posttoday
ปัญหาและการแก้ไขปัญหาแบบผู้เจริญแล้ว

ปัญหาและการแก้ไขปัญหาแบบผู้เจริญแล้ว

22 กุมภาพันธ์ 2554

...สมชาย สกุลสุรรัตน์

ก่อนอื่นต้องขออภัยท่านผู้อ่านที่หายหน้าหายตาไปหลายวัน เพราะเผอิญมีธุระต้องเดินทางไปต่างประเทศ ช่วงที่อยู่ที่นั่นรู้สึกเหงาชอบกล เพราะทั้งที่อังกฤษและอเมริกาไม่มีเหตุการณ์บ้านเมืองที่น่าตื่นเต้น ตลกขบขัน โศกเศร้าเคล้าน้ำตาเหมือนในเมืองไทย อะไรต่อมิอะไรที่นั่นดูเป็นจริงเป็นจังเกินกว่าเหตุ ไม่รู้จักทำเรื่องเล็กให้กลายเป็นเรื่องใหญ่ จริงบ้าง ไม่จริงบ้างเหมือนในเมืองไทย น่าเบื่อครับ เพราะผมชักจะคุ้นกับความไร้สาระในบ้านเมืองตัวเองเสียแล้ว

ระหว่างที่อยู่ในต่างประเทศ สังเกตดูทั่วไปผู้คนก็ไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร สินค้าทุกชนิดราคาแพงจนกะเหรี่ยงอย่างผมจับไม่ลง ได้แค่เดินดูท่ามกลางความหนาวเย็นต่ำกว่าศูนย์องศา แต่อย่างน้อยก็ไม่ขาดแคลนสินค้าขนาดต้องนับส่วนกันราวกับประเทศตกอยู่ในภาวะสงคราม

นอกจากนั้นก็มีปัญหากระบวนการต่อต้านชนกลุ่มน้อย โดยเฉพาะในประเทศอังกฤษ ไม่ว่าจะเป็นคนเอเชียหรือคนจากทวีปแอฟริกา ทั้งที่เกิดในประเทศอังกฤษและถือสัญชาติอังกฤษ ส่วนที่อเมริกาถึงแม้จะมีปัญหานี้น้อยกว่า แต่ดูเหมือนว่าความรู้สึกแบ่งแยกเพราะเหตุผลทางเศรษฐกิจก็กำลังเริ่มบ่มเพาะตัวขึ้น ดูๆ ไปก็น่าเป็นห่วงเหมือนกัน

แต่ปัญหาหลักทางเศรษฐกิจเห็นจะได้แก่ปัญหาการแก้ไขงบประมาณแผ่นดินให้ขาดดุลน้อยลง เพื่อทำให้งบประมาณแผ่นดินกลับเข้าสู่จุดดุลยภาพอีกครั้งหนึ่งภายใน 35 ปีข้างหน้า

อาจเป็นเพราะอังกฤษเป็นประเทศที่ขาดดุลงบประมาณสูงถึงร้อยละ 65 ของจีดีพี และมีการประมาณการว่า หากไม่รีบแก้ไขอาจทำให้ตัวเลขการขาดดุลงบประมาณสูงขึ้นถึงร้อยละ 70 ของจีดีพีในอีก 23 ปีข้างหน้า ทำให้รัฐบาลผสมของอังกฤษจำเป็นต้องกำหนดนโยบายที่เข้มงวดเพื่อทำให้งบประมาณขาดดุลน้อยลง และคืบเข้าสู่สมดุลในอีก 23 ปีข้างหน้า

นอกจากการตัดงบประมาณรายจ่ายทั้งงบประมาณด้านการป้องกันประเทศ การสาธารณสุขและการศึกษา ตลอดถึงผลประโยชน์อื่นๆ ที่เป็นรัฐสวัสดิการลงจนทำให้ประชาชนบางส่วนเป็นห่วงว่าจะกระทบถึงคุณภาพของการให้บริการทางการแพทย์ในโรงพยาบาล พยาบาลไม่เพียงพอทำงานหนักกว่าที่ควรเพราะไม่มีการจ้างพยาบาลเพิ่ม ความปลอดภัยของประชาชนอาจน้อยลง เพราะมีการควบคุมจำนวนเจ้าหน้าที่ตำรวจของอังกฤษซึ่งเป็นที่รักใคร่ของประชาชนลงเนื่องจากถูกตัดงบประมาณ ถึงแม้ว่าทางราชการจะยืนยันว่า จำนวนตำรวจที่ออกมาปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยของประชาชนจะไม่ลดลง เพราะจะมีการโยกย้ายตำรวจที่ทำงานด้านสาธารณะในสำนักงานออกมาทำหน้าที่สนามแทน แต่ประชาชนทั่วไปก็ยังเป็นห่วงอยู่ และมีความพยายามที่จะทำให้รัฐบาลคืนงบประมาณให้กรมตำรวจ ดูแล้วน่าภาคภูมิใจแทนตำรวจอังกฤษ

นอกจากการพยายามปรับลดงบประมาณรายจ่ายลงแล้ว รัฐบาลยังปรับอัตราภาษีขึ้นจนคนไทยอย่างผมฟังแล้วขนลุก กล่าวคือตั้งแต่เดือน ม.ค. 2554 เป็นต้นไป รัฐบาลได้ปรับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่มหรือแวดขึ้นจากเดิมที่เก็บสูงจนน่ากลัว สำหรับคนไทยที่จ่ายแวดอยู่ร้อยละ 7 คือจากร้อยละ 17.5 เป็นร้อยละ 20 และเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาในอัตราสูงสุดร้อยละ 50 ของรายได้ที่อยู่ในเกณฑ์

เผอิญส่วนใหญ่เที่ยวนี้ใช้เวลาอยู่ในห้องพักไม่อยากเดินลุยหิมะเพราะไม่กล้าซื้อรองเท้าลุยหิมะคู่ละหมื่นกว่าบาท ทำให้มีโอกาสได้ดูการถ่ายทอดการประชุมรัฐสภาของอังกฤษ ยิ่งดูยิ่งอิจฉาตาร้อนคนอังกฤษ ว่าทำไมผู้แทนของเขาถึงพูดจาโต้ตอบกันน่าฟัง

คนถามก็ถามคำถามสั้นๆ กระชับ แต่ได้ความให้นายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีตอบ ฝ่ายข้างรัฐบาลก็ตอบสั้นๆ ไม่เยิ่นเย้อ แต่ได้สาระได้ใจความเหมือนกัน ไม่พูดพล่ามเพื่อถือโอกาสหาเสียงไปด้วยในสภา และดูเหมือนจะยืนว่ากันสดๆ กลางห้องประชุมสภาเล็กๆ มีม้านั่งให้สมาชิกนั่งเป็นแถวเหมือนคนไทยนั่งรอหมอตามโรงพยาบาลของรัฐ แต่เนื่องจากเป็นสถานที่ที่มีประวัติศาสตร์ต่อเนื่องยาวนาน การตกแต่งมีรสนิยมทำให้ดูมีความศักดิ์สิทธิ์ในตัวเอง ผมรับรองว่าใครตามชมการถ่ายทอดการประชุมสภาอังกฤษสัก 23 เดือนจะมีความรู้เพิ่มขึ้นพอสมควร ไม่เสียเวลาเปล่า ถ้าโทรทัศน์ช่องไหนจะใช้เวลาถ่ายทอดจากโทรทัศน์บีบีซีเข้ามาให้นักเรียนนักศึกษาไทยดูบ้างก็น่าจะเข้าที เพราะนอกจากจะได้รับความรู้ และประสบการณ์ว่าสภาในประเทศที่เจริญแล้วเขาทำงานอย่างไร ยังได้เรียนภาษาอังกฤษฟรีๆ อีกต่างหาก ลองพิจารณาดูนะครับ

พูดออกนอกเรื่องไปนาน กลับมาเรื่องเศรษฐกิจใหม่ดีกว่า ประเด็นปัญหาเรื่องงบประมาณขาดดุลเป็นเรื่องใหญ่มาก และแก้ไขยากอย่างยิ่งถ้าปล่อยให้งบประมาณขาดดุลบานปลายจนทำให้รัฐบาลต้องใช้เงินภาษีจำนวนมากเพื่อจ่ายดอกเบี้ยเงินที่กู้มาใช้จ่าย อย่างที่อังกฤษ นายกรัฐมนตรีเดวิด คาเมรอล บอกว่า จำเป็นต้องแก้ไขปัญหานี้ไม่ว่าใครจะชอบหรือไม่ชอบ เพราะไม่ต้องการให้คนอังกฤษที่ต้องเสียภาษีอัตราสูงแบ่งสัดส่วนของเงินภาษีที่เก็บได้ถึงร้อยละ 10 ในทุกๆ ปอนด์ที่เก็บภาษีได้เพื่อจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้

ผมยังไม่เคยคิดเหมือนกันครับว่า ขณะนี้ประเทศไทยเราใช้เงินกี่บาทในทุกๆ ร้อยบาทที่เก็บภาษีได้เพื่อจ่ายดอกเบี้ยสำหรับเงินที่กู้ยืมมา ใครมีเวลาว่างน่าจะลองคำนวณดู ผมว่าเป็นตัวเลขที่น่าสนใจกว่า การดูแค่สัดส่วนระหว่างหนี้สาธารณะกับจีดีพีเป็นไหนๆ เพราะถ้าจีดีพีโตขึ้นแต่เก็บภาษีได้น้อยเพราะฐานภาษีแคบ ปรับเพิ่มอัตราภาษีไม่ได้ โอกาสที่ปัญหาจะเกิดเพราะกู้เงินเกินตัวก็มีอยู่ เผลอๆ ต้องกู้เงินมาเพื่อจ่ายดอกเบี้ยอีกต่างหาก น่าลองเก็บไปคิดดู

ที่นี่ก็มาถึงปัญหาที่รัฐบาลอังกฤษต้องเผชิญเวลานี้ เพราะการแก้ไขปัญหาโครงสร้างแบบนี้ย่อมกระทบถึงประชากรส่วนที่ได้รับประโยชน์จากนโยบายประชานิยมต่างๆ ที่รัฐมอบให้จนเกิดความเคยชิน การเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มสูงถึงร้อยละ 20 อาจทำให้ประชาชนลดการบริโภคลงทำให้เศรษฐกิจชะลอการเจริญเติบโตการลดการใช้จ่ายด้านสาธารณสุขอาจทำให้คนไข้ต้องรับภาระค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้น หรือได้รับบริการที่เลวลง ความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินลดลง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจมีไม่เพียงพอ ประชาชนเดือดร้อนเพราะรัฐลดการสนับสนุนงบประมาณให้รถโดยสารประจำทาง เป็นต้น

ปัญหาเหล่านี้รัฐบาลและฝ่ายค้านยืนถกกันในสภาต่อสู้กันด้วยเหตุผลอย่างถึงพริกถึงขิง แต่ไม่มีใครกล่าวหาใครว่าจะโกงกินคอร์รัปชัน หรือโกงกับคอร์รัปชันด้วยกันทั้งสองฝ่าย ส่วนประชาชนฟังแล้วจะเชื่อเหตุผลของฝ่ายใดก็เป็นสิทธิของประชาชน

ส่วนที่คนฟังการอภิปรายแล้วพอตัดสินใจได้ ไม่ใช่เพราะเขาฉลาดกว่าคนไทยหรอกครับ แต่เพราะผู้แทนของเขาอภิปรายกันด้วยเหตุผลทั้งสองฝ่าย ฟังง่ายเข้าใจง่ายแม้แต่กะเหรี่ยงไม่สันทัดกรณีอย่างผม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท