posttoday
ของแพงกระฉูด

ของแพงกระฉูด

28 กุมภาพันธ์ 2554

สินค้าจากถั่วเหลืองมันสำปะหลังปรับราคา10%ทันที/น้ำมันปาล์มยังจำกัดซื้อ

สินค้าจากถั่วเหลืองมันสำปะหลังปรับราคา10%ทันที/น้ำมันปาล์มยังจำกัดซื้อ

สินค้าใช้วัตถุดิบจากถั่วเหลือง หรือมันสำปะหลัง ขึ้นราคาต้น มี.ค.นี้ 10% ส่วนปาล์มขวดยังจำกัดการซื้อ และขายเกิน 47 บาท

ของแพงกระฉูด

รายงานข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ แจ้งว่า มีพ่อค้าแม่ค้าร้องเรียนสินค้าที่ใช้วัตถุดิบจากถั่วเหลือง หรือมันสำปะหลัง ผู้ผลิตได้แจ้งปรับราคาใหม่ เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 10% และมีผลทันทีตั้งแต่ต้นเดือน มี.ค.นี้ เช่น ซอสถั่วเหลือง ปลากระป๋อง ผงชูรส และครีมเทียม เพราะสินค้าดังกล่าวราคายังไม่ชนเพดานที่กระทรวงพาณิชย์อนุมัติ

นอกจากนี้ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด ร้านอาหารตามสั่ง ร้านข้าวแกง และร้านขนม ร้องเรียนว่ายางรัดของ (หนังสติ๊ก) ปรับขึ้นราคาต่อเนื่อง จาก กก.ละ 60 บาท เป็น กก.ละ 180 บาท หรือเพิ่ม 200% แต่ผลักภาระไปให้ผู้บริโภคไม่ได้ ผู้ผลิตยางรัดของอ้างว่าราคายางพาราขึ้น ล่าสุดยางพารา กก.ละ 172 บาท และอาจขึ้นเป็น 200 บาท ทำให้ยางรัดของจะขึ้นอีก เพราะไม่เป็นสินค้าที่กรมการค้าภายในติดตามดูแล

ขณะที่ยางรถยนต์ แม้อยู่ในช่วงขอความร่วมมือตรึงราคา ก็ยังมีการปรับราคาขึ้น โดยยางรถยนต์ที่อยู่ในบัญชีขอความร่วมมือให้ตรึงราคาของกรมการค้าภายใน ส่วนใหญ่เป็นยางไม่กี่ชนิด และไม่ค่อยนิยม โดยเฉพาะยางขอบ 14 นิ้ว แต่ถ้ายางขอบ 1520 นิ้ว จะไม่ควบคุม หรือควบคุมก็จะเป็นชนิดที่คนไม่นิยมใช้ ที่สำคัญหากผู้ผลิตปรับส่วนผสม ก็สามารถปรับราคาเพิ่มขึ้นได้ตลอด

สำหรับน้ำตาลทรายยังมีปัญหาขาดแคลน และขายเกินราคาควบคุมของกรมการค้าภายใน กก.ละ 23.50 บาท โดยขายที่ กก.ละ 28-30 บาท และตามห้างก็จำกัดการซื้อคนละ 13 ถุง จึงต้องการให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เข้ามาแก้ไขเหมือนน้ำมันปาล์ม เนื่องจากปัญหาน้ำตาลทรายขาดแคลนเกิดมาเกินกว่า 1 ปีแล้ว

แหล่งข่าวจากกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า การแก้ปัญหาน้ำตาลทรายต่างจากน้ำมันปาล์ม เพราะตอนนี้ผลผลิตน้ำตาลทรายไม่ได้ขาดตลาด แต่มาจากราคาตลาดโลกสูงกว่าในประเทศ ทำให้เกิดการใช้โควตาผิดประเภท โดยนำโควตา ก สำหรับผู้บริโภค บางส่วนไปใช้ในภาคอุตสาหกรรม และลักลอบขายประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ลาว เวียดนาม กัมพูชา โดยขายกก.ละ 35-40 บาท จนทำให้เกิดขาดแคลน

แนวทางแก้ปัญหาจะต้องให้กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีหน้าที่ดูแลการผลิต และกำหนดโควตาการใช้ทั้งปี ดูแลการจัดสรรให้ลงตัว เพราะไทยเองเป็นผู้ผลิต และส่งออกรายใหญ่ อีกทั้งยังเป็นสินค้าที่มีการแทรกแซงตั้งแต่การผลิต จึงไม่ควรประสบปัญหาขาดตลาดเช่นนี้ ปาล์มขวด ด้านน้ำมันปาล์มขวด หลังกระทรวงพาณิชย์กระจายจุกสีชมพูราคาขวด (1 ลิตร) ละ 47 บาท แบบไม่จำกัดการซื้อ เริ่มวันที่ 26 ก.พ.ที่ผ่านมา ยังพบว่าห้างหลายแห่งยังกำหนดซื้อคนละ 12 ขวด หรือจำกัดเฉพาะลูกค้าที่เป็นร้านค้าส่งซื้อจำนวนมาก ขณะตลาดสดที่ได้จัดสรรไป 30% ของโครงการ ในตลาดยังพบขายเกินราคาลิตรละกว่า 60 บาท

พร้อมนโนบายไม่จำกัดจำนวนการซื้อต่อครอบครัว หลังสินค้าวิกฤติขาดแคลนนานร่วม 4 เดือน ล่าสุดห้างค้าปลีกขนาดใหญ่หลายรายได้นำน้ำมันปาล์มจุกสีชมพูออกวางจำหน่าย โดยประชาชนได้แห่ออกมาซื้อสินค้าและหมดลงอย่างรวดเร็ว ขณะที่ห้างคาร์ฟูร์ สาขาลาดพร้าว ไม่ได้จำกัดการซื้อปลีกรายย่อยแต่ควบคุมจำนวนสำหรับผู้ค้าส่ง ส่วนท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต ยังจำกัดการซื้อครอบครัวละ1ขวดเช่นเดียวกับบิ๊กซี ด้านซูเปอร์มาร์เก็ตโฮมเฟรชมาร์ท สาขาเดอะมอลล์ ท่าพระ พบว่าทั้งน้ำมันปาล์ม และน้ำมันถั่วเหลืองหมดลงในเวลารวดเร็วเช่นกัน เพราะไม่จำกัดการซื้อ และประชาชนเริ่มหันไปซื้อน้ำมันเมล็ดทานตะวันแทนบ้างแล้ว ส่วนร้านค้าปลีกรายย่อย ระบุว่าน้ำมันล็อตใหม่ของรัฐบาลผู้ผลิตจะส่งให้ห้างค้าปลีกรายใหญ่เป็นหลักสัดส่วนกว่า70% ส่วนที่เหลือส่งให้ศาลากลางต่างจังหวัดต่างๆสัดส่วน 30% ซึ่งร้านค้ารายย่อยต้องไปขอโควตาจากศาลากลางจังหวัด พร้อมระบุว่านโยบายดังกล่าวไม่เป็นธรรม

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท