
ปูนบำเหน็จ สู้เพื่อนาย เพื่อไทยเสี่ยงแตก
เข้าสู่โหมดเลือกตั้งรับทุกพรรคจัดขบวนตามโครงสร้างใหม่ สส.เขต 375 + สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 125
เข้าสู่โหมดเลือกตั้งรับทุกพรรคจัดขบวนตามโครงสร้างใหม่ สส.เขต 375 + สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 125
โดย...ทีมข่าวการเมือง
เข้าสู่โหมดเลือกตั้งรับทุกพรรคจัดขบวนตามโครงสร้างใหม่ สส.เขต 375 + สส.ปาร์ตี้ลิสต์ 125
ช่วงเวลายุบสภาตามสัญญาของ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ คือ ระหว่างเดือน มิ.ย.ก.ค. หรืออีก 4 เดือนจากนี้
“ทักษิณ ชินวัตร” หัวขบวนใหญ่เพื่อไทยและเสื้อแดง สั่งการให้พรรคโกย สส.ให้มากที่สุด จะได้จัดตั้งรัฐบาลและพาเขากลับประเทศ ล่าสุดวิดีโอลิงก์บอกกับ สส.ในการประชุมพรรควันอังคารที่ผ่านมา
“ครั้งนี้จะแพ้ไม่ได้ เพราะผมอยากจะกลับบ้านแล้ว แต่ถ้า สส.สอบตกมาก ผมก็ไม่ได้กลับบ้าน พวกท่านชนะ ผมก็ชนะด้วย ท่านแพ้ ผมก็แพ้ด้วย ผมก็เอาใจช่วยทุกคนให้ชนะ ช่วยคิด ช่วยทำนโยบายที่จะทำให้ทุกคนมาเป็นผู้แทนอีก การเลือกตั้งครั้งหน้ามี 500 คน เราได้เกิน 250 แน่”
“ผมอยากให้เราเตรียมความพร้อมระบบเขต พื้นที่ไหนทับซ้อนก็ต้องคุยให้จบ ทราบว่ามีการทำโพลแล้ว แต่ถ้าใครไม่ลงพื้นที่ ก็อาจไม่ได้ลงอีก”
ในกติกาการเลือกตั้งใหม่ที่เพิ่งมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จำนวน สส.จะเพิ่มเป็น 500 คน จากปัจจุบัน 480 คน พรรคเพื่อไทยตั้งเป้าหากจะได้จัดตั้งรัฐบาลแน่ๆ ต้องได้เสียงเกินกึ่งหนึ่งคือ 250 ขึ้นไป เพื่อป้องกันอำนาจนอกระบบเข้าแทรกแซง
ต่ำสุดคือ 230 เสียง พอกล้อมแกล้มปิดทางไม่ให้พรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลได้
แกนนำเพื่อไทยวิเคราะห์ว่า ตัวเลข 230-250 ไม่ใช่เรื่องยากเกินไป โดยเฉพาะ สส.เขต แต่ที่หนักใจ คือ พื้นที่ กทม.ที่พรรคประชาธิปัตย์ครองคะแนนนิยมอยู่ ทว่าพฤติกรรมคนกรุงที่วูบวาบ เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยยังจะมีโอกาสที่จะได้คะแนนในเมือง หากตีรัฐบาลเรื่องทุจริตและปัญหาสินค้าราคาแพงหนักๆ
ส่วนระบบปาร์ตี้ลิสต์ 125 คน เคาะแล้ว โซนที่ปลอดภัยสุด คือ 50 อันดับแรก คำนวณจากผลการเลือกตั้งครั้งที่แล้วที่พรรคพลังประชาชนได้คะแนนสัดส่วน 43% ซึ่งหากเทียบเป็นจำนวน 125 ที่นั่ง จะอยู่ที่ 50-60 อันดับแรก ที่จะได้รับเลือกค่อนข้างแน่
พรรคเพื่อไทยปัจจุบันได้ข้อสรุปเรื่อง สส.เขตแล้ว 80% ส่วน 20% ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ที่ภาคเหนือและภาคอีสาน ในจังหวัดที่ถูกเฉือนที่นั่งจากผลของการเปลี่ยนตั้งระบบเลือก
แต่ที่เป็นปัญหาหนัก คือ ระบบปาร์ตี้ลิสต์ 125 คน เพราะนายใหญ่ต้องจัดที่นั่งให้แกนนำมากมาย ไม่ว่ากลุ่มผู้ใหญ่ในพรรค เช่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ยงยุทธ วิชัยดิษฐ ปลอดประสพ สุรัสวดี เหล่านี้เป็นตัวยืนแน่ๆ ไม่เกิน 30 อันดับแรก
กลุ่มเครือญาติชินวัตร อย่าง “ยิ่งลักษณ์พายัพพล.อ.ชัยสิทธิ์เยาวเรศ” นับแล้วร่วมสิบ โดยเฉพาะยิ่งลักษณ์น้องสาว เต็งอันดับ 1 ปาร์ตี้ลิสต์ตัวยืนชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี
กลุ่มแกนนำรายอื่นที่เป็นนายทุนรายเล็ก รายใหญ่ รวมถึงตัวยืนที่เคยลงระบบสัดส่วนในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา เช่น คณะกรรมการชุดต่างๆ ของพรรค ไม่ว่าคณะกรรมการบริหารพรรค คณะกรรมการยุทธศาสตร์อีกประมาณ 20-30 คน
แค่นี้ต้องเบียดกันหน้าเขียว จนคนที่เป็นตัวยืนปัจจุบันยังผวาว่า จะยัดกันอย่างไรให้อยู่ในโซนปลอดภัย 50-60 อันดับแรก
ที่ต้องเผชิญกับปัญหาใหม่ คือ สส.เขตในจังหวัดที่ถูกริบเก้าอี้จากผลของการเปลี่ยนระบบเลือกตั้งอีกกว่า 10 คน ซึ่งพรรคให้ สส.ในจังหวัดเหล่านี้ไปตกลงกันเองว่า
ใครจะยอมเสียสละขึ้นปาร์ตี้ลิสต์!
