
มนุษย์เงินเดือนหมดทางเลือก ยอมจำนน ประกันสังคม เหลื่อมล้ำ
...ธนวัฒน์ เพ็ชรล่อเหลียน
ชีวิตมนุษย์เงินเดือนภายใต้ข้อจำกัดของสังคมมีตัวเลือกไม่มากนัก วุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรีแรกเริ่มมีรายได้เฉลี่ยเพียง 8,0001 หมื่นบาท หักค่าอาหาร ค่าที่พัก ค่าเดินทาง แทบชักหน้าไม่ถึงหลัง ส่วนเงินออมไม่ต้องพูดถึง เจ็บป่วยครั้งใดก็มีที่พึ่งทางเดียวคือ
“ประกันสังคม” แม้จะรู้ดีว่าเหลื่อมล้ำ แต่จำต้องยอมทนพันธุ์ปิติ ธิสุกะ พนักงานบริษัท มายาแชนแนล 2002 กล่าวอย่างมีอารมณ์ว่า ทุกวันนี้ถูกหักเงินประมาณ 600 บาทต่อเดือน เพื่อแลกกับการรักษาพยาบาลแบบไร้มาตรฐานและยาราคาถูก ขอบอกเลยว่าประกันสังคมไม่มีประโยชน์ต่อชีวิต แต่ที่ยังอยู่ในระบบ เพราะถูกกฎหมายบังคับ
“
มันรักษาห่วย ไม่สนใจเราเลย ขนาดยาพาราเซตามอลที่ได้ยังเป็นยาราคาถูก” พนักงานรายนี้กล่าวด้วยอารมณ์คุกรุ่นพันธุ์ปิติ เล่าต่ออย่างเดือดดาลว่า ได้ทำประกันสุขภาพกับบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เสียเงินประมาณปีละ 1 หมื่นบาทเศษ หากเปรียบเทียบกับประกันสังคมก็จ่ายเพิ่มอีกเพียง 3,0004,000 บาท ขณะที่ได้รับการบริการและสิทธิประโยชน์ดีกว่ามาก ทำให้นึกสงสัยว่ามีประกันสังคมไว้ทำไม
“
สำหรับคนอื่นประกันสังคมอาจจะสำคัญ แต่สำหรับผมมันไม่ใช่ ผมไม่ได้ใช้บริการเลย แต่กฎหมายบังคับให้จ่ายก็จ่ายๆ ไป” เขากล่าวพนักงานบริษัทรายนี้ เล่าอีกว่า เคยไปโรงพยาบาลกับญาติที่เป็นผู้ประกันตน เห็นพยาบาลเดินปรี่เข้ามาถามว่ามีประกันหรือไม่ เมื่อตอบว่ามี พยาบาลคนนั้นก็ต้อนรับและพาเดินไปเขียนเอกสารอย่างสุภาพ พยาบาลถามต่อว่าประกันของบริษัทใด ญาติจึงตอบไปว่าประกันสังคม พยาบาลก็ชักสีหน้าใส่แล้วชี้ให้ไปต่อแถวอื่น
วิโรจน์ สุทธิสีมา บรรณาธิการนิตยสารด้านภาพยนตร์ ตัดพ้อว่าเสียดายเงินที่จ่ายไปอย่างสูญเปล่า 750 บาทต่อเดือน เนื่องจากได้รับบริการที่ไม่ประทับใจ โดยตลอด 8 ปีที่ทำงานมา ใช้สิทธิประกันสังคมไม่ถึง 5 ครั้ง หากเปรียบเทียบแล้วต้องจ่ายปีละ 9,000 บาท รวม 8 ปีเป็นเงิน 7.2 หมื่นบาท ในขณะที่ใช้สิทธิจริงๆ เพียงไม่กี่บาท ถามว่าเพิ่มคุณภาพการรักษาและบริการให้ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ
“
เคยออกกำลังกายแล้วแน่นหน้าอก เลยรีบนั่งรถไปโรงพยาบาล ไปถึงพบว่ามีคนไข้รอตรวจ 40 คน ขณะที่มีแพทย์แค่ 3 คน จึงต้องนั่งรออยู่อย่างนั้นทั้งๆ ที่หายใจไม่ออก เราอยากได้รับการดูแลทันที เพราะคิดว่าเป็นเรื่องฉุกเฉิน ขอยืนยันว่าหากมีวิธีถอนตัวออกจากระบบประกันสังคมได้จะรีบทำโดยทันที” วิโรจน์ ยืนยันปิยภัทร ภัทรปรีดา พนักงานธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) เห็นว่า ระบบประกันสังคมเป็นการสะสมประโยชน์ไว้เพื่ออนาคต จึงไม่รู้สึกเสียดายเงินประมาณ 670 บาทต่อเดือน แต่ตลอดระยะเวลาที่ทำงานมาประมาณ 3 ปีก็ไม่เคยได้ใช้บริการ เนื่องจากบริษัทมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล 6 หมื่นบาทต่อปี
“
มันไม่มีเหตุให้ผมต้องไปใช้บริการ ถามว่าเสียดายเงินไหมก็รู้สึกว่ายังสามารถจ่ายได้ก็จ่ายๆ ไป” นายแบงก์รายนี้กล่าวอย่างไม่รู้สึกยินดียินร้ายน.ส.ศิริลักษณ์ ลีวิวัฒนาวงศ์ พนักงานบริษัท ซีพี ออลล์ มองว่า เงินจำนวน 700 บาทต่อเดือน ที่ต้องจ่ายสมทบไม่ได้สร้างความเดือดร้อนแก่ชีวิต แต่ในความเป็นจริงก็ไม่เคยใช้บริการประกันสังคม เพราะบริษัทมีสวัสดิการค่ารักษาพยาบาลที่เหนือกว่า อย่างไรก็ตามอยากเสนอให้สำนักงานประกันสังคม (สปส.) ใช้ระบบให้ผู้ประกันตนเบิกค่ารักษาพยาบาลเอง เช่น กำหนดเพดานขั้นสูงไว้ หากเลือกรักษาที่โรงพยาบาลราคาแพงก็ให้จ่ายเพิ่มเอง
ทั้งหมดนี้คือเสียงสะท้อนจากผู้ประกันตนที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก







