
เรากำลังวิ่งสู่ความสมานฉันท์ แต่….
สัมภาษณ์พิเศษ "นพ.เหวง โตจิราการ" แกนนำนปช. จำเลยคดีก่อการร้ายกลับมาอีกครั้งในชุดแดงหลังจากศาลปล่อยตัวชั่วคราว กับอนาตต ภารกิจ และบรรยากาศในคุกตลอด 9 เดือน
สัมภาษณ์พิเศษ "นพ.เหวง โตจิราการ" แกนนำนปช. จำเลยคดีก่อการร้ายกลับมาอีกครั้งในชุดแดงหลังจากศาลปล่อยตัวชั่วคราว กับอนาตต ภารกิจ และบรรยากาศในคุกตลอด 9 เดือน
โดย....ชัยฤทธิ์ ยนเปี่ยม
“นพ.เหวง โตจิราการ” แกนนำนปช. จำเลยคดีก่อการร้าย กลับมาอีกครั้งในชุดแดงหลังจากศาลปล่อยตัวชั่วคราว เดินทางมาสำนักงานเสื้อแดง ที่สำนักงานใหญ่เสื้อแดง ห้างสรรพสินค้าอิมพิเรียล ลาดพร้าวก่อนการแถลงข่าวของแกนนำนปช. ในช่วงบ่าย
เจ้าตัวดูผอมลงนิด ไม่ใช่เพราะขาดอาหาร แต่เพราะใช้เวลาว่างออกกำลังกายในคุก
ก่อนที่เราจะพูดคุย อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ภรรยาหมอเหวง ชี้ไปที่หนังสือเพลงปึ๊กใหญ่ที่วางอยู่บนโต๊ะพร้อมกระเซ้า “นี่นะ เป็นเพลงISsongs hit ที่หมอเหวงเล่นกีตาร์ในคุก ไม่รู้จะเอาออกมาทำไมอีก”
สนทนาร่วมครึ่งชั่งโมง คล้อยหลังสำนักข่าวต่างประเทศได้บันทึกเทปสัมภาษณ์ก่อนหน้า พร้อมกับคิวสื่อไทยที่รอสอบถามความรู้สึกคุณหมอ ถึงอนาตต ภารกิจ และบรรยากาศในคุกตลอด 9 เดือน
**********************
กลับมาคืนแรกทำอะไร
ก็..คุยกับลูก คุยกับเมียและก็นอน ลูกเขาเล่าให้ฟังว่า หมอกับพยาบาลกับคนไข้ส่วนใหญ่เขาเป็นห่วง ถามอยู่เรื่อยว่า พ่อจะได้รับการประกันตัวหรือไม่ พอพ่อได้รับการประกันตัว เขาก็ดีใจ เขาก็ขับรถมาเลยนะ แต่เข้าไม่ได้เพราะคนเป็นหมื่นผมเลยบอกให้ลูกไปรอที่บ้าน ผมถึงบ้าน 4-5 ทุ่ม ก็คุยกันยาว
ตอนที่คุณหมออยู่ในเรือนจำ ได้คิดทบทวนถึงบทเรียนการเคลื่อนไหวในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่
คือ ... เรายังยืนยันว่า สันติวิธีเนี่ย เป็นทางสายเดียวของเรา เราปฏิเสธความรุนแรงทุกชนิด แต่ความรุนแรงที่มันเกิดขึ้น เกิดจากฝ่ายรัฐบาลเขาสร้างพล็อตขึ้นมาและก็ผลักมาเป็นภาระของพวกเรา อย่างเช่น ชายชุดดำ ในวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบจากรัฐบาลว่า คุณจับได้หรือยังว่า ใครเป็นชายชุดดำ ไอ้คนที่จับแล้วอยู่ในคุกก็เป็นคนที่ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เอามาสัมภาษณ์ตอนนั้น (การชุมนุมที่ผ่านฟ้า) มันไม่ใช่ชายชุดดำ เขานิยมสวม หมวกเชียงใหม่ประจำ สีดำ เป็นแฟชั่น ฉะนั้น เมื่อย้อนกลับไปดู ไอ้ความรุนแรงทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นความตั้งใจของรัฐบาล เราก็ต้องระวังจุดนี้ เรื่องการแทรกแซง ใส่ร้ายป้ายสี ปรักปรำจากฝ่ายรัฐบาล
