posttoday
โอท็อปเจ๊ง เซ่นปาล์มแพง

โอท็อปเจ๊ง เซ่นปาล์มแพง

22 กุมภาพันธ์ 2554

ปัญหาน้ำมันปาล์มขาดแคลนส่งผลกระทบในวงกว้าง ซึ่งยังหาทางแก้ไม่ได้ แม้ความหวังว่าผลผลิตปาล์มของเกษตรกรที่จะเริ่มทยอยออกสู่ตลาดในช่วงเดือนหน้าจะทำให้ปัญหาคลี่คลายไป แต่ในระยะเฉพาะหน้า ประชาชนผู้บริโภคจำนวนมากก็ยังเดือดร้อน

จากการตรวจสอบของนายสามารถ ลอยฟ้า ผวจ.ตาก พบว่าน้ำมันปาล์มที่กระทรวงพาณิชย์นำมาจำหน่ายให้แก่ประชาชน โดยจำกัดการซื้อคนละ 2 ขวดนั้น มีร้านค้าย่อยใช้วิธีจ้างคนมาซื้อแบบเวียนเทียน ทำให้น้ำมันปาล์มส่วนใหญ่กลับไปตกอยู่ในมือพ่อค้ารายย่อย และนำกลับมาขายในราคาที่สูงกว่าขวดละ 47 บาท จึงได้สั่งการให้สืบสวนหาแหล่งเก็บกักตุนน้ำมันปาล์ม

ผลกระทบที่ตามมาจากการกักตุนน้ำมันปาล์มทั้งรายใหญ่รายย่อย ส่งผลให้ราคาน้ำมันปาล์มในตลาดขยับสูงขึ้นกว่าเท่าตัว โดยที่ จ.นครราชสีมา ร้านจำหน่ายสินค้าส่วนใหญ่ไม่มีน้ำมันปาล์มบรรจุขวดวางขาย มีเพียงน้ำมันปาล์มชนิดบรรจุถุง แต่ราคาก็พุ่งสูงขึ้นเท่าตัว ซึ่งราคาปัจจุบันสูงถึงกิโลกรัมละ 6065 บาท จากเดิมกิโลกรัมละ 30 บาท

นายสมศักดิ์ ฉิ่งสูงเนิน เจ้าของร้านขายของชำภายในตลาดย่าโม เขตเทศบาลนครนครราชสีมา กล่าวว่า ขณะนี้น้ำมันปาล์มบรรจุขวดไม่มีเหลือ พ่อค้าคนกลางมีเพียงน้ำมันบรรจุถุงเท่านั้น แต่ราคาก็จะสูงกว่าเดิมเกือบเท่าตัว ราคารับซื้อจากตัวแทนจำหน่ายอยู่ที่กิโลกรัมละ 60 บาท จากเดิมราคาเพียง 28 บาท จึงต้องขายต่อในราคากิโลกรัมละ 62 บาท ซึ่งลูกค้าก็เข้าใจดี

แม้หลังจากน้ำมันปาล์มขาดแคลน ผู้บริโภคก็หันมาบริโภคน้ำมันจากสัตว์ โดยเฉพาะน้ำมันหมูและไก่ แต่ก็ต้องประสบกับปัญหาราคาน้ำมันจากสัตว์มีการขยับตัวสูงขึ้นเช่นเดียวกัน โดยปัจจุบันราคาน้ำมันไก่สูงถึงกิโลกรัมละ 45 บาท จากเดิมเพียงกิโลกรัมละ 2530 บาท โดยตัวแทนจำหน่ายอ้างว่ามันไก่ตามท้องตลาดมีจำนวนน้อย อีกทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่ปรับเปลี่ยนมีจำนวนสูงขึ้นกว่าเท่าตัว จึงทำให้น้ำมันไก่ในตลาดขณะนี้ขาดแคลนอย่างหนัก ราคาเลยปรับตัวสูงขึ้น

นอกจากประชาชนทั่วไปแล้ว กลุ่มวิสาหกิจชุมชน หรือกลุ่มชาวบ้านที่รวมตัวกันผลิตสินค้าโอท็อปประเภทอาหาร ที่ต้องใช้การทอดนับว่าประสบปัญหาอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่า โดยเฉพาะกลุ่มที่มีการทำสัญญาซื้อขายไว้แล้ว ซึ่งจำใจต้องซื้อน้ำมันปาล์มในราคาแพงมาผลิตสินค้าส่งให้ตามสัญญา

“กลุ่มวิสาหกิจชุมชนหลายกลุ่มที่เคยทำสัญญาการค้ากับห้างหรือลูกค้าทั้งในไทยหรือต่างประเทศไปแล้ว ซึ่งเมื่อต้นทุนน้ำมันแพงก็ไม่สามารถที่จะหยุดเลิกกิจการได้ เพราะมีสัญญาการค้าล่วงหน้าที่ทำไว้ จึงต้องกลืนเลือดยอมขาดทุนผลิตสินค้าเพื่อส่งตามสัญญาการค้าล่วงหน้าต่อไปจนกว่าจะหมดสัญญา” นางยุพา สังข์เนตร ประธานกลุ่มอาชีพสตรีแปรรูปผลิตภัณฑ์บรรจุกระป๋อง ต.บ่อตาโล อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา เล่าถึงชะตากรรมของเพื่อนร่วมอาชีพกลุ่มอื่น

แม้จะไม่ต้องทนกับภาวะขาดทุน เพราะกลุ่มของเธอไม่ได้ทำสัญญากับลูกค้าเอาไว้ แต่การที่ต้องหยุดกิจการมานานนับเดือนตั้งแต่น้ำมันปาล์มมีราคาแพง ก็ทำให้พวกเธอ 32 ครัวเรือนที่เคยมีรายได้จากการขายกบทอดบรรจุกระป๋องเดือนละร่วมแสนบาท ต้องสูญเสียรายได้ส่วนนี้ไปอย่างน่าเสียดาย

“ยอมรับว่าได้หยุดกิจการแล้วโดยสิ้นเชิง และสมาชิกเครือข่ายทั้ง 32 ครัวเรือนตกงานทันที ที่สำคัญตอนนี้ยังไม่รู้จะหันไปทำอาชีพใดเพื่อมาเลี้ยงชีพในยุคข้าวของแพงเศรษฐกิจย้ำแย่แบบนี้”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท