
วุฒิสภาโหวตเอกฉันท์ 143 เสียง เห็นชอบ “ขจรเดช” เป็นกรรมการ คตง.
วุฒิสภาลงมติเห็นชอบนายขจรเดช เจนวัฒนานนท์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา เป็นกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ด้วยคะแนนเห็นชอบ 143 เสียง งดออกเสียง 18 เสียง
KEY
POINTS
- นายขจรเดชได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา 143 เสียง ไม่มีเสียงไม่เห็นชอบ
- คะแนนผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำ 100 เสียง จึงได้รับความเห็นชอบให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน
- นายขจรเดช อายุ 63 ปี ปัจจุบันเป็นผู้พิพากษาศาลฎีกา และมีประสบการณ์ในศาลหลายตำแหน่ง
เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2569 ที่รัฐสภา ที่ประชุมวุฒิสภามีมติเห็นชอบนายขจรเดช เจนวัฒนานนท์ ผู้ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ด้วยคะแนนเห็นชอบ 143 เสียง งดออกเสียง 18 เสียง ไม่มีผู้ลงคะแนนไม่เห็นชอบ และไม่มีผู้ไม่ลงคะแนน
การประชุมมีนายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภาคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธาน โดยที่ประชุมพิจารณาวาระให้ความเห็นชอบบุคคลที่ได้รับการเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ก่อนลงคะแนนเสียง
ผลคะแนนทำให้นายขจรเดชได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา เนื่องจากมีคะแนนไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ ซึ่งกำหนดไว้ตั้งแต่ 100 คะแนนขึ้นไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สว. นัดประชุมเลือกกรรมการสตง. ใหม่ในวันนี้ โดยมี 26 สว. ที่ถูกส่งฟ้องคดีโกงเลือกสว.ยังได้ลงมติด้วย จนกว่าศาลฎีกาจะรับคำร้องจาก กกต.
นายขจรเดช อายุ 63 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลฎีกา จบการศึกษานิติศาสตรบัณฑิตจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง และเนติบัณฑิตจากสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตยสภา
นอกจากนี้ ยังสำเร็จนิติศาสตรมหาบัณฑิต สาขากฎหมายระหว่างประเทศ จาก The American University และ Southern Methodist University รวมถึง Master of Laws Tax ด้านกฎหมายภาษีอากร จาก University of London
ประสบการณ์การทำงานของนายขจรเดชครอบคลุมตำแหน่งในศาลหลายระดับ อาทิ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 1 รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 9 และรองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 2
นอกจากนี้ เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 8 ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์คดีชำนัญพิเศษ อธิบดีผู้พิพากษาศาลแรงงานภาค 7 และประธานแผนกคดีสิ่งแวดล้อมในศาลอุทธรณ์ภาค 2







