
"มิ่งขวัญ - เฉลิม" สองคู่มวยในพท.ใครเจ๋งกว่ากัน
เวทีอภิปรายร่างพรบ.งบกลางปี 2554ที่เพิ่งผ่านพ้นไป กับการทำหน้าที่ผู้นำทัพยกแรก ของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขุนพลในสภาผู้มีวาทะเผ็ดร้อน เมื่อเทียบสองคู่มวยแล้วใครจะเข้าตากว่ากัน
เวทีอภิปรายร่างพรบ.งบกลางปี 2554ที่เพิ่งผ่านพ้นไป กับการทำหน้าที่ผู้นำทัพยกแรก ของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ กับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขุนพลในสภาผู้มีวาทะเผ็ดร้อน เมื่อเทียบสองคู่มวยแล้วใครจะเข้าตากว่ากัน
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ผ่านไปแล้วกับยกแรกของ มิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ผู้นำทัพอภิปรายไม่ไว้วางใจจากพรรคเพื่อไทย ที่ใช้เวลาชั่วโมงกว่าอุ่นเครื่องในเวทีอภิปรายร่างพรบ.งบกลางปี 2554ก่อนขึ้น โชว์ของจริง ในเวทีซักฟอกเดือนหน้า ซึ่ง ส.ส.ในกลุ่มมิ่งขวัญ ชื่นชมว่า เป็น "มิติใหม่" ที่ใช้พาวเวอร์พ็อยท์เกือบร้อยแผ่นตลอดการอภิปราย ขย้อนเรื่องที่เข้าใจยากให้ฟังง่าย
หากเปรียบเทียบกับ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ขุนพลในสภาจากพรรคเพื่อไทยด้วยกันซึ่งทั้งสองต่างเป็น เกาเหลาในพรรค ก็ต้องบอกว่า เป็นคนละเรื่อง คนหนึ่งเป็น "แกงเผ็ด" อีกคนเป็น "แกงจืด" โพสต์ทูเดย์สอบถามความเห็นนักการเมืองในสภา เทียบสองคู่มวยในพรรคเพื่อไทย ใครเข้าตากว่ากัน?
นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เนื้อหา ลีลาการอภิปรายงบกลางปี ของทั้ง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นั้นแต่ละคนก็มี ข้อดีข้อเสียกันคนละด้าน ไม่มีใครโดดเด่นไปกว่ากันและกัน ที่สำคัญ ในภาพรวมการอภิปรายยังถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานทั้งสองคน ซึ่งหากวัดมาตรฐาน และราคาคุยต้องบอกว่าผิดหวัง เพราะคนชมคาดหวังสูงกว่านี้
ทั้งนี้ สำหรับ นายมิ่งขวัญ จุดเด่นอยู่ตรงเนื้อหาข้อมูลการอภิปรายฯ และ รูปแบบการอภิปรายแนวใหม่ ที่หวังเจาะกลุ่มเป้าหมายอีกระดับหนึ่ง แต่สำหรับคนที่เคยชินกับการอภิปรายปกติ คงจะไม่ค่อยชอบ เพราะออกจะเป็นการบรรยายในห้องประชุม มากกว่าการอภิปรายในสภา โดยเฉพาะการใช้ชาร์ตประกอบการอภิปรายซึ่งดีสำหรับเฉพาะคนที่ไม่ได้ติดตามข้อมูลมาก่อน ดังนั้นหากยังยึดแนวทางนี้ไปใช้ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงน่าเป็นห่วง เพราะการอภิปรายไม่ไว้วางใจต้องออกแนวโหดเหี้ยม ต้องมี "หมัดน็อค" ลำหักลำโค่นมากกว่านี้
ส่วน จุดเด่น ร.ต.อ.เฉลิม อยู่ที่วิธีการนำเสนอ อันเร้าใจถูกคอแฟนการเมืองและคนฟังมากกว่า แต่ในส่วนข้อมูลที่นำมาอภิปรายนั้น เป็นข้อมูลเก่า และซ้ำซาก ไม่มีการทำการบ้านมาก่อน แต่กลับไปเน้นที่การใช้ลีลาโวหารเป็นหลัก ดังนั้นประเมินแล้วครั้งนี้ ต้องถือว่า ร.ต.อ.เฉลิม มือตกต่ำกว่ามาตรฐาน ส่วนหนึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นเพราะข้อจำกัดในอภิปรายในเรื่องงบประมาณ ทำให้โชว์ลีลาสู้การอภิปรายไม่ไว้วางใจไม่ได้ ดังนั้น การอภิปรายครั้งนี้จึงออกจะจืดชืดไปหน่อย โดยเฉพาะกับหนังตัวอย่างโฆษณาเกินจริง
นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ มองว่า การอภิปรายของร.ต.อ.เฉลิม เอามันอย่างเดียว ไม่มีอะไร แต่ชาวบ้านอาจจจะชอบใจ ขณะที่นายมิ่งขวัญเน้นวิชาการ สาระ และพยายามทำการบ้านนำเสนอข้อเท็จจริง แต่ยังใหม่ในเวทีนี้อยู่ซึ่งถ้าอภิปรายบ่อย เก็บเกี่ยวประสบการณ์ก็น่ากลัว
"ถ้าเปรียบเป็นคู่มวย คุณเฉลิม มีลำหักลำโค่น กองเชียร์ส่งเสียง เฮๆๆส่วนคุณมิ่งขวัญก็สไตล์เต้นฟุตเวิรค์ แต่นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับมือได้ทุกรูปแบบ และฟอร์มเหนือกว่าทั้งสองคนเยอะ" รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว
นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่า การทำหน้าที่ของนายมิ่งขวัญ ถือว่าเป็นปรากฎการณ์ใหม่ที่เกิดขึ้นสำหรับการอภิปรายในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยเฉพาะการจัดลำดับเนื้อหาที่ทำให้เข้าใจง่ายและง่ายต่อการติดตาม ซึ่งสิ่งที่ทำให้นายมิ่งขวัญสร้างความแตกต่างได้มากกว่าคนอื่นๆ คือ การทำสไลด์เพื่อนำเสนอเนื้อหา เพราะที่ผ่านมาทำสไลด์สส.ส่วนใหญ่มักจะทำแบบที่มีแต่เนื้อหาเต็มหน้าจอ แต่ในส่วนที่นายมิ่งขวัญได้นำเสนอเฉพาะประเด็นสำคัญๆ ไม่ใช่มีแต่ตัวหนังสือเต็มไปหมด การนำเสนอแบบนี้ทำให้คนที่ไม่เข้าใจงบประมาณอาจจะเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นเมื่อนายฟังการอภิปรายของนายมิ่งขวัญ และสามารถติดตามเนื้อหาการอภิปรายของนายมิ่งขวัญได้ทันจากการได้ดูสไลด์ที่ได้ทำขึ้น เพราะในความเป็นจริงแล้วคงไม่มีใครมานั่งการอภิปรายตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ
"ส่วนการอภิปรายของร.ต.อ.เฉลิม ก็ถือว่าเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่ามีความดุดัน แต่คงจะเปรียบเทียบว่าใครดีกว่าใครไม่ได้เพราะเป็นแต่ละคนมีสไตล์ของตัวเอง แต่สำหรับการอภิปรายครั้งแรกอย่างเป็นทางการของนายมิ่งขวัญถือว่าทำหน้าที่ได้ดีพอสมควรเพราะสามารถทำเรื่องยากอย่างงบประมาณให้เข้าใจได้ง่าย" นายภราดร กล่าว
นพ.อลงกต มณีกาศ สส.นครพนม พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะโฆษกพรรค กล่าวว่า ขอชื่นชมการทำหน้าที่ของนายมิ่งขวัญที่สามารถเรียบเรียงเนื้อหาที่สลับซับซ้อนในการจัดสรรงบประมาณมานำเสนอให้ประชาชนเข้าใจได้ง่าย ถือว่าเป็นการสร้างความแปลกใหม่ให้เกิดกับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร และคิดว่าเป็นการอภิปรายที่สร้างสรรค์ของพรรคเพื่อไทย เชื่อว่าในการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่กำลังจะเกิดขึ้นนายมิ่งขวัญจะสามารถเป็นผู้นำในการอภิปรายได้อย่างแน่นอน
"สิ่งที่น่ายกย่องในการทำหน้าที่ของนายมิ่งขวัญ คือ การทำเรื่องยากให้เข้าใจง่าย อย่างกรณีการนำเสนอตัวเลขหนี้สาธารณะของประเทศ ถ้าเปรียบเทียบกับคนอื่นๆแม้ว่าจะมีเนื้อหาในลักษณะเดียวแต่การอธิบายเพื่อสร้างความเข้าใจให้กับคนติดตามฟังนายมิ่งขวัญทำได้ดีกว่าเพราะมีตัวเลขที่เปรียบเทียบในแต่ละปีได้ชัดเจน" นพ.อลงกต กล่าว
นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ สส.ขอนแก่น และ ประธานสส.พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า คงเป็นการยากที่จะบอกว่าร.ต.อ.เฉลิม หรือ นายมิ่งขวัญใครดีกว่ากัน ถ้าเป็นคนชอบแนวบู๊ก็ต้องชอบร.ต.อ.เฉลิมแน่นอน แต่ถ้าเป็นคนชอบการอภิปรายแบบเอาเน้นในทางวิชาการก็ต้องนายมิ่งขวัญ ซึ่งทั้งสองท่านมีข้อดีแตกต่างกัน แต่สำหรับการทำหน้าที่ของนายมิ่งขวัญอย่างเป็นทางการในครั้งแรกนี้ถือว่าทำงานได้ดีเลยทีเดียว แสดงให้เห็นว่ามีการทำการบ้านมาก่อนจนสามารถเรียงลำดับปัญหาและความสำคัญได้
"ร.ต.อ.เฉลิม ถือว่าทำหน้าที่มาเยอะมากเหมือนกับของเก่าที่มักจะมีลีลาแบบเดิมๆทีส่วนใหญ่รับทราบอยู่แล้ว แต่สำหรับท่านมิ่งขวัญถือว่ากำลังเป็นของใหม่ในทางการเมืองของพรรคเพื่อไทย จึงต้องรอดูว่านายมิ่งขวัญซึ่งกำลังมีสถานะเป็นว่าที่ผู้นำพรรคเพื่อไทยและว่าที่นายกรัฐมนตรีจะสามารถทำหน้าที่ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจออกมาได้ดีเหมือนกับการอภิปรายงบประมาณหรือไม่อย่างไร" นายประจักษ์ กล่าว







