
19ก.พ.แดงไม่ยืดเยื้อ นวดศาลปล่อยแกนนำ
ปรับทิศทางเคลื่อนไหวรอบนี้ “เสื้อแดง” แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พุ่งเป้ากดดัน “ศาล” หวังสร้างแรงกดดันกระบวนการยุติธรรมให้ปล่อยตัว 7 แกนนำ นปช. จำเลยคดีก่อการร้าย
ปรับทิศทางเคลื่อนไหวรอบนี้ “เสื้อแดง” แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พุ่งเป้ากดดัน “ศาล” หวังสร้างแรงกดดันกระบวนการยุติธรรมให้ปล่อยตัว 7 แกนนำ นปช. จำเลยคดีก่อการร้าย
โดย...ทีมข่าวการเมือง
ปรับทิศทางเคลื่อนไหวรอบนี้ “เสื้อแดง” แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) พุ่งเป้ากดดัน “ศาล” หวังสร้างแรงกดดันกระบวนการยุติธรรมให้ปล่อยตัว 7 แกนนำ นปช. จำเลยคดีก่อการร้าย
ชัดเจนในการนัดชุมนุม 2 ครั้งหลักในเดือนนี้ ซึ่งตั้งต้นกันที่ “ศาลอาญา” และ “ศาลฎีกา” ก่อนจะเคลื่อนย้ายไปปักหลักชุมนุมในพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ ทั้งอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และสี่แยกราชประสงค์
วันเสาร์ที่ 13 ก.พ. แกนนำแดงทั้งจตุพร พรหมพันธุ์ และธิดา ถาวรเศรษฐ์ โหนกระแสวาเลนไทน์ ร่วมกันวาง “กุหลาบแดง” หน้าศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก
ก่อนที่ “วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์” โฆษก นปช. อ่านจดหมาย “ปรับทุกข์” และ “ขอความเป็นธรรม” จากแกนนำ นปช.ที่ถูกคุมตัวในเรือนจำกว่า 9 เดือน โดยไม่ได้รับสิทธิประกันตัว
ปมสำคัญที่นำมาสู่การกดดันศาลเที่ยวนี้ หนีไม่พ้นการได้รับการประกันตัวของแกนนำเสื้อเหลือง ดังที่เนื้อหาตอนหนึ่งในจดหมายเปิดผนึกของณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช. จากเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ เพื่อปรับทุกข์ ขอความเป็นธรรม
“ในกรณี 2 มาตรฐานนั้น แกนนำพันธมิตรถูกตั้งข้อหาก่อการร้ายมากว่า 2 ปี คดียังอยู่ในชั้นตำรวจ ทุกคนได้ประกันตัวและสามารถเคลื่อนไหวทางการเมืองชุมนุมขับไล่รัฐบาลได้ อาทิ นายการุณ ใสงาม สามารถผ่านขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองโดยหมายจับที่มีอยู่ไม่มีผล ส่วนนายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ และนายสมบูรณ์ ทองบุราณ ก็ได้รับการประกันตัวไปแล้วโดยใช้หลักทรัพย์ประกันเป็นเงินสดรวมสำหรับ 2 คน 8 แสนบาท” ...หากพิจารณาเหตุผลตามข้อกฎหมายว่าด้วยการปล่อยตัวชั่วคราว ก็ไม่น่าเป็นอุปสรรคใดๆ ในการได้รับสิทธิประกันตัว แต่พวกตนก็ยังคงถูกจำขังทั้งที่ยื่นขอประกันตัวไปแล้วทั้งศาลชั้นต้น และอุทธรณ์รวมหลายครั้ง”
กรณีนี้ยังไม่รวมกับแกนนำพันธมิตรรายอื่น ไม่ว่า สนธิ ลิ้มทองกุล สมศักดิ์ โกศัยสุขสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ซึ่ง “จตุพร” หยิบยกมาตอกย้ำความแตกต่าง ในการถูกดำเนินคดี ระหว่าง “เหลืองแดง” ที่แม้จะตกเป็น “ผู้ก่อการร้าย” เหมือนกัน แตฟากพันธมิตรฯ กลับถูกแค่ออกหมายเรียกและได้การประกันตัว
ท่าทีล่าสุด เสื้อแดงยืนยันตามนัดหมายเดิมเสาร์ 19 ก.พ.นี้ แต่เปลี่ยนสถานที่นัดหมายใหม่ เริ่มต้นที่แยกราชประสงค์ 13.00 น. ก่อนเคลื่อนขบวนไปศาลฎีกา สนามหลวง 15.00 น. เพื่อวางดอกไม้ ก่อนจะกลับมาชุมนุมตั้งเวทีปราศรัยที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ปรับจากเดิมที่ปิดท้ายตอนเที่ยงคืนที่ “ราชประสงค์” มาเป็นอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแทน ไม่ให้ถูกกระแสต่อต้านจากกลุ่มผู้ประกอบการ และรักษาภาพลักษณ์ของเสื้อแดง
ครั้งนี้ไม่ค้างคืนหรือปักหลักยืดเยื้อเหมือนที่จตุพรเคยขู่ไว้ แม้ว่าจะรอลุ้นผลการไต่สวนของศาลในวันที่ 21 ก.พ. ว่า จะอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวแกนนำ นปช.หรือไม่
