
ให้ประกันแดงปรองดองรับเลิอกตั้ง
ให้ประกันแกนนำแดงลอบสองมาตรฐาน-ปรองดองรับเลือกตั้ง
ให้ประกันแกนนำแดงลอบสองมาตรฐาน-ปรองดองรับเลือกตั้ง
การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวอย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการใช้วาทกรรมสองมาตรฐานที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้ใช้เป็นวาทกรรมเคลื่อนไหวทางการเมืองมาอย่างยาวนาน ในที่สุดเมื่อวันที่ 22 ก.พ. ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ได้มีคำสั่งให้ปล่อยตัว 8 แกนนำ นปช. ที่ถูกคุมขังในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้ายมานานกว่า 9 เดือน
ประกอบด้วย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นพ.เหวง โตจิราการ นายก่อแก้ว พิกุลทอง นายนิสิต สินธุไพร นายขวัญชัย ไพรพนา นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไทย นายยศวริศชูกล่อม หรือเจ๋ง ดอกจิก นายภูมิกิติ หรือพิเชษฐ์ สุขจินดาทอง โดยตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท โดยมีเงื่อนไขไม่ให้กระทำการอันเป็นการยั่วยุ ปลุกปั่น ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วนหรือห้ามเดินทางออกนอกประเทศ
มีการวิเคราะห์กันว่าเหตุที่แกนนำ นปช.ได้รับการปล่อยตัว เป็นผลจากการสร้างบรรยากาศความปรองดองของ “กลุ่มอำนาจนำ” ต่างๆ ในประเทศไทย กลุ่มบิ๊กกองทัพ แกนนำพรรคร่วม แกนนำ 111 ไทยรักไทย ที่คอยเป็นตัวการเชื่อมสัญญาณต่อไปยัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่ดูไบ ว่าการเคลื่อนไหวจากนี้ไปต้องอยู่ในกรอบกติกา ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่โจมตีสถาบัน และควรมุ่งหน้าสู่การเลือกตั้งให้การเมืองเข้าระบบและปรองดอง ทั้งนี้ต้องติดตามว่าจะเป็นเช่นนั้นได้หรือไม่
เพราะแม้จะได้รับการประกันตัวแล้ว แต่แกนนำคนเสื้อแดงยังไม่ยุติการเคลื่อนไหวตามที่สังคมคาดหวังแต่อย่างใด ตรงกันข้าม อาจจะมีการเคลื่อนไหวที่แรงขึ้น โดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ นปช. ระบุว่า จะยังมีการชุมนุมต่อไป โดยวันที่ 12 มี.ค.แกนนำทั้งหมดที่ได้รับการประกันตัวจะร่วมชุมนุมด้วย เพื่อต่อต้านการรัฐประหาร คัดค้านสงครามและทวงคืนความยุติธรรม โดย นพ.เหวง กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งที่เวทีชั่วคราวเสื้อแดง จ.ขอนแก่น ว่า คนเสื้อแดงจะต้องมีภารกิจหลัก คือ โค่นล้มระบบอำมาตยาธิปไตยให้สิ้นไปจากแผ่นดินไทยไม่ช้าก็เร็วให้ได้
นอกจากนี้ ทันทีที่ได้รับการประกันตัว นายขวัญชัย ประกาศว่า 7 แกนนำนปช.จะลงสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย เพื่อจะได้มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ไม่ต้องคุมขังในสมัยประชุมสภา เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ติดคุกเหมือนนายจตุพร โดยนายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล สส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เห็นด้วยที่แกนนำคนเสื้อแดงที่ถูกปล่อยตัวควรได้ลงสมัคร สส. เพราะเป็นคนที่ให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยมาโดยตลอด
แต่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธานกลุ่ม นปช. ระบุว่า การเสนอให้แกนนำกลุ่ม นปช.ลงสมัครรับเลือกตั้ง เป็นเพียงแค่การเสนอทางเลือกให้ช่องทางหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าแกนนำ นปช.ทุกคนจะต้องไปลงทุกคน อาจจะมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าก็ได้ ขณะที่ทั้งหมดนี้ต้องติดตามว่า ท้ายที่สุดแล้ว ทั้ง 7 คนจะสมหวังหรือไม่ เพราะเรื่องการจัดสรรปาร์ตี้ลิสต์ให้พอใจทุกคน คงยาก และต้องจับตาว่าทั้งพรรคเพื่อไทยและเสื้อแดงจะแตกกระเพื่อมหนักหรือไม่ เพราะเป็นที่รู้กันว่าทั้งคนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยมีทั้งอยากและไม่อยากให้การเคลื่อนไหวผูกติดกับพรรคเพื่อไทยแบบนี้
เช้าวันเดียวกัน พ.ต.ท.มานะ มหาศะรานนท์ พนักงานสอบสวน สบ 2 สน.โชคชัย ได้ควบคุมตัว นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ หรือ สุรชัย แซ่ด่าน อายุ 68 ปี แกนนำกลุ่มแดงสยาม ผู้ต้องหาคดีหมิ่นสถาบัน ด้วยการจัดงาน “เสวนาตาสว่าง” โดยไม่ให้ประกันตัวผู้ต้องหา เนื่องจากเป็นคดีความผิดต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
ขณะเดียวกันที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เช่น พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายประพันธ์ คูณมี นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ นายรักษ์ รักษ์พงษ์ หรือสมณะโพธิรักษ์ นายสุริยะใส กตะศิลา นายเทิดภูมิ ใจดี นายพิภพ ธงไชย ได้ไปรับทราบข้อกล่าวหาฝ่าฝืน พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด ทั้งนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯ กว่า 1 เดือนที่ผ่านมาจะจบลงอย่างไร
อีกหนึ่งประเด็นร้อนเกิดขึ้นระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 24 ก.พ. ซึ่งมีการอภิปรายรายงานแสดงผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐ แต่ไฮไลต์ของการอภิปรายครั้งนี้ อยู่ที่เรื่องการถือสองสัญชาติของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ที่เปิดประเด็นโดยนายจตุพร โดยนายอภิสิทธิ์ยอมรับว่าไม่เคยทำเรื่องสละสัญชาติอังกฤษ เพราะตั้งใจถือสัญชาติไทย พร้อมกับท้าด้วยว่า พร้อมที่จะสละสัญชาติ แต่ต้องให้คนที่เคยขอสัญชาติอื่นเพื่อลี้ภัย หรือคนที่ถือพาสปอร์ตหลายเล่มสละด้วย
ขณะที่ความคืบหน้าการแก้ปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา นายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ กล่าวภายหลังการประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียนอย่างไม่เป็นทางการ ที่ประเทศอินโดนีเซีย ว่า ไทยและกัมพูชายอมรับที่จะให้มีผู้สังเกตการณ์ของอาเซียนจากอินโดนีเซีย ไทยและกัมพูชา ฝ่ายละ 15 คน มีหน้าที่สังเกตการณ์บริเวณโดยรอบปราสาทพระวิหาร และต้องหลีกเลี่ยงการปะทะกัน โดยทั้งสองฝ่ายจะเดินหน้าแก้ปัญหาเจรจาระดับทวิภาคี ผ่านคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา (เจบีซี) ต่อไป
ล่าสุด นายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ และ น.ส.ราตรี พิพัฒนาไพบูรณ์ ได้ลงนามในเอกสารขออภัยโทษแล้ว ขณะที่นายอภิสิทธิ์ ระบุว่า ได้บอกกับตัวแทนยูเนสโกที่มาพบว่า ให้หยุดเอาไว้ก่อน ซึ่งคิดว่าทางยูเนสโกคงจะมีการเลื่อนเพื่อให้ไทยและกัมพูชามาคุยกัน ถ้าปลดล็อกตรงนี้ได้แล้วก็กลับมาสู่ระบบการบริหารร่วมกันทั้งสองฝ่าย จะง่ายที่สุด







