
ส่องผลงานมาร์ค รับสภาพไม่ตรงเจตนา รธน.
...ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
หมายเหตุ : รายงานผลการดำเนินการของคณะรัฐมนตรีตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ปีที่ 1 (วันที่ 30 ธ.ค. 255130 ธ.ค. 2552) ซึ่งเตรียมแถลงต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 24 ก.พ. โดยมีสาระสำคัญดังนี้
ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลในช่วงปีแรกจึงมุ่งให้ความสำคัญในการบรรเทาภาวะวิกฤตเศรษฐกิจและวางรากฐานพัฒนา เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของประเทศในระยะยาวและแก้ไขความขัดแย้งในสังคมไทย ฟื้นฟูความเชื่อมั่นในสายตาชาวโลกต่อพื้นฐานความเข้มแข็งของสังคมและเศรษฐกิจ ผ่านการดำเนินนโยบายเร่งด่วนและนโยบายพัฒนาที่สอดคล้องกับแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐของรัฐธรรมนูญ
สถานการณ์การพัฒนาประเทศในช่วงปีแรกของรัฐบาลจากนโยบายและมาตรการที่รัฐดำเนินการ ทำให้ภาวะเศรษฐกิจมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น
สำหรับปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะในการดำเนินการตามแนวนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐมีดังนี้
1.แนวนโยบายด้านความมั่นคงของรัฐ
การเสริมสร้างยุทโธปกรณ์ให้ทันสมัย ยังประสบกับข้อจำกัดด้านงบประมาณ โดยจำเป็นต้องพิจารณาแนวทางจัดหายุทโธปกรณ์ด้วยความรอบคอบ บนพื้นฐานของศักยภาพ และความพร้อมของสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ เพื่อรักษาความเข้มแข็งและมั่นคงของประเทศได้อย่างยั่งยืน
2.การบริหารราชการแผ่นดิน
ปัญหาด้านคุณธรรม จริยธรรม และการเสริมสร้างธรรมาภิบาล เป็นเรื่องที่ไม่อาจกำหนดสถานะ การดำเนินการได้เช่นเดียวกับเรื่องกฎหมาย ภาครัฐจึงจำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างบรรทัดฐานความเข้าใจของหน่วยงานให้เข้าใจถูกต้องตรงกัน
3.ด้านศาสนา สังคม การสาธารณสุข การศึกษา และวัฒนธรรม
ประสบปัญหาในทางปฏิบัติในแต่ละโครงการ อาทิ ความรู้ความเข้าใจของเจ้าหน้าที่และผู้ขอรับเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุที่ยังไม่ตรงกันถึงแนวทางและขั้นตอนการปฏิบัติ การขาดกฎหมายและหลักเกณฑ์รองรับการดำเนินการดำเนินงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และสิทธิประโยชน์ตามหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้าที่ยังไม่ครอบคลุมความต้องการของประชาชนที่เพิ่มขึ้น
4.ด้านกฎหมายและการยุติธรรม
การตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่และการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่ของรัฐ เพื่อเป็นหลักประกันความยุติธรรมให้สังคมและประชาชนไม่สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องได้ในหลายกรณี เนื่องจากกระทรวงยุติธรรมไม่มีอำนาจเต็มที่
การเร่งรัดสอบสวนคดีสำคัญๆ บางคดียังไม่แล้วเสร็จ เนื่องจากอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานที่สำคัญ เพื่อให้การดำเนินการเกิดความเป็นธรรม
5.ด้านการต่างประเทศ
ความไม่ชัดเจนของมาตรา 190 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาในการดำเนินความสัมพันธ์กับต่างประเทศ โดยเฉพาะการสร้างพันธกรณีระหว่างประเทศ ตลอดจนการทำความเข้าใจทั้งภายในประเทศและกับคู่เจรจาระหว่างประเทศ
6.ด้านเศรษฐกิจ
มีอุปสรรคการดำเนินโครงการตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง กรณีข้อร้องเรียนโครงการด้านสาธารณสุขถึงความโปร่งใสในการจัดเตรียมโครงการ ทำให้รัฐบาลต้องชะลอการดำเนินโครงการไว้ก่อนและให้มีกรรมการติดตามตรวจสอบ
โครงการประกันรายได้เกษตรกร ยังมีปัญหาการสร้างความรู้ความเข้าใจในขั้นตอนวิธีดำเนินการให้กับเจ้าหน้าที่
ปัญหาด้านการพลังงาน ยังมีการคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้าจากประชาชน พลังงานลมที่ส่วนใหญ่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนและป่าต้นน้ำ
ปัญหาด้านแรงงาน ยังขาดการพัฒนาทักษะฝีมือ ความไม่สอดคล้องระหว่างความต้องการของตลาดแรงงานกับคุณสมบัติของแรงงาน ปัญหาการจ้างงาน
7.ด้านที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
การออกเอกสารสิทธิที่ดินยังไม่ทันความต้องการของราษฎร เนื่องจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังไม่สามารถบูรณาการภารกิจได้อย่างเป็นเอกภาพ รวมทั้งยังขาดงบประมาณในการเร่งรัดออกเอกสารสิทธิให้แล้วเสร็จโดยเร็วได้
8.ด้านวิทยาศาสตร์ ทรัพย์สินทางปัญญา และพลังงาน
การนำเสนอผลงานวิจัย พัฒนา และนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในภาคเอกชนเชิงพาณิชย์และประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมยังอยู่ในวงแคบ
9.ด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน
แม้รัฐธรรมนูญจะได้ให้ความสำคัญอย่างมากต่อการมีส่วนร่วมของประชาชน แต่ปัญหาสำคัญที่ทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนไม่อาจเป็นไปได้อย่างแท้จริงนั้น เนื่องจากยังขาดการมีส่วนร่วมในการรับฟังความคิดเห็นและการตัดสินใจจากกลุ่มประชาชนที่มีส่วนได้เสียจากการดำเนินโครงการภาครัฐอย่างแท้จริง