ช่วง 9 เดือนที่อยู่ในเรือนจำ เคยคิดไหมว่าจะได้รับการปล่อยตัวเหมือนอย่างวันนี้
คือ เราเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ฉะนั้น เราได้พยายามยื่นประกันตัวหลายครั้งทั้งศาลชั้นต้น และ ศาลอุทธรณ์ แม้ว่าในระยะที่ผ่านมาจะยังไม่ได้รับความเมตตาจากศาล แต่ตอนหลังเราก็ยังพยายามยื่นเพื่อขอรับความเมตตาจากศาลตลอด คราวนี้มันมีกรณีเปรียบเทียบให้เห็นว่า กรณีของไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ (แกนนำเครือข่ายหัวใจคนไทยรักชาติ) ซึ่งโดนคดีก่อการร้ายและร้ายแรงกว่าเรา เพราะมีพฤติกรรมในการยึดสนามบินชัดเจน ของเราโดนคดีก่อการร้ายโดยการใส่ร้ายป้ายสี เพราะเอาชายชุดดำมายัดใส่เรา ทั้งที่พวกเราไม่มีใครซักคนที่นิยมความรุนแรง แต่ว่า ไชยวัฒน์ ได้รับการประกันตัวในวงเงินประกัน 6 แสนบาททั้งที่ไชยวัฒน์ โดนจับแต่ของเรา เป็นฝ่ายที่เดินไปมอบตัวด้วยตัวเอง ฉะนั้นเราก็มีความเชื่อมั่นว่า ถ้าเราได้กราบเรียนศาลด้วยประเด็นอย่างนี้นะ เราก็น่าจะได้รับการพิจารณา เพราะว่ามันเป็นประเด็นใหม่ที่เกิดขึ้น
นอกจากนี้เรายังเห็นว่า มีข้อเสนอจาก อาจารย์คณิต ณ นคร ประธานคอป. เรื่องการปรองดองและ อาจารย์คณิตก็เขียนข้อเสนอไปยังนายกฯ และมีบทความด้วยว่า ควรจะปล่อยแกนนำ นอกจากนี้คุณวีระ มุสิกพงศ์ ประธานนปช. ยังเอาข้อเสนอไปยัง ศอฉ. และศอฉ.ก็ตอบรับมา โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม นะครับว่า เห็นด้วยกับการที่อนุญาตให้มีการปล่อยตัวพวกเรา ฉะนั้นปัจจัยต่างๆ มันเป็นปัจจัยใหม่ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะกรณี เสธ.หนั่น ที่เขาเสนอหนทางปรองดอง และเข้าไปคุยกับพวกเราในคุกเนี่ย และเขาก็รับปากเองว่า จะพยายามที่จะหาทางให้มีโอกาสประกันตัว เรื่องเหล่านี้ทำให้เรามีความหวัง โดยขอความกรุณา จากเสธ.หนั่น กับ อาจารย์คณิต และ พล.ต.ต.วิชัย สงข์ประไพ ด้วยที่มาเป็นพยานไต่สวน ซึ่งทุกปากก็ยืนยันว่า พวกเราไม่ได้รุนแรง อย่าง พล.ต.ต.วิชัย ตอบคำถามที่อัยการถามว่า พวกนี้ก่อความรุนแรงหรือเปล่า วิชัย เขาถามกลับว่า ความรุนแรงของคุณหมายถึงอะไร เพราะรุนแรงมันมีทั้งรุนแรงคำพูด รุนแรงการกระทำ แต่รุนแรงคำพูดนี่นะ มันเป็นธรรมดาของการปราศรัยที่ต้องรุนแรงอยู่บ้าง แต่รุนแรงโดยการกระทำไม่มี เพราะไม่เห็นมีการพกอาวุธ เสธ.หนั่น ท่านก็ยังบอกเลยว่า ถ้าปล่อยพวกผมออกไปแล้วเกิดความวุ่นวายต่อบ้านเมือง และเขาก็จะมาเป็นพยานไต่สวนทำไม
