
สุเทพลั่นฟันแน่คนเอี่ยวตุนน้ำมันปาล์ม
"สุเทพ" ท้าเปิดชื่อนักการเมือง"ส." เอี่ยวผลประโยชน์น้ำมันปาล์ม ลั่นจัดการทุกคนที่กักตุน ด้านดีเอสไอถกกรมการค้าแก้กักตุนเล็งตรวจโรงงานผลิต
"สุเทพ" ท้าเปิดชื่อนักการเมือง"ส." เอี่ยวผลประโยชน์น้ำมันปาล์ม ลั่นจัดการทุกคนที่กักตุน ด้านดีเอสไอถกกรมการค้าแก้กักตุนเล็งตรวจโรงงานผลิต
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงการวิจารณ์ว่า มีนักการเมืองได้รับประโยชน์จากปัญหาน้ำมันปาล์มขาดตลาดว่า เรื่องนี้พูดกันมาหลายวันแล้ว แต่ก็ไม่เห็นออกมาระบุให้ชัดเจน บางคนเลอะเทอะถึงกับออกมาพูดว่านักการเมือง “ส” ที่หมายถึงนั้น คือตนหรือไม่ จะได้ทราบ ขอให้พูดมาให้ชัดเจนจะได้ไม่เสียหาย ยืนยันว่าเมื่อตนลงมาแก้ไขปัญหานี้ ก็ได้มอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าไปดำเนินการตรวจสอบหากพบว่า มีนักการเมืองไม่ว่าจะมีชื่อย่อ ส. ก. หรือ ฮ.ก็ตามเข้ามาเกี่ยวข้อง ก็จะดำเนินคดีกับทุกคน
นายสุเทพ กล่าวว่า กรณีนี้เป็นความเดือดร้อนของประชาชนทุกครอบครัว น้ำมันพืชเป็นสิ่งที่ครอบครัวต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เมื่อเกิดภาวะขาดแคลนต่อเนื่องยาวนาน ก็ได้อนุมัติให้นำเข้าจากต่างประเทศ แต่ในครั้งแรกไม่สามารถแก้ไขปัญหาไม่ได้ และเมื่ออนุมัตินำเข้าครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 1 ก.พ.ที่ผ่ามา มาถึงวันนี้ยังนำเข้าไม่ได้ อย่างนี้ก็ต้องตรวจสอบว่าเกิดอะไร หากกระทรวงพาณิชย์ไม่สามารถดำเนินการได้ ก็จะให้เอกชนนำเข้า ซึ่งจะหาข้อยุติในเรื่องนี้อีกครั้งในการประชุมวันที่ 22 ก.พ.นี้ ตนจะต้องทำให้ปัญหานี้ยุติลงให้ได้
ดีเอสไอถกกรมการค้าแก้กักตุนเล็งตรวจโรงงานผลิต
เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พ.ต.อ.ณรัชต์ เศวตนันท์ รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวน กรณีการกักตุนสินค้าประเภทน้ำมันพืช พร้อมด้วย พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล ผู้บัญชาการสำนักคดีคุ้มครองผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม มาประชุมร่วมกับจ้าหน้าที่กรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เพื่อรวบรวมข้อมูล และร่วมกันกำหนดแนวทางการสอบสวนและตรวจสอบคดีดังกล่าว ในส่วนของกรมการค้าภายใน มี นายอดุลย์ ยุววิทยาพานิชย์ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายทางการค้า และเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการ ที่เข้าร่วมประชุม
ทั้งนี้ กรณีการกักตุนน้ำมันพืชยังไม่ได้รับเข้าเป็นคดีพิเศษ แต่ ดีเอสไอ ได้รับมอบหมายจาก นายกรัฐมนตรี ให้เข้าไปตรวจสอบการกักตุนน้ำมันจนทำให้มีราคาสูงขึ้นเกินกำหนด โดยพนักงานสอบสวนชุดนี้ สามารถลงพื้นที่ตรวจสอบแหล่งจำหน่าย และโรงงานผลิตขนาดใหญ่ได้ โดยอาศัยการประสานงานของกรมการค้าภายใน ขณะเดียวกัน ก็มีอำนาจในการขอข้อมูลข้อเท็จจริง หรือ พยานหลักฐานได้ ซึ่งขณะนี้ทั้ง 2 ฝ่าย ยังอยู่ระหว่างการหารือ เพื่อหาทางออกและแนวทางแก้ไขปัญหาดังกล่าวกัน







