
แรงงานย่าโมขุดทองลิเบีย
ลิเบียนองเลือด กระทบหมู่บ้านลิเบียโคราช หลังคนงานกว่า 2,000 แห่ขุดทอง
ลิเบียนองเลือด กระทบหมู่บ้านลิเบียโคราช หลังคนงานกว่า 2,000 แห่ขุดทอง
ความวุ่นวายความไม่สงบในประเทศลิเบีย ไม่ได้มีเพียงแค่ชาวละเบียเท่านั้นที่ได้รับความเดือดร้อน แต่ชาวต่างชาติอีกหลายประเทศที่เข้าไปขุดทองทำงานในฐานะคนงานหลายชาติ ก็ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุความไม่สงบในครั้งนี้ด้วย เช่นเดียวกับคนไทยก็แห่ไปขุดทองในลิเบียกว่า 2 หมื่นคนซึ่งจำนวนไม่ใช่น้อย
สำหรับจ.นครราชสีมา ก็มีคนไทยไปขุดทองกว่า 2,000 คน หลังจากเกิดเหตุการณ์จลาจลญาติพี่น้องก็ได้แจ้งกรมการจัดหางานเพื่อขอให้นำญาติพี่น้อยกลับประเทศแล้วกว่า 400 ราย ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ถือเป็นอีกตำบลหนึ่งที่มีแรงงานไทยไปขุดทองลิเบียกว่า 130 คน จาก 15 หมู่บ้าน ส่งผลให้ญาติพี่น้องต่างเฝ้ารอสามีอันเป็นที่รักของภรรยา พ่ออันเป็นที่รักลูกด้วยความคิดถึงกลับมาบ้าน ใครที่ยังไม่สามารถติดต่อญาติได้ก็ได้แต่เฝ้ารอ ทำได้เพียงนำรูปถ่ายที่ทำงานลิเบียมานั่งดู เพื่อรอฟังข่าวการช่วยเหลือนำตัวกลับประเทศ
นางละไม คลังดี ชาวบ้านหลุ่งประดู่ หมู่ที่1 ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง จ.นครราชสีมา ภรรยาของนายธนิก คลังดี บอกว่า สามีเดินทางไปทำงานที่ลิเบีย ได้ประมาณ 1 ปี 2 เดือน มีอาชีพขับรถบรรทุกท่อ อยู่หากจากตัวเมืองกว่า 10 กิโลเมตร ได้เงินเดือนประมาณ 18,000 -20,000 บาท/เดือน สามีจะส่งเงินมาให้ 3 เดือน 1 ครั้ง ครั้งละ 25,000 บาท
ล่าสุดได้โทรไปหาสามีเมื่อวันที่ 22 ก.พ.สอบถามว่ากินข้าวยัง สามีบอกว่ายังไม้ได้กินข้าวเลย และจู่ๆ สัญญาณโทรศัพท์ ก็ตัดขาด จนกระทั้งถึงทุกวันนี้ ยังไม่สามารถติดต่อสามีได้อีก ก็พยายามโทรศัพท์ติดต่ออยู่ตลอดเวลา เนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัย ยอมรับว่าเป็นห่วงสามีมาก แต่ไม่สามารถทำอะไรได้เพียงแต่นั่งภาวนาขอให้ปลอดภัยทุกอย่างขอให้ได้เดินทางกลับมาบ้านเร็ว
ทุกวันนี้เธอต้องคอยบอกกับลูกว่า เดี๋ยวพ่อก็ได้กลับมาหาแล้ว แต่จากการสอบถามญาติที่ไปทำงานที่ลิเบียพร้อมสามี บอกว่าก่อนเกิดเหตุการณ์ปะทะสามารถติดต่อสามีของเธอได้ แต่ปัจจุบันไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย เมื่อเธอได้ยินเช่นนี้ยิ่งทำให้เป็นห่วงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า เธอจึงร้องขอให้รัฐบาลเร่งให้ความช่วยเหลือคนไทยในประเทศลิเบีย เป็นการเร่งด่วน เพื่อให้ครอบครัวได้อยู่กันอย่างมีความสุข สำหรับเรื่องหนี้สินที่ต้องกู้จาก สหกรณ์เพื่อการเกษตรมาให้สามีเป็นค่าเดินทางไปทำงานก็ไม่ห่วงแล้วเพราต้องการให้สามีกลับมาบ้านอย่างปลอดภัยเท่านั้น
นายวิจักร พลแสน ชาวบ้านหลุ่งประดู่ หมู่ที่1 ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง บิดาของแรงงานไปทำงานลิเบีย 2 คน กล่าวว่า ลูกชายคนโตกำลังขึ้นเรือไปยังประเทศอินเดีย เพื่อรอขึ้นเครื่องบินกลับมาไทย แต่ก็เป็นห่วงเพียงลูกคนเล็ก ไปทำงานเป็นช่างซ่อมบำรุงในโรงงานแห่งหนึ่งยังไม่สามารถติดต่อได้ตั้งแต่วันที่เกิดเหตุการการณ์ปะทะ ไม่สามารถรู้ได้ว่าลูกคนเล็กอยู่ที่ไหน จึงอยากวิงวอนรัฐบาลให้ช่วยเหลือให้กลับมาโดยเร็ว
ขณะที่ นางบุญยัง ปิตุสมบัติ ชาวบ้านหลุ่งประดู่ หมู่ที่1 ต.หลุ่งประดู่ อ.ห้วยแถลง อีกคนบอกว่า สามีคือ นายอรรคพล โชรัตนะมงคล ไปทำงานที่ลิเบีย ได้ 1 ปี 2 เดือน ทำหน้าที่ขับรถซีแพคอยู่ห่างจากตัวเมือ 5 กิโลเมตร ได้เงินเดือน 23,000 บาท 3 เดือนจะส่งเงินกลับบ้านครั้งละ 40,000 บาท ขณะนี้อยู่ในแคมป์คนงานอาหารก็มีแค่ขนมปังและมาม่า เสื้อผ้าก็มีชุดเดียวที่ใส่มาทำงาน ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 24 ก.พ. สามีโทรศัพท์มบอกว่าไม่ต้องเป็นห่วง ทางบริษัทดูแลอย่างดี แต่เสบียงที่เก็บไว้ใกล้จะหมดลง
อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลของจัดหางานจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงจำนวนคนแรงงานไทยที่ไปทำงานในประเทศลิเบีย มีจำนวนกว่า 2 พันคน ซึ่งมีญาติแรงงานไทยเข้าแจ้งความจำนงให้ช่วยเหลือแรงงานไทยมออกมามากที่สุด ตั้งแต่วันที่ 23 -25 ก.พ.54 ประกอบด้วย อ.ประทาย 187 ราย อ.จักราช 169 ราย และอ.ห้วยแถลง 105 ราย นี้เป็นเพียงชีวิตคนงานไทยลูกหลานย่าโมที่ไปขุดทองยังลิเบีย







