posttoday
เสื้อแดงจับจังหวะ 21 ก.พ. เร่งเกมบีบ อภิสิทธิ์ ยุบสภา

เสื้อแดงจับจังหวะ 21 ก.พ. เร่งเกมบีบ อภิสิทธิ์ ยุบสภา

21 กุมภาพันธ์ 2554

วันที่ 21 ก.พ. จะขอให้ศาลปล่อยตัวแกนนำ หากไม่ยอมหรือปล่อยเพียง 2 คน ก็ขออย่าให้ประกันตัวและให้เอาผมเข้าคุกไปอีกคน

วันที่ 21 ก.พ. จะขอให้ศาลปล่อยตัวแกนนำ หากไม่ยอมหรือปล่อยเพียง 2 คน ก็ขออย่าให้ประกันตัวและให้เอาผมเข้าคุกไปอีกคน

โดย...ทีมข่าวการเมือง

“วันที่ 21 ก.พ. จะขอให้ศาลปล่อยตัวแกนนำ หากไม่ยอมหรือปล่อยเพียง 2 คน ก็ขออย่าให้ประกันตัวและให้เอาผมเข้าคุกไปอีกคน”

เป็นท่าทีที่ออกมาล่าสุดจาก “จตุพร พรหมพันธุ์” สส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวแกนนำ นปช.ที่ถูกควบคุมตัวในเรือนจำออกมาทั้งหมด

เสื้อแดงจับจังหวะ 21 ก.พ. เร่งเกมบีบ อภิสิทธิ์ ยุบสภา

สอดคล้องกับวันนี้ที่ศาลอาญาได้นัดไต่สวนคำร้องที่นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ ประธาน นปช. ได้ยื่นเรื่องไปก่อนหน้านี้

ที่ผ่านมาหลังจากที่แกนนำ นปช. 7 คน ได้เข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเมื่อเดือน พ.ค. 2553 รวมเวลา 9 เดือน ทีมกฎหมาย นปช.ได้พยายามใช้ทุกช่องทางของกฎหมายเพื่อให้แกนนำเหล่านั้นได้รับอิสรภาพออกมาจากเรือนจำชั่วคราวเพื่อต่อสู้คดี แต่ก็ไร้ผล

ขณะเดียวกันในทางการเมือง ฟากแกนนำ นปช. ที่ได้รับการแต่งตั้งใหม่ก็ได้พยายามสะสมระดมมวลชนให้มารวมกันในทุกวันสำคัญของคนเสื้อแดงทุกเดือน เช่น วันที่ 10 หรือวันที่ 19 โดยชูประเด็นให้มีการปล่อยตัวแกนนำ

ในเรื่องของการปล่อยตัวแกนนำ นปช.นั้น ไม่ใช่มีแต่ทางคนเสื้อแดงเรียกร้องเท่านั้น แต่ในภาคส่วนอื่นๆ ก็ได้ขอให้รัฐบาลเร่งดำเนินการประกันตัวเช่นกัน

อย่าง “คณิต ณ นคร” ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริงเพื่อความปรองดองแห่งชาติ (คอป.) ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รัฐบาลตั้งขึ้นมา เพราะมองเห็นว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความปรองดองให้เกิดขึ้น แต่ก็เหมือนว่าไร้ความหมายเนื่องจากไม่ได้รับการตอบสนองจากรัฐบาล

ตรงกันข้าม กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) มักจะเป็นหัวหอกในการขอคัดค้านการประกันตัวแทบทุกครั้ง จนเป็นผลให้แกนนำ นปช.ต้องนอนคุกมาจนถึงทุกวันนี้

นับวันหนามตำใจเรื่องสองมาตรฐานในการดำเนินคดีคนเสื้อแดงเปรียบเทียบกับคนเสื้อเหลืองยิ่งตอกลิ่มให้ความขัดแย้งร้าวลึกมากขึ้น และมีส่วนสำคัญให้มีปริมาณคนเสื้อแดงมาร่วมชุมนุมมากขึ้นเพื่อกดดันรัฐบาล

ใจความสำคัญที่แกนนำ นปช.ใช้ตั้งคำถามและให้สังคมช่วยกันตอบ คือ ในคดีการก่อการร้ายเหมือนกัน ทำไมแกนนำเสื้อเหลืองได้รับการประกันตัว แต่แกนนำเสื้อแดงได้รับการปฏิเสธ

แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลจะได้ดำเนินการอะลุ่มอล่วยบ้าง ด้วยการให้กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงยุติธรรม ช่วยเหลือบรรดาแนวร่วม นปช.ที่ถูกคุมขังจนได้รับการปล่อยออกมาบ้าง รวมไปถึงกรณีที่ “กอร์ปศักดิ์ สภาวสุ” เลขาธิการนายกรัฐมนตรีในเวลานั้นไปเป็นพยานในชั้นศาลจนประกันตัว “วีระ มุสิกพงศ์” ออกมาได้

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีผลให้ท่าทีของคนเสื้อแดงอ่อนแรงลงแต่ประการใด แต่รุกคืบและพยายามทุกวิถีทางให้มีการเคลื่อนไหวในนามคนเสื้อแดงดำเนินต่อไป จนไปสู่เป้าหมายตามที่ตั้งไว้

การเคลื่อนไหวในระยะนี้ของคนเสื้อแดงนอกเหนือไปจากการมุ่งเป้าไปที่วันที่ 21 ก.พ.แล้ว แต่เพราะลึกๆ ยังหวังใช้จังหวะนี้หวังผลให้รัฐบาลตัดสินใจยุบสภาผู้แทนราษฎรเลือกตั้งใหม่เร็วขึ้นด้วย

มีการประเมินสถานการณ์ในเบื้องต้นว่า นับจากนี้ไปในช่วงระหว่างเดือน มี.ค.พ.ค. กลุ่มคนเสื้อแดงจะมีการนัดรวมตัวกันมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่จะมีการครบรอบ 1 ปีของคนเสื้อแดงในหลายเหตุการณ์ อาทิ 12 มี.ค. การนัดชุมนุมแดงทั้งแผ่นดิน 10 เม.ย. เหตุการณ์ปะทะกับทหารที่สี่แยกคอกวัว และ 19 พ.ค. ครบรอบการสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์

เหตุการณ์เหล่านี้จะกลายเป็นตัวกระตุ้นสำคัญให้คนเสื้อแดงเข้ามากดดันรัฐบาลมากขึ้น จนนำไปสู่สถานการณ์ที่ไม่คาดคิดได้

ประกอบกับรัฐบาลในช่วงเวลานี้ประสบกับปัญหาการบริหารราชการแผ่นดินพอสมควร โดยเฉพาะการแก้ไขปัญหาราคาสินค้าอุปโภคบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น เช่น น้ำมันปาล์ม ผนวกกับการออกมาเปิดโปงขบวนการทุจริตที่ตามมาอีกจำนวนมาก

จากปัญหาการเมืองและเศรษฐกิจ กำลังจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญให้รัฐบาลตัดสินใจยุบสภาเร็วขึ้นกว่ากำหนด จากเดิมในเดือน มิ.ย. มาเป็นต้นเดือน พ.ค.แทน

โดยคาดว่าเหตุการณ์ครบรอบ 1 ปี การกระชับพื้นที่สี่แยกราชประสงค์ จนมีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก คนเสื้อแดงจะใช้เรื่องนี้มาโหมกระพือเพื่อหวังผลทำลายความน่าเชื่อถือของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” นายกรัฐมนตรี ในช่วงแต่งหน้าทาปากเพื่อลงสู่สนามเลือกตั้ง

แต่หากรัฐบาลตัดสินใจยุบสภาเดือน พ.ค. ก่อนวันที่ 19 พ.ค. และไปกำหนดวันเลือกตั้งในช่วงปลายเดือน มิ.ย. หรือต้นเดือน ก.ค. อย่างน้อยจะยังได้รับการคุ้มครองไม่ให้บรรดาคนเสื้อแดงหรือแม้แต่พรรคเพื่อไทยใช้เรื่องนี้มาหวังผลทางการเมืองได้มากนัก

เนื่องจากในช่วงที่มี พ.ร.ฎ.เลือกตั้ง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. และการได้มาซึ่ง สว. บวกกับมาตรา 104 ของ พ.ร.บ.พรรคการเมือง ได้กำหนดห้ามไม่ให้พรรคการเมืองหรือผู้ใดสมคบรู้เห็นเป็นใจดำเนินการกลั่นแกล้งผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองโดยปราศจากมูลความจริง จะมีโทษจำคุก 210 ปี และยุบพรรคการเมือง

ดังนั้น ถ้าสถานการณ์เสื้อแดงทำท่าจะบานปลาย เชื่อได้เลยว่านายกฯ คนนี้จะไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในความเสี่ยงอีกรอบ โดยพร้อมจะใช้การยุบสภาเป็นเครื่องมือคลี่คลายสถานการณ์ต่างๆ

เพียงแต่ว่าในระยะเวลานี้ ที่เหลืออีก 2 เดือนจากนี้ รัฐบาลจะสะสมความพร้อมให้กับตัวเองให้มากพอก่อนลงสนามเลือกตั้งหรือไม่เท่านั้น

 

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์