ปัญหาคนล้นพรรค ยัดไม่ลงปาร์ตี้ลิสต์ ทำให้ สส.เพื่อไทยบางรายที่คอนเนกชันไม่ถึงนายใหญ่ต้องหนีตาย ย้ายไปอยู่พรรคอื่นกลายเป็นกลุ่มงูเห่าในขณะนี้ แต่ก็ยังมี สส.หลายรายที่เป็นคนสำคัญของพรรคอยู่ระหว่างการเจรจากับน้องๆ ทักษิณ เพื่อขออยู่ในบัญชีลำดับต้น หากไม่ได้ก็อาจยกก๊วนหนี เป็นรอยร้าวในพรรคอยู่
ทั้งหมดอยู่ที่ทักษิณ จะเคาะว่าจะให้ใครอยู่ลำดับไหน ใครทุ่มเท ลงขัน สู้หนักในสภา และช่วยม็อบแดงนอกสภา ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมากน้อยแค่ไหน จะได้รับตอบแทนอย่างคุ้มค่า อย่างน้อยคือ ตำแหน่ง สส.ปาร์ตี้ลิสต์แน่ๆ
อย่าลืมว่า ที่ผ่านมาเครือข่ายทักษิณได้ทุ่มสรรพกำลังอย่างสาหัสสากรรจ์ หลายคนบาดเจ็บมีคดีติดตัวมากมาย จึงหวังได้ปูนบำเหน็จในเก้าอี้ สส.ตอบแทน หากที่สุดแล้วรู้ว่าถูกหลอกใช้ ไม่ได้เป็น สส. ก็คงได้เห็นมหกรรมแฉในพรรคเพื่อไทยแน่ จนอาจตามรอยพรรคพลังประชาชนที่แตกเละในยุค สมัคร สุนทรเวช
ล่าสุด “ขวัญชัย ไพรพนา” ระบุว่า 7 แกนนำ นปช.ได้มีมติตั้งแต่อยู่ในคุกว่า จะลงสมัคร สส.ปาร์ตี้ลิสต์ พรรคเพื่อไทย เพื่อจะได้มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ไม่ต้องคุมขังในสมัยประชุมสภา เป็นเกราะป้องกันไม่ให้ติดคุก เหมือน “จตุพร พรหมพันธุ์”
ปฏิบัติการ “สู้เพี่อนาย” สร้างประชาธิปไตยสีแดง จนติดคดีก่อการร้ายที่มีโทษความผิดถึงขั้นประหารชีวิต ต้องมานอนในเรือนจำ 9 เดือน ยังไงก็ต้องตอบแทนแบบจัดหนักให้คุ้มค่า
ไม่เฉพาะ 7 แกนนำ แต่ยังมีแนวรบเสื้อแดง จ่อสมัครปาร์ตี้ลิสต์อีกนับสิบ รวมถึงแดงฮาร์ดคอร์ที่ยังหนีอยู่ ซึ่งจตุพรเตรียมนำมามอบตัวในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เพื่อให้ได้เอกสิทธิ์คุ้มครองเมื่อเป็น สส.
เป็นเรื่องยากที่ทักษิณจะกล้าปฏิเสธแกนนำเสื้อแดง เพราะคนกลุ่มนี้ถือเป็นด่านหน้าในสนามรบ จนต้องระหกระเหินอย่างที่เห็น แต่หากทักษิณเกิดเหี้ยมขึ้นมา ไม่สนใจใครจะกดดันหรือต้องตอบแทนให้เสื้อแดง หรือพวกสุสานในพรรค
ทว่า งานนี้คงได้เห็นบิ๊กพรรคเพื่อไทยระเบิดแตกแน่ เพราะไม่มีทางที่นายใหญ่จะจัดสรรลงปาร์ตี้ลิสต์ให้พอใจทุกคน หลายคนอาจต้องหลุด “โซนปลอดภัย” ไปอยู่ใน “โซนอันตราย” โดยถูกกล่อมว่า ถ้าได้เป็นรัฐบาล ก็จะเลื่อนลำดับปาร์ตี้ลิสต์จนได้เป็น สส.แน่นอน เพราะจะมี สส. ปาร์ตี้ลิสต์ออกไปเป็นรัฐมนตรี
นี่เป็นบททดสอบแรกของพรรคเพื่อไทย ก่อนจะได้เป็นรัฐบาล
เข้าสู่โหมดตอบแทนผู้มีอุปการคุณที่มากมายหลายเหล่ากอ หากจัดสรรผลประโยชน์ให้กับกลุ่มต่างๆ ไม่ลงตัว ก็เลิกฝันที่จะได้เป็นรัฐบาล







