
แดงยังแรงในระบบ ปรองดองสู่เลือกตั้ง
นับเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ความขัดแย้งการเมืองไทย เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำ นปช.และแนวร่วม ซึ่งตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้าย หลังทนายความเสื้อแดงได้ยื่นขอประกันตัวมาหลายครั้ง รวมแล้ว 7 แกนนำ นปช.ติดอยู่ในเรือนจำร่วม 9 เดือน
นับเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ความขัดแย้งการเมืองไทย เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำ นปช.และแนวร่วม ซึ่งตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้าย หลังทนายความเสื้อแดงได้ยื่นขอประกันตัวมาหลายครั้ง รวมแล้ว 7 แกนนำ นปช.ติดอยู่ในเรือนจำร่วม 9 เดือน
โดย...ทีมข่าวการเมือง
นับเป็นจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ความขัดแย้งการเมืองไทย เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว 7 แกนนำ นปช.และแนวร่วม ซึ่งตกเป็นจำเลยคดีก่อการร้าย หลังทนายความเสื้อแดงได้ยื่นขอประกันตัวมาหลายครั้ง รวมแล้ว 7 แกนนำ นปช.ติดอยู่ในเรือนจำร่วม 9 เดือน
ศาลมีเงื่อนไขในการปล่อยตัวว่า ห้ามกระทำการอันเป็นการยั่วยุ ปลุกระดม เพื่อให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ทำให้เกิดความไม่สงบขึ้น หรือให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน และห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่ศาลจะอนุญาต
เป็นเงื่อนไขที่เปิดกว้างให้อิสระกับแกนนำ นปช.พอควร เมื่อเทียบกับกรณี “วีระ มุสิกพงศ์” อดีตประธาน นปช. ที่ได้รับการปล่อยตัวคนแรกเมื่อ 7 เดือนก่อน ซึ่งศาลตีกรอบเข้ม ห้ามออกนอกประเทศ ให้อยู่ใน กทม. ต้องไม่เข้าร่วมการชุมนุม งดให้ข่าวและต้องมารายงานตัวทุก 15 วัน พร้อมกับตีราคาประกันสูงถึง 6 ล้านบาท ขณะที่ 7 แกนนำ นปช.ตีราคาประกันคนละ 6 แสนบาท
การที่แกนนำ นปช.ได้รับการปล่อยตัว เป็นผลจากการสร้างบรรยากาศความปรองดองของ “กลุ่มอำนาจนำ” ต่างๆ ในประเทศไทย ที่ได้เดินสายเจรจาในวงลับตลอดร่วมครึ่งปี ไม่ว่าการพูดคุยระหว่าง กลุ่มบิ๊กกองทัพ แกนนำพรรคร่วม ฝ่ายจารีต แกนนำ 111 ไทยรักไทย ที่คอยเป็นตัวการเชื่อมสัญญาณต่อไปยัง ทักษิณ ชินวัตรที่ดูไบ
โดยเห็นว่า หากแกนนำ นปช.ยังถูกคุมขังต่อไป ความขัดแย้งทางการเมืองก็ไม่มีทางคลี่คลายลง ขณะเดียวกันขบวนการเสื้อแดงนับวันยิ่งเติบใหญ่จนคุมไม่อยู่ ลามไปถึงการหมิ่นสถาบันอย่างหนักหน่วง เนื่องจากเสื้อแดงมีหลายกลุ่ม ทั้งแดงสยาม วันอาทิตย์สีแดง หรือแดงระดับจังหวัดกลุ่มต่างๆ ที่ไม่ขึ้นกับใคร
การชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงประจำเดือนที่ผ่านมา มีหลายกลุ่มที่ร่วมขับเคลื่อนจนไม่รู้ใครเป็นใคร มีการขายเสื้อสกรีนข้อความที่กระทบกระเทียบสถาบัน บางครั้งก็ขึ้นป้ายเชิงสัญลักษณ์โจมตีจนพบเห็นไปทั่ว จนฝ่ายความมั่นคงเองก็ควบคุมไม่อยู่
