมกรรมการศึกษาเรื่องเขื่อนปากมูลในปี 2543 รายงานผลการศึกษาผลการตอบแทนทางเศรษฐกิจของเขื่อนปากมูลที่มีผลตอบแทนเพียง 7.88% อัตราผลตอบแทนดังกล่าวต่ำกว่าเกณฑ์การลงทุนโดยทั่วไปจึงถือเป็นการลงทุนที่ไม่เกิดประโยชน์
"การเปิดประตูน้ำจะทำให้ระบบนิเวศของพื้นที่และแม่น้ำมูลการเกษตรฟื้นกลับคืน มีคุณภาพ ทำให้พันธุ์ปลาและพันธุ์พืชกลับคืนมามีความหลากหลายทางชีวภาพดังเดิม จริงอยู่การผลิตกระแสไฟฟ้ามีความสำคัญแต่ปัญหาปากท้องของประชาชนมีความสำคัญ ยิ่งกว่า เขื่อนปากมูลมีปัญหาและผลกระทบกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ รัฐบาลมักจะตั้งนักวิชาการเข้ามาศึกษาเวลามีปัญหา และหากผลการศึกษาเรื่องใดมีประโยชน์ต่อตนเองก็จะเร่งดำเนินการ แต่หากผลการศึกษาใดมีประโยชน์ต่อประชาชนรัฐบาลมักจะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมรับ ปัญหาความยากจนและปัญหาความเป็นอยู่เป็นระเบิดเวลาสำคัญ ดังนั้นตนจึงอยากเห็นรัฐบาลได้ดำเนินการตามที่ได้ตั้งนักวิชาการขึ้นมาศึกษา โดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน ตนขอย้ำให้รัฐบาลพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ" น.ส.รสนา กล่าว







