
DSIลั่นตรวจโรงกลั่นปาล์มครบ10แห่ง23ก.พ.นี้
ดีเอสไอลุยสอบโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มรับโควตาจากพาณิชย์10แห่งภายใน 23 ก.พ.นี้ พร้อมให้สำนักคดีภาษีอากรวิเคราะห์เอกสารว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาหรือไม่ หลังพบบางแห่งตั้งบริษัทใหม่รับโควตาต่อ
ดีเอสไอลุยสอบโรงงานกลั่นน้ำมันปาล์มรับโควตาจากพาณิชย์10แห่งภายใน 23 ก.พ.นี้ พร้อมให้สำนักคดีภาษีอากรวิเคราะห์เอกสารว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขสัญญาหรือไม่ หลังพบบางแห่งตั้งบริษัทใหม่รับโควตาต่อ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) กล่าวว่า ดีเอสไอได้กำหนดขั้นตอนการตรวจสอบโรงกลั่นน้ำมันปาล์มที่ได้รับโควตาผลิตน้ำมันจุกฟ้าให้กระทรวงพาณิชย์ ทั้ง 10 แห่ง โดยคาดว่าวันที่ 23 ก.พ.นี้ จะสามารถตรวจสอบได้เสร็จสิ้นทั้ง 10 แห่ง
หลังจากตรวจสอบแล้วจะให้สำนักคดีภาษีอากรจะวิเคราะห์เอกสารที่รวบรวมได้ ตรวจสอบรายละเอียดการกำหนดและการจัดสรรโควต้าให้แต่ละโรงงานว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาหรือไม่
"บางบริษัทได้รับโควต้า 6,000 ตัน แต่มีบริษัทที่ตั้งขึ้นใหม่ ไม่มีประสบการณ์ด้านการผลิต ไปขอแบ่งโควต้าจากบริษัทรายใหญ่ บริษัทละ 1,000 ตัน เพื่อผลิตและจัดจำหน่าย ดังนั้นต้องดูสัญญาบริษัทที่ได้รับโควตาว่าทำได้หรือไม่ และต้องหาคำตอบว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร ซึ่งเจ้าหน้าที่กระทรวงพาณิชย์เคยชี้แจงว่าเป็นเรื่องของกลไกการตลาด"นายธาริตกล่าว
อย่างไรก็ตามดีเอสไอต้องตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง นอกจากนี้ยังรวมถึงจัดจำหน่ายให้พ่อค้าคนกลางหรือยี่ปั๊ว ซาปั๊ว ในวันเวลาใด ช่วงระยะเวลาสอดคล้องกับการผลิตหรือไม่ หากเข้าข่ายพบข้อมูลว่ามีลักษณะกักตุน ดีเอสไอต้องดำเนินการทางอาญา
นายธาริตกล่าวอีกว่า ขณะนี้ดีเอสไอได้รับการแจ้งเบาะแสในหลายส่วน ทั้งรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้อง แหล่งกักตุน ซึ่งยืนยันว่าดีเอสไอตรวจสอบ เฉพาะประเด็นที่ผิดกฎหมาย ส่วนประเด็นอื่นๆที่โต้เถียงกันเข้าใจว่าคงเป็นเพียงเรื่องบริหารงาน ดีเอสไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยว อย่างไรก็ตาม การเข้าตรวจสอบยังโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มของดีเอสไอ ทำให้มีการตื่นตัวของผู้ผลิต จนต้องรีบเร่งผลิตน้ำมันเพื่อไม่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตรวจพบว่ามีการกักตุน ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี จะได้ช่วยกระจายน้ำมันออกสู่ตลาดได้โดยเร็ว
ด้านพ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันทน์ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า ดีเอสไออยู่ระหว่างการวางแผนเข้าตรวจสอบโรงงานผลิตน้ำมันปาล์มหลายแห่ง แต่คงไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ เพราะที่ผ่านมามีหลายฝ่ายต่อว่าดีเอสไสว่าจะไปค้นโรงงงาน แต่ประกาศให้เจ้าของโรงงานรู้ตัวล่วงหน้า ซึ่งต่อไปดีเอสไอต้องระมัดระวังการทำงานมากขึ้น