แสดงว่า มีการคุยกันลึกๆ ระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ ในประเทศไทยต่อการประกันตัวครั้งนี้
ไม่ทราบครับ แต่ฝ่ายเราได้จับชีพจร การเปลี่ยนแปลงในการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิด โดยเราได้ทำจดหมายปรับทุกข์ไปด้วย
คุณหมอจะเขียนหนังสือไหมในช่วง 9 เดือนในเรือนจำ
คิดว่า จะพยายาม เพราะเวลาอยู่ข้างใน ผมก็ถือว่า ไปหล่อหลอมตัวเอง ท่ามกลางการต่อสู้ ถือว่าเป็นการเปลี่ยนเวทีการต่อสู้ ผมไปข้างใน เที่ยวนี้ ผมไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรเลย ฉะนั้น ผมก็ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์ คือ ผมเปลี่ยนเรือนจำให้กลายเป็น สถาบันดนตรี สถาบันกีฬา สถาบันภาษา อย่างดนตรี ผมไปฝึกกีตาร์ (โชว์ปลายนิ้วทั้งสี่ที่ด้านแเพราะเล่นกีตาร์) สถาบันกีฬา ผมก็ฝึกตีปิงปอง สถาบันภาษาผมก็ไปเรียนภาษาจีน เพราะว่า มีคนจีนติดคุกอยู่เยอะ
คุณหมอผ่อนคลายในคุกอย่างไร
ตอนเช้าผมวิ่งหนึ่งชั่วโมง ตอนบ่ายวิ่งประมาณครึ่งชั่วโมง และผมก็เรียนกีตาร์ประมาณ 3-4 ชั่วโมงและก็เรียนภาษาจีน และก็คุยการเมืองนิดหน่อย และก็ปฏิบัติธรรมมะด้วยโดยอ่านหนังสืออาจารย์ชา ท่านพุทธทาส ผมไม่มีความทุกข์เลยนะ แต่ว่า ผมก็ไม่ต้องการติดคุก เข้าใจใช่ไหม ถึงคุณจะกลั่นแกล้งให้ผมอยู่ในคุก แต่ก็ไม่สามารถทำให้คุณสะใจได้ เพราะผมไม่ได้มีความทุกช์อะไร เพราะผมสามารถใช้เวลาในคุกให้มีคุณค่าต่อชีวิต และต่อการต่อสู้ให้มากที่สุด
ตอนนั้นคิดหรือไม่ จะได้อยู่นาน
คือ..พอการประกันมันมีความลำบาก เราก็มองในแง่ที่ว่า อาจจะต้องอยู่นาน แต่พอสถานการณ์การเมืองเปลี่ยน เช่น ศอฉ. เขาเปลี่ยนท่าที ประวิตร วงษ์สุวรรณ เปลี่ยนท่าทีหลังจากพี่วีระ มุสิกพงศ์ ทำหนังสือไปถึง และอาจารย์คณิตก็ทำ paper ไป สองฉบับใส่อภิสิทธิ์เต็มๆ เลย และก็ออกมาสอนอภิสิทธิ์เต็มๆ เราก็รู้สึกบรรยากาศมันดีขึ้นเรื่อยๆ และเราก็มีความหวัง
คุณหมอได้เจอคุณไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ไหม ที่คุณไชยวัฒน์ให้สัมภาษณ์ว่า จะนัดเสื้อแดงมาปิดล้อมทำเนียบด้วยกัน
อันนี้เป็นคำกล่าวที่ไม่จริง คือ เราเจอกันจริง เพรามันเดินเฉียดกันไปเฉียดกันมา ประเด็นคือ เราถือว่า คุณไชยวัฒน์เป็นคนไทย เป็นมนุษย์ เราก็จะต้องมีปฏิสัณฐานกับเขาตามสมควรแก่เหตุ คือ ทักทายกันแบบมารยาท แต่ไม่มีประเด็นสนทนาเรื่องเอาเสื้อแดงมาสนับสนุนเสื้อเหลืองเพราะเสื้อแดงกับเสื้อเหลืองต่างกันโดยสิ้นเชิง เช่น เขาต้องการเผด็จการ เราไม่ต้องการ เขาต้องการอำมาตยาธิปไตย เราไม่ต้องการ เขาต้องการรัฐประหาร แต่เราไม่ต้องการ เขาต้องการสงคราม แต่เราไม่ต้องการ ฉะนั้นเขากับเราเข้ากันไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้น เรื่องนี้เขาพูดเท็จ
แนวทางของเสื้อแดงจะเป็นอย่างไรจากนี้ จะชุมนุมต่อเนื่องอย่างนี้เรื่อยๆ หรือ
การชุมนุมเป็นการแสดงออกทางการเมืองที่ชัดเจนแต่ว่า ใน ด้านการตระเตรียม เราต้องดำเนินการจัดตั้ง และยกระดับความเข้าใจทางการเมืองให้สูงขึ้น เหมือนอย่างที่อาจารย์ธิดา (ถาวรเศรษฐ์ ประธานนปช. ) ว่า นปช.จะต้องมีกรรรมการระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล ทุกตำบล และก็ในต่างประเทศจะต้องมีทุกประเทศ พอเราจัดตั้งได้แล้ว การดำเนินการเรื่องโรงเรียนนปช. ก็คงจะคืบหน้าต่อไป
บทบาทของคุณหมอที่จะขึ้นเวทีจากนี้ จะแค่ไหนอย่างไร
คือ วันนี้เราต้องเคารพมติของศาลซึ่งผมก็พกติดตัว (หยิบสำเนาคำสั่งศาลจากกระเป๋าเสื้อให้ดู) คือ ท่านไม่ได้ห้ามนะ แต่ท่านเพียงแต่บอกว่า ต้องระวังอย่าไปยุยง ปลุกปั่นจนถึงขั้นที่ทำให้เกิดความไม่สงบในราชอาณาจักรและให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมาย ซึ่งเราก็จะปฏิบัติตามคำสั่งของศาล คือเรายืนยันอยู่แล้วว่า ของเราใช้กรอบรัฐธรรมนูญ เราสันติวิธี จึงไม่เกิดเรื่องความไม่สงบ ถูกไหม ดังนั้น เรื่องนี้ก็เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว เพราะเราปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและก็ไม่ผิดกฎหมายและก็ไม่ก่อให้เกิดภาวะความไม่สงบ
แกนนำนปช.ได้พูดคุยหรือไม่ว่า กรอบในการพูดบนเวทีจะเป็นอย่างไร
ก็ได้อธิบายกันบ้าง อย่างผมก็มีประสบการณ์ตั้งแต่ปี 2550 ที่โดนควบคุมตัวอีกครั้ง และคุณณัฐวุฒิ ตอนนั้นหลังจากได้รับการประกันตัวแล้ว ก็ขึ้นเวที และวันนั้นเขาก็ขึ้นเวทีอภิปรายเรื่องกฎหมายรัฐธรรมนูญ แต่ทีนี้ตำรวจท่านขอถอนฟ้อง แต่ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า ไม่เข้าข่าย ก็เลยยกคำร้องของศาล ดังนั้น เราขึ้นเวทีได้ แต่ต้องระมัดกรอบอันนี้
จากนี้จะวางอนาคตตัวเองอย่างไร จะลงเล่นการเมืองในการเลือกตั้งที่จะถึงไหม
ผมจะวางน้ำหนักที่เสื้อแดง ฉะนั้น เสื้อแดงยังยืนหยัดสันติวิธีต่อไป และ การมีระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป อะไรที่ไม่ใช่สองเรื่องนี้ ไม่ใช่เสื้อแดง หรือ ไม่ใช่ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ดีกว่า
อย่างกรณีคุณสุรชัย แซ่ด่าน แกนนำแดงสยาม ถูกจับข้อหาหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
อันนั้น ไม่ทราบ คือ จะเรียกว่าอย่างไรดีหล่ะ ..คือ เขาอาจอยู่ในขีดวงเดียวกับเรา คือ ต่อต้านการรัฐประหาร ไม่เห็นด้วยกับระบอบเผด็จการ เขาเห็นด้วยกับประชาธิปไตยนะ แต่วิถีการดำเนินการของเขา มีอะไรต่างจากเราเท่านั้นเอง แต่เราไม่ได้ขัดแย้งอะไรกัน เหมือนกับสินค้า ถ้าคุณมีสินค้าอย่างนี้ คุณก็ขายสินค้าคุณไป
กรณี อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการจากธรรมศาสตร์ ที่เสนอให้แดงนปช.เคลื่อนไหวเรื่องสถาบัน
ผมไม่ทราบ แต่ความจริงเราชัดเจนอยู่แล้วนะ เราต้องการ Constitutional Monarchy ภาษาไทยก็คือ ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มันชัดเจนอยู่ในตัวแล้ว ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติมอีก ตัวอย่างเช่น รูปแบบในอังกฤษ ญี่ปุ่น สวีเดน เดนมาร์ก เบลเยี่ยม เนเธอร์แลนด์
แนวทางที่เสื้อแดงจะตั้งพรรคการเมืองใหม่ ควรจะมีไหม
ขณะนี้ ภารกิจหลัก คือ อยากจะให้เมืองไทยไม่มีรัฐประหาร และ ภาวะการณ์ที่มีการฆ่าคนกลางถนนต้องจบ คือ ทหารใช้อาวุธสงครามยิงคนกลางถนน กรณี 14 ตุลา 6 ตุลา พฤษภา 35 และ มาเมษา- พ.ค. 53 มันต้องหมดแล้วจากเมืองไทย ภารกิจนี้ไม่มีใครทำได้ นอกจากขบวนการเสื้อแดงและตรงนี้จะเป็นรากฐานสำคัญของการสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริงอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ขึ้นในเมืองไทยให้ได้ อย่างอังกฤษ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ ก็ไม่มีทหารยิงคนกลางถนน คือ เราต้องการปลูกบ้านให้แข็งแกร่งให้ได้ ผมเชื่อว่า จากกรณีที่เกิดขึ้น และมีความเสียหายมากมาย และพวกผมติดคุก แต่อนาคตของเมืองไทยมันสดใสขึ้น อาจารย์ธิดาใช้คำว่า มันเป็นรุ่งอรุณของความยุติธรรม ซึ่งผมอยากจะเรียนว่า มันเป็นรุ่งอรุณของประชาธิปไตยที่แท้จริงอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
จากนี้จะเดินไปสู่การเลือกตั้งหรือไม่
นั่นเป็นภารกิจของนักการเมืองทั้งหลาย ที่เขากำลังพูดถึงการเลือกตั้งเนื่องจากเขาเบื่อรัฐบาลอภิสิทธิ์ แต่ถึงเข้าสู่การเลือกตั้ง เสื้อแดงก็ยินดีเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง
เข้าสู่แบบไหน
แบบที่ทุกคนต้องเปิดโอกาสให้มีการเลือกตั้งทั่วไป และก็เคารพผลของการเลือกตั้ง ใครชนะก็ต้องเคารพ ไม่เกเรไง สมมติพรรค ก. ชนะ พรรคก.ก็บริหารจัดตั้งประเทศไป
และถ้าชนะแล้วไม่ได้ตั้งรัฐบาลหล่ะเพราะจับขั้วไม่ได้
อ่าว..อย่างนี้ก็มีปัญหาหล่ะซิ เพราะมันไม่ใช่ระบอบประชาธิปไตย เพราะหลักการคือ พรรคการเมืองที่ได้รับการเลือกตั้งสูงสุด ควรจะได้สิทธิ์ในการก่อรูปตั้งรัฐบาลขึ้นก่อน และผมเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งหน้า พรรคการเมืองที่ฝ่ายเสื้อแดงเห็นว่า จะช่วยอุดมการณ์ของเขาจะชนะ เพราะเสื้อแดงขณะนี้มีมากมายเหลือเกิน
พรรคเพื่อไทยล่ะ
ไม่ทราบครับ (หัวเราะ) ..เดี๋ยวเขาหาว่า ผมไปเชียร์พรรคเพื่อไทย
ตั้งพรรคใหม่ได้ไหม
มันตั้งไม่ทัน
พรรคอี่นที่จดอยู่ได้ไหม
คุณก็ดูเอาเองแหละว่า พรรคไหนที่เสื้อแดงเขาคิดว่า น่าจะเป็นฝากความหวังไว้
บรรยากาศบ้านเมืองตอนนี้ทำไปสู่การปรองดองไหม
(ตอบทันที) ปรองดองครับ
ยังไง
เช่น ผมดีใจมาก ที่ศาลท่านกรุณาให้ประกันตัวพวกผม และผมก็ถือคำสั่งศาลมาติดตัว และก็ศึกษาตลอดเวลาเพราะเราเคารพและยินดีปฏิบัติตาม
กรอบมันกว้างมากไหม มีขอบเขตไหม
ไม่ๆๆๆ คือ การยั่วยุปลุกปั่นปลุกระดมเพื่อให้เกิดความปั่นป่วน กระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถ้าผมตีความเองนะ เราสามารถขึ้นเวทีร้องเพลงให้ประชาชนฟัง ไปเป็นวิทยากรบรรยายวิชาประชาธิปไตย หรืออะไรต่างๆ ได้
ที่บอกว่า ตอนนี้บรรยากาศนำไปสู่การปรองดอง เป็นอย่างไร
ผมว่า บรรยากาศในบ้านเมืองขณะนี้มันดีขึ้น และอย่างการที่พวกเราได้รับความกรุณาจากศาล มันทำให้ความกดดันทางการเมืองก็ผ่อนเบาเหมือนกันนะ แต่ไม่ได้หมายความว่า ศาลท่านมาเล่นการเมืองนะ เพียงแต่ศาลท่านพิเคราะห์ตามข้อเท็จจริงจากการไต่สวนแล้ว ดังนั้น แสดงว่า คนที่มีความรับผิดชอบ ต่อ บ้านเมืองทั้งหมด เขาเห็นความจำเป็น เช่น สมมติ คุณวิชัย สังข์ประไพไม่ให้ความร่วมมือ ผมก็ขาดพยานปากสำคัญไป ถ้าสมมติ เสธ.หนั่นไม่เห็นความสำคัญของการปรองดองของบ้านเมือง ซึ่งเราขอร้องเขาไป เขาก็ไม่มานะ แล้วถ้าท่านอาจารย์คณิต บอกว่า ไม่มาอีก เราก็ไม่ได้รับการปล่อยตัว ซึ่งเราก็สนับสนุนแนวทางปรองดองของท่านสนั่น ตั้งแต่ต้น
แล้วอย่างนี้ มันจะวิ่งไปสู่อะไร
ก็วิ่งไปสู่ ความสมานฉันท์ และหาลู่ทางที่ทำให้บ้านเมืองไม่ต้องเกิดการเผชิญหน้าด้วยกำลังอาวุธอีกต่อไป คือ รัฐบาลอย่าปราบประชาชนด้วยอาวุธ
ควรที่จะเสนอร่างพรบ.นิรโทษกรรม อภัยโทษไหม
คือ เมืองไทยจะมีรากฐานทางประชาธิปไตยที่แข็งแกร่งได้ก็ต่อเมื่อ ต้องไม่เกิดสองอย่าง 1. ต้องไม่มีทหารใช้อาวุธสงคราม สังหารประชาชนมือเปล่าอีกต่อไป และ2. ต้องไม่มีการรัฐประหารอีกต่อไป ดังนั้น ข้อแรกจะเป็นจริงได้ก็ต่อเมื่อ คนสั่งการฆ่าประชาชนในครั้งนี้ต้องได้รับการลงโทษทางกฎหมายอย่างเข้มงวด เพราะที่ผ่านมามันนิรโทษกรรมหมด
สังคมไทยจะเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงซ้ำรอยเหมือนปีที่ผ่านมาอีกหรือไม่
ถ้ายังจับฆาตกรมาลงโทษ ผู้สั่งการฆ่าประชาชนไม่ได้ ก็มีความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดอีก เพราะมันย่ามใจ
แต่ตอนนี้แสดงว่า ทุกอย่างจะนำไปสู่การเลือกตั้ง
หลักการใหญ่ คือ ต้องใช้วิถีทางประชาธิปไตย และ รัฐธรรมนูญ อย่าใช้กำลังอาวุธปราบปรามประชาชน และจากนี้ก็นำไปสู่ข้อเสนอรูปธรรมคือ ถ้าเกิดวิกฤตการเมือง ต้องยุบสภา เพื่อให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมือง อย่างตอนนี้มันสารพัดวิกฤต วิกฤตน้ำมันปาล์ม วิกฤตชั่งกิโลไข่ วิกฤตชายแดน วิกฤตเสื้อเหลืองเพราะมีคนไม่กี่ร้อยคนแต่สามารถปิดถนนได้สองฝั่ง นอกจากนี้ กรณีคนเสียชีวิตที่ผ่านมา คุณยังไม่พูดว่า “ขอโทษประชาชน” ฉะนั้นในภาวะที่มันเกิดวิกฤตมหาศาลอย่างนี้ รัฐบาลควรจะยุบสภา นำไปสู่การเลือกตั้งดีที่สุด
จะมีการชุมนุมยืดเยื้อเหมือนปีที่แล้วหรือไม่
เราต้องเข้าใจ พี่น้องเสื้อแดงเรา ที่ผ่านมาสูญเสียชีวิตไป 91 ศพ และสูญเสียความยุติธรรมไปหมดเลย เขาถูกจับ บางคนเป็นใบ้ ยังถูกจับ บางคนไปดูไฟไหม้ยังถูกจับ เสื้อแดงเขายังไม่ได้รับการเยียวยาทางจิตใจ ฉะนั้น การชุมนุมผมเชื่อว่า จะต้องมีอยู่ และต้องใหญ่ขึ้นไปเรื่อยๆ ตราบเท่าที่รัฐบาลยังไม่ให้ความยุติธรรมคืนให้กับเสื้อแดง ส่วนการชุมนุมยืดเยื้อ ผมคิดว่า คงไม่มี แต่การชุมนุมเดือนเม.ย.นี้ผมเชื่อว่า มันจะใหญ่มาก เพราะมันจะครบ 1 ปี และที่ผมอยู่ในคุก ก็พอทราบว่า จำนวนคนที่มาร่วมไม่ใช่ต่างจังหวัดนะ กลับเป็นคนกรุงเทพเป็นคนส่วนใหญ่ และ 19 พ.ค. ที่ครบโอกาสมันจะมหาศาลมาก
แกนนำ 7 คนมีใครถอดใจไหมจะไปทำธุรกิจไหม
ไม่มีครับ เราคุยกับเรียบร้อยว่าแกนนำที่ออกมาอย่างน้อยต้องทำเฉพาะหน้า 3 เรื่อง ให้ได้ คือ พวกเราถูกข้อกล่าวหาร้ายที่สุด คือ ก่อการร้ายวันนี้เรารับความกรุณาจากศาลแล้ว แต่คนอื่นๆ ข้อกล่าวหา เบากว่าเราเยอะ ฉะนั้น เราจะต้องเป็นภาระที่จะต้องช่วยพี่น้องที่ถูกขังคุกในการขอความกรุณาจากศาล ให้ปล่อยตัวให้หมด สอง เราต้องพยายามเยียวยา ความรู้สึกทางจิตใจของพี่น้องที่เสียชีวิต 91 ศพ และบาดเจ็บ2 พันกว่าคน สาม เป็นภาระของเราคือ เราต้องดำเนินการหาฆาตกรที่สั่งฆ่าประชาชนได้รับการลงโทษตามกฎหมายให้ได้ นี่คือ สามเรื่อง เมื่อเป็นอย่างนี้ เราผูกพันธ์กันว่า เราต้องทำสามเรื่องนี
7 คนเห็นพ้องกับ3 ข้อนี้หมดไหม
ใช่ครับ ไม่มีใครเห็นเป็นอย่างอื่น
สรุปว่าการเลือกตั้งที่จะมาถึง คุณหมอจะเล่นบทบาทอะไร ภาคประชาชน หรือ จะลงเลือกตั้ง
ผมคิดเรื่องเสื้อแดงอย่างเดียว (หัวเราะ)