แต่เสื้อแดงกลุ่มใหญ่ที่สุดวันนี้ ยังเป็นเสื้อแดง นปช.ของ ทักษิณ ชินวัตร จึงมีข้อตกลงภายในว่า หากแกนนำได้รับการปล่อยตัว ก็จะให้ไปคุม พูดจากับมวลชนเสื้อแดงให้เคลื่อนไหวในกรอบกติกา ไม่ใช้ความรุนแรง ไม่ลามไปโจมตีสถาบัน
อีกด้านก็หวังลดกระแสกลุ่ม “แดงสยาม” ที่กำลังแตกหน่อความคิดมากมายในโลกโซเชียลมีเดีย ซึ่งก็ประจวบเหมาะที่เหมือนจงใจ เพราะก่อนที่แกนนำ นปช.จะได้รับการปล่อยตัวไม่ถึง 24 ชั่วโมง “สุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์” หรือ “สุรชัย แซ่ด่าน” แกนนำกลุ่มแดงสยาม ถูกตำรวจจับกุมด้วยข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ทั้งที่ไปปราศรัยเมื่อหลายเดือนมาแล้ว และไม่ได้หลบหนีไปไหน ซึ่งพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการขอประกันตัว
ไม่แปลกที่นักวิชาการสายแดงสยาม มองว่า นี่เป็นแผนสมคบคิดระหว่างรัฐกับแกนนำ นปช. โดยยืมมือแดง นปช. เพื่อลดกระแสกลุ่มแดงสยามที่เคลื่อนไหวล่อแหลม นอกกรอบระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
อีกด้าน ทีมทนายเสื้อแดงวิเคราะห์ว่า ปัจจัยภายนอกที่เอื้อให้แกนนำ นปช.ได้รับการปล่อยตัวหมดและเร็วกว่าที่คาดไว้ เพราะกระแสการลุกฮือของประชาชนที่ออกมาขับไล่ผู้นำเผด็จการในตะวันออกกลางและแอฟริกาเหนือ ซึ่งก่อตัวเป็นโดมิโนอยู่ในหลายประเทศ
นี่เป็นกระแสใหญ่ ที่หากยังปล่อยให้มีการชุมนุมของคนเสื้อแดงเรื่อยๆ ในภาวะที่ถูกกดทับจากประเด็นสองมาตรฐาน ก็จะขยายวงกว้างขึ้น และอาจกระเทือนต่อสถาบันสำคัญของประเทศ ขณะที่ปัจจัยภายในเองก็สุกงอมเต็มที เพราะเข้าสู่โหมดเลือกตั้งที่คาดว่าจะมีการยุบสภาในเดือน มิ.ย. หรืออีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
ฉากสุดท้ายจึงจบลงจากความร่วมมือของกลุ่มต่างๆ ในรากของรัฐบาล ไม่ว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ผู้รับบทสร้างการ “ปรองดอง” “คณิต ณ นคร” ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อการปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ที่เคยทำหนังสือถึงนายกฯ ให้ปล่อยตัวแกนนำ นปช. รวมถึงสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ส่ง “ผู้การแต้ม” พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 มาเป็นพยานไต่สวนช่วยแกนนำ นปช.
ทั้งที่ก่อนหน้าเชื่อว่า นพ.เหวง โตจิราการ กับ ก่อแก้ว พิกุลทอง 2 แกนนำเท่านั้น ที่จะได้รับการปล่อยตัวมากที่สุด เนื่องจากอัยการและดีเอสไอไม่คัดค้านการประกันตัวจนนำมาสู่การปล่อยตัวชั่วคราวของ 7 แกนนำ นปช.ที่เหลืออยู่ เมื่อศาลได้พิเคราะห์ข้อเท็จจริงก่อนสรุปว่า “กรณีนี้มีข้อเท็จจริงบางประการที่จะให้มีคำสั่งเปลี่ยนแปลงจากคำสั่งเดิมได้ จึงเห็นควรอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราว”
