
เออีซีคืออะไร ชาวนาไม่รู้จัก
ชาวนาทั่วประเทศไม่รู้จักเออีซี หวั่นเสียเปรียบการแข่งขันในตลาดอาเซียน เร่งรัฐบาลกระจายความรู้เข้าถึงอย่างรวดเร็ว
ชาวนาทั่วประเทศไม่รู้จักเออีซี หวั่นเสียเปรียบการแข่งขันในตลาดอาเซียน เร่งรัฐบาลกระจายความรู้เข้าถึงอย่างรวดเร็ว
นายอัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจการรับรู้และความเข้าใจของชาวนาไทยและโรงสีในปัจจุบัน พบว่าชาวนาทั้ง 100% ที่ทำการสำรวจยังไม่รู้จักและไม่เข้าใจรายละเอียดของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ส่วนโรงสีส่วนใหญ่ประมาณ 86.6% ตอบว่ารู้จักเออีซี แต่กลับมีผู้ที่เข้าใจรายละเอียดของความตกลงเพียง 10% ซึ่งเป็นอุปสรรคในการใช้สิทธิประโยชน์จากการปรับลดภาษีศุลกากรข้าวสารมากขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตขาดความรู้ ความเข้าใจ
ทั้งนี้ การที่ชาวนาและโรงสีไม่รู้จักเออีซีถือเป็นสัญญาณที่อันตรายมาก ทั้งนี้ เพราะเมื่อมีเออีซีทุกประเทศในอาเซียนต้องปรับลดภาษีศุลกากรเป็นศูนย์ และทำให้เกิดการแข่งขันด้านประสิทธิภาพการผลิต การเพิ่มผลผลิตต่อไร่ การทำตลาด หากผู้ผลิตไม่รับทราบจะไม่เกิดการปรับปรุงไปในทิศทางที่ถูกต้อง ซึ่งจะยิ่งเป็นอุปสรรคที่ไทยจะได้ประโยชน์จากการเปิดเสรี ทั้งนี้คาดว่าหลังใช้เออีซีเกษตรกรไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 15.12% ของรายได้ หรือ 5.19 หมื่นบาทต่อครัวเรือน
ขณะที่การวิเคราะห์ผลกระทบต่อการกระจายรายได้ของชาวนาไทย หลังการรวมตัวเป็นเออีซี ชาวนามีรายได้อยู่ที่ระดับ 5.05 หมื่นบาทต่อครัวเรือนต่อปี และผู้ที่เกี่ยวข้องทีไม่ใช่ชาวนามีรายได้ 3.21 แสนบาทต่อครัวเรือนต่อปี หลังการเป็นเออีซีในกรณีที่ทุกประเทศในอาเซียนมีการปรับลดภาษีศุลกากรเป็น 0 ชาวนาไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นประมาณ 1,403 บาทต่อครัวเรือน หรือเพิ่มขึ้น 15.12% ของรายได้ รวมเป็น 5.19 หมื่นบาทต่อครัวเรือน ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีรายได้เพิ่มขึ้น 7,873 บาทต่อครัวเรือน หรือเพิ่มขึ้น 84.8% รวมเป็น 3.29 แสนบาทต่อครัวเรือน
ส่วนในกรณีที่แต่ละประเทศในอาเซียนมีการปรับลดภาษีตามกรอบการลดภาษีในปี 2558 รายได้ของชาวนาจะเพิ่มขึ้น 1,009 บาทต่อครัวเรือน รวมเป็น 5.15 หมื่นบาท และรายได้ของผู้ที่เกี่ยวข้องจะเพิ่มขึ้น 5,665 บาทต่อครัวเรือน รวมเป็น 3.27 แสนบาท แต่หากชาวนาไม่เร่งปรับปรุงประสิทธิภาพรายได้ที่เพิ่มขึ้นอาจจะลดลงก็เป็นได้ เนื่องจากตลาดการส่งออกหลักในอาเซียนถูกคู่แข่งสำคัญอย่างเวียดนามแย่งส่วนแบ่งไปหมด
“การแก้ไขเรื่องความเข้าใจของชาวนาและโรงสีเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการพัฒนาผลผลิตข้าวของไทยจำเป็นต้องร่วมมือกันทุกภาคส่วนทั้งชาวนา โรงสี และผู้ส่งออก ต้องมีการกระจายความรู้ในรูปแบบที่ไม่ได้ทำอยู่ในปัจจุบัน เพราะการที่ให้ภาครัฐทำหน้าที่นี้ฝ่ายเดียว เช่น การจัดสัมมนา ไม่มีทางทำให้คนเข้าใจเออีซีได้ รัฐบาลต้องเร่งเข้าไปสร้างเครือข่ายชุมชน เกษตรกร ให้ทุกคนช่วยกันกระจายความรู้ให้กว้างขวางมากที่สุด” นายอัทธ์ กล่าว
นอกจากนี้ จากผลการศึกษาจะเห็นได้ว่าการส่งออกข้าวของไทยในตลาดอาเซียนมีคู่แข่งสำคัญคือเวียดนาม เนื่องจากเวียดนามเป็นประเทศที่มีการส่งออกข้าวในปริมาณมาก และมีตลาดส่งออกเช่นเดียวกับไทย รวมถึงเป็นผู้ครองตลาดข้าวในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ และมาเลเซีย ดังนั้นเมื่อมีการปรับลดภาษีศุลกากรภายใต้เออีซีจึงส่งผลให้เวียดนามได้รับประโยชน์มากกว่าไทยทั้งในด้านการผลิต การส่งออก และรายได้ของชาวนา
ทั้งนี้ ไทยต้องเร่งปรับตัวรับมือเออีซี วางจุดยืนของข้าวไทยในตลาดให้ชัดเจน โดยไทยต้องย้ำจุดขายคุณภาพข้าวไทย ทำตลาดข้าวโดยแยกระหว่างตลาดในอาเซียนและนอกอาเซียน