อย่างไรก็ตาม จตุพรระบุว่า หาก 7 แกนนำ นปช. ไม่ได้รับการประกันตัวในรอบนี้ ก็จะชุมนุมอีกรอบในวันเสาร์ที่ 12 มี.ค. หน้าศาลอาญา
แน่นอนว่าวาทกรรม “สองมาตรฐาน” ที่ฝั่งแดงจุดกระแส ขับเคลื่อนมวลชนอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้กระบวนการตุลาการสั่นสะเทือนไม่น้อย
ทว่า หลังคดียุบพรรคประชาธิปัตย์สิ้นสุดหยุดลงไปด้วยคำวินิจฉัยที่คาใจสังคม ในทางยุทธศาสตร์ มองว่าเข้าสู่จุด “อิ่มตัว” ในการกดดันศาลรอบนั้น
แต่รอบนี้การพุ่งเป้ากดดันศาล จุดหมายแรกอยู่ที่การบีบให้แกนนำได้รับการปล่อยตัว ในวันที่ทิศทางการเคลื่อนไหวของเสื้อแดงมีความเข้มแข็ง แต่ไร้เอกภาพ เมื่อแกนนำ นปช. กลับมายึดซีนไม่ให้กลุ่มแดงสยาม กลุ่มวันอาทิตย์สีแดงเข้าร่วม
ยิ่งในวันที่การเลือกตั้งจ่อใกล้เข้ามาทุกที ในวันที่เสื้อเหลืองยังรอดูกระแสตอบรับว่าจะยืดเยื้อหรือหาทางลง การได้ “แกนนำแดง” กลับมาเป็นกำลังสำคัญย่อมเป็นขวัญกำลังใจต่อการเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย
ที่ผ่านมาการยื่นขอประกันตัวผ่านสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย 2 ครั้งแรก ตั้งแต่เดือน ต.ค. 2553 และ ม.ค. 2554 ยังไม่นับที่ยื่นประกันกับทีมทนาย นปช. คารม พลทะกลาง 23 ครั้ง ล้วนได้รับการปฏิเสธทุกครั้ง
แม้จะหยิบยกเงื่อนไขเรื่องยกเลิกประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ที่ชี้ให้เห็นว่า สถานการณ์เริ่มสงบ แต่ก็ไม่เป็นผล
ล่าสุด 9 ก.พ. นรินทร์พงษ์ จินาภักดิ์ นายกสมาคมทนายความแห่งประเทศไทย ที่มาทำหน้าที่ทนาย นปช.แทน ได้งัดไม้ตาย ยกคดีเหลือง ที่ “ไชยวัฒน์สมบูรณ์” ได้ประกันตัวก่อนหน้านี้ ขึ้นมาเป็นเหตุผลสำคัญ
พร้อมกับปรับลดหลักทรัพย์ที่เคยยื่นไปสองครั้งก่อนหน้านี้ คนละ 3 ล้านบาท มาเหลือเพียงแค่ 6 แสนบาทให้เท่ากับคดีของ “ไชยวัฒน์”
และดึง “คณิต ณ นคร” ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง (คอป.) มาเป็นพยานประกอบการนัดไต่สวนรอบนี้ หลังจากเคยเสนอความเห็นว่าควรต้องปล่อยตัวแกนนำแดงหากจะเดินหน้าสู่ถนนสายสมานฉันท์
ดังนั้น การนัดชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 13 และ 19 ก.พ. และยึดสัญลักษณ์อย่างศาลเป็นจุดนัดหมาย เป็นการใช้มวลชนกดดันให้ศาลตัดสินปล่อยตัวแกนนำ
อีกเหตุผลสำคัญของการปรับเป้าหมายมากดดันศาลเที่ยวนี้ยังเชื่อมโยงกับการเคลื่อนไหวจากนอกประเทศ ที่พยายามหยิบยกปมการสลายการชุมนุมขึ้นสู่เวทีโลก ผ่านทนายความทักษิณ ชินวัตร นาม โรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม
การปลุกกระแสให้เกิดความกังขาในกระบวนการยุติธรรมภายในประเทศ ย่อมเพิ่มน้ำหนักให้กับการขยายผลนอกประเทศเพื่อเคลื่อนไหวสู่เป้าหมายฟ้องร้องเอาผิดอภิสิทธิ์ข้อหาสลายการชุมนุมจนมีผู้เสียชีวิต
เชื่อมโยงภาพทั้งหมดแล้ว ย่อมเห็นเงาของทักษิณกลับมาวนเวียน สร้างพลังเคลื่อนไหวผ่านเครือข่ายเสื้อแดง รวมถึงพรรคเพื่อไทยที่เป็นผู้กดปุ่มผ่านร่างทรงทีมอภิปรายไม่ไว้วางใจ
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ทักษิณ ได้วิดีโอลิงก์มาถึงมวลชนแดง โจมตีรัฐบาลในการบริหารงาน คอร์รัปชัน สร้างหนี้ รังแกกัมพูชาทั้งที่เป็นประเทศเพื่อนบ้านพร้อมเร่งรัดให้ประเทศเดินหน้าไปสู่การเลือกตั้ง และต่อต้านการปฏิวัติ
การเร่งแต้ม สร้างกระแส นวดต่อเนื่องเพราะปี่กลองยุบสภาเริ่มระรัว บทบาท“เสื้อแดง” ฐานคะแนนเพื่อไทยจึงต้องแหลมคม แต่ก็ต้องระวังตัว ตีกรอบไม่ให้การขับเคลื่อนเป็นผลลบกับตัวเอง โดยเฉพาะการชุมนุมยืดเยื้อ หรือกลับไปใช้ “ราชประสงค์”