คำถาม คือ เมื่อการปล่อยตัวแกนนำ นปช.อยู่บนเงื่อนไขของการสร้างความปรองดอง จากนี้ความขัดแย้งทางการเมืองจะเบาลงหรือไม่ หรือแกนนำ นปช.จะใช้โอกาสนี้เดินหน้าเร่งเครื่องเสื้อแดงให้กลับมารุนแรงขึ้น
สถานการณ์ของแดง นปช.จากนี้จะคึกคัก อยู่ในช่วงที่มวลชนกำลังฮึกเหิมถึงขีดสุด 7 แกนนำ นปช.ที่เข้ามาสมทบคงไม่กล้าเดินเกมสุ่มเสี่ยง เช่น ชุมนุมยืดเยื้อที่เสี่ยงต่อการเพลี่ยงพล้ำ
แต่จะเป็นการเลี้ยงกระแสชุมนุมเดือนละ 12 ครั้ง พ่วงกับการเดินสายต่างจังหวัด จัดคอนเสิร์ต ให้เสื้อแดงแข็งแกร่งอย่างนี้ต่อไป รอให้ถึงวันเลือกตั้ง เป็นพลังส่งให้พรรคเพื่อไทยชนะจัดตั้งรัฐบาล
“ธิดา ถาวรเศรษฐ์” บอกว่า นปช.จะไม่ชุมนุมยืดเยื้อ แต่จะต่อสู้อย่างเป็นระบบ มีก้าวย่างที่มั่นคง และไม่ทำอะไรสุ่มเสี่ยง เช่นเดียวกับ จตุพร พรหมพันธุ์ ที่ว่า นปช.ไม่มีความจำเป็นที่จะชุมนุมยืดเยื้อ และบรรยากาศขณะนี้ก็เข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น
ภารกิจของ 7 แกนนำ นปช.ได้ตกลงกันว่า หลังออกจากเรือนจำจะมุ่งไปที่การช่วยเหลือบรรดาแนวร่วมเสื้อแดง 104 คน ให้ออกจากคุก และกดดันให้ผู้ที่เบื้องหลังการสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิต ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
คิวแรกวันอาทิตย์ที่ 27 ก.พ.นี้ ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ 6 แกนนำ นปช. จะกราบวิญญาณผู้เสียชีวิตที่วัดปทุมวนาราม จากนั้นจะจัดชุมนุมใหญ่วันที่ 12 มี.ค. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย รำลึกเหตุการณ์ 1 ปี “มี.ค.พ.ค.เลือด” ครั้งนี้จะเป็นการ “จัดเต็ม” แกนนำทุกคนจะขึ้นเวทีปลุกขวัญกำลังใจมวลชน
การต่อสู้ หรือการขับเคลื่อนของ นปช. ในสถานการณ์ “ปรองดอง” ขีดเส้นเรื่องการทวงหาความยุติธรรมให้กับผู้สูญเสียในเหตุการณ์ชุมนุม ลดดีกรีที่จะไปแตะสถาบัน เหมือนที่ธิดาใช้คำว่า นี่คือ “รุ่งอรุณแห่งความยุติธรรม” ซึ่งก็คือ “ก้าวแรก” สู่การสร้างความสมานฉันท์ในสังคม
เกมของแดง นปช. หรือแดงทักษิณ เน้นแค่ “การช่วงชิงอำนาจ” ไม่ใช่ต่อสู้เพื่อประโยชน์สุขของคนชั้นล่าง ผ่านรูปแบบการสร้างรัฐสวัสดิการ ปฏิรูปที่ดิน ปฏิรูปภาษี สร้างความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจเหมือนในต่างประเทศ นี่จึงเป็นข้อแตกต่างระหว่างแดง นปช. กับ กลุ่มแดงสยาม ที่วาดฝันให้ทุกชนชั้นมีความเท่าเทียมกันและถูกตรวจสอบได้
เมื่อเป้าหมายหลัก คือ การเข้าสู่เข้าอำนาจรัฐ โดยอาศัยพรรคเพื่อไทยของทักษิณ ซึ่งแกนนำหลายคนเตรียมลงสมัคร สส. จองไปถึงเก้าอี้รัฐมนตรีในรัฐบาลหน้ากันแล้ว ดังนั้นยิ่งใกล้เลือกตั้งก็ยิ่งใกล้ฝันเพื่อให้พรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาล
แดง นปช.ไม่สุ่มเสี่ยงประเภทพาตัวเองพัง เพราะได้บทเรียนมากพอ แต่การต่อสู้จะเข้มข้นจนถึงขั้นเสียว ตีกรอบเฉพาะการโจมตีอภิสิทธิ์ พรรคประชาธิปัตย์ให้มากที่สุด พร้อมกับล้างภาพเสื้อแดงเผาเมืองให้ได้







