
“มาร์ค” ยัน ไม่มีเหตุยุบสภารอผ่านมี.ค.ก่อน
“มาร์ค” ลั่นไม่มีเหตุยุบสภา เลยเดือนมีนาไปนิดค่อยว่ากันใหม่ แจงไม่ได้เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า เพราะเขียนมาตลอดต้องแก้รธน.เขตใหญ่
“มาร์ค” ลั่นไม่มีเหตุยุบสภา เลยเดือนมีนาไปนิดค่อยว่ากันใหม่ แจงไม่ได้เขียนด้วยมือลบด้วยเท้า เพราะเขียนมาตลอดต้องแก้รธน.เขตใหญ่
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เป็นธรรมดา ช่วง 2-3 เดือนแรกของปีนี้ บอกแล้วว่าหนักหน่อย เพราะมันมีคนเคลื่อนไหวหนัก ส่วนจะนำไปสู่จุดแตกหักยุบสภาหรือไม่ ไม่ถึงขนาดนั้น ถือว่าขณะนี้การทำงานเป็นไปตามปกติ ความรู้สึกผิดหวัง เห็นไม่ตรงกันเป็นธรรมดา
“วันนี้ผมยังไม่เห็นเหตุผลอะไรที่ต้องยุบสภา” นายกอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า คิดว่าจะก้าวข้ามไปถึงเดือนมีนาคมหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า อาจจะเลยเดือนมีนาคมไปนิดหน่อย ก็ได้เป็นธรรมดา
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่กังวลเสถียรภาพรัฐบาล เพราะมีแนวทำงานในการเมืองที่ถือว่า ถ้าเราทำในสิ่งที่เราเชื่อว่าเป็นประโยชน์สูงสุดต้องทำตรงนั้น ส่วนการเมืองมีปัญหาอุปสรรค ก็แก้ไขกันไป
“ผมพยายามทำความเข้าใจ ไม่มีอะไรที่ผมไปกล่าวหาคนอื่น แต่ที่คนอื่นมากล่าวหาผมๆ บอกได้เลยว่าไม่จริง และไม่เป็นธรรม เพราะผมก็เล่าให้ฟังครบถ้วนหมด ทุกคนทราบดีว่า เวลาผมตกลง หรือคุยอะไรกับใคร ผมค่อนข้างที่จะละเอียดว่า ตรงนั้นหมายถึงอะไร ตรงนี้หมายถึงอะไร บางคนเอาเรื่องหนึ่งไปปนอีกเรื่องหนึ่งก็เกิดความสับสน” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้รับจดหมายของนายสมศักดิ์ ที่ระบุว่า เขียนด้วยมือ ลบด้วยเท้า แต่ก็ยังแปลกใจ เพราะตนเองเป็นคนเขียนเรื่องเขตใหญ่เอาไว้จะลบด้วยเท้าได้อย่างไร
“ตอนที่จัดตั้งรัฐบาลมีการหยิบยกประเด็นเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ ผมก็แบ่งได้เป็น3 ส่วน คือ ส่วนแรกที่ไม่ควรแก้ นั่นก็คือเรื่องของการแก้รัฐธรรมนูญที่จะนำไปสู่การนิรโทษกรรม เนื่องจากเป็นประเด็นที่เห็นได้ชัดว่าก่อให้เกิดความแตกแยกในสังคม ก็ตกลงกันว่าไม่แก้ ประเด็นที่สองที่แก้ได้ คิดว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาในเรื่องที่ไม่เป็นประชาธิปไตยในบางเรื่อง เช่น ประเด็นเรื่องวุฒิสภาที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ทั้งที่มีอำนาจมาก และประเด็นที่สามเรื่องเทคนิค เรื่องเขตเลือกตั้ง ที่ไม่เข้าข่ายเกี่ยวกับนิรโทษกรรมและเข้าข่ายที่บอกว่าเป็นหรือไม่เป็นประชาธิปไตย ก็บอกว่าประเด็นอย่างนี้มาคุยกัน นี่คือสิ่งที่ตกลงกันไว้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มีประเด็นที่มีความละเอียดอ่อน เราก็จะไปทำในกรอบของคณะกรรมการสมานฉันท์ และมาตกลงให้เกิดความมั่นใจว่าสังคมยอมรับก็ทำประชามติ แต่ทุกฝ่ายต้องตกลงกันก่อน เมื่อฝ่ายค้านเป็นฝ่ายถอนตัวไป พอดีทางพรรคร่วมบางพรรคก็อยากเสนอประเด็นเรื่องเขตเลือกตั้ง ซึ่งตนบอกว่า เรื่องนี้ยังคิดไม่ตรงกัน แต่บังเอิญเขารีบ เมื่อรีบเขาก็เสนอ และเมื่อเสนอทางพรรคประชาธิปัตย์ก็ตัดสินใจว่าจะสนับสนุนหรือไม่
“เขาบอกเองว่า พรรคประชาธิปัตย์เข้าชื่อสนับสนุนหรือไม่เขาก็เดินต่อ เรื่องนี้เป็นเรื่องของสภา ไม่ใช่เรื่องรัฐบาล ผมเห็นว่าไม่มีอะไร วันข้างหน้าเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญต้องมาคุยกันอีก เพราะมีเรื่องที่มันใหญ่กว่าเรื่องเขตเลือกตั้งเยอะแยะก็เท่านั้นเอง” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่เคยไปกล่าวหาเรื่องใครเป็นประโยชน์ของใคร แต่ให้ไปดูคำอภิปรายของตนเองเรื่องเขตใหญ่ที่แสดงต่อคณะกรรมาธิการจัดทำร่างฯได้ ไม่มีเรื่องประโยชน์พรรค แต่พูดตรงๆสำหรับตนเอง เรื่องเขตใหญ่ไม่ได้มีผลต่อการเลือกตั้งเท่าไหร่







