posttoday
ปัญหาของยุโรป

ปัญหาของยุโรป

17 กุมภาพันธ์ 2554

...อรุณ จิรชวาลา

วันนี้ขอนำท่านผู้อ่านกลับไปยุโรปอีกครั้ง เพราะเห็นคำทำนายเศรษฐกิจปีนี้ของหลายสำนัก ส่วนใหญ่บอกว่าเศรษฐกิจโลกจะไปโลดหรือไม่ ขึ้นอยู่กับปัญหาการเงินในยุโรปว่าจะกลับมาปะทุอีกหรือไม่

ปัญหาของยุโรปเป็นปัญหาที่สลับซับซ้อนและแก้ไขยาก เพราะไม่ได้เป็นปัญหาของประเทศเดียวโดดๆ แต่เป็นปัญหาร่วมของสิบกว่าประเทศที่รวมตัวกันเป็นยูโรโซน และใช้สกุลเงินยูโรร่วมกัน

เงินยูโรเพิ่งมีใช้เป็นครั้งแรกเมื่อ 12 ปีก่อน เป็นผลพวงของความพยายามและความใฝ่ฝันของหลายประเทศที่อยากให้ยุโรปเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันทางเศรษฐกิจ เพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับสหรัฐบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกันมากขึ้น และในที่สุดอาจแทนที่สหรัฐในฐานะผู้นำเศรษฐกิจโลก

ก่อนจะเริ่มใช้เงินยูโรอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 1 ม.ค. 1999 ทั้ง 11 ประเทศที่เกี่ยวข้องมีการเตรียมตัวอยู่หลายปี และประชาชนของแต่ละประเทศต้องยอมเสียสละอย่างใหญ่หลวง เพื่อปรับตัวให้เข้ากับระบบการเงินใหม่ที่ต่างจากเดิมเกือบจะสิ้นเชิง

ในปีแรกๆ ที่ใช้สกุลเงินร่วมกัน ดูจากภายนอกยูโรโซนประสบความสำเร็จด้วยดี มีการทยอยรับสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีกหลายประเทศ ตลอดจนได้กลายเป็นแบบอย่างให้ประเทศในภูมิภาคอื่นอยากจะทำตามบ้าง รวมทั้งกลุ่มประเทศเอเชียตะวันออกที่มีไทยรวมอยู่ด้วย

แต่ภายในยูโรโซนเองปัญหาก็เริ่มก่อตัวขึ้นมาอย่างเงียบๆ โดยมีความไม่สมดุลเกิดขึ้นในเรื่องฐานะการเงิน ประเทศที่เศรษฐกิจเข้มแข็งกว่าก็สะสมความร่ำรวยในรูปแบบของการเกินดุลบัญชีเดินสะพัด ในขณะที่ประเทศที่อ่อนแอกว่ายิ่งนับวันก็ยิ่งขาดดุลมากขึ้น และเป็นหนี้เป็นสินมากขึ้น

มีคนถามผมว่า อนาคตของเงินยูโรจะเป็นอย่างไร ผมตอบว่าในระยะสั้นน่าจะประคองตัวต่อไปได้ แต่ในระยะยาวครอบครัวนี้คงหนีไม่พ้นการหย่าร้างกัน

ผมขอแบ่งปัญหาของยูโรออกเป็น 2 เรื่องใหญ่ๆ ดังนี้

หนึ่ง แต่ละประเทศไม่เหมือนกัน ทั้งด้านประวัติความเป็นมา พื้นฐาน ความสามารถ และวินัยการคลัง ในช่วงเริ่มต้นประเทศที่อ่อนแอกว่าก็มุ่งมั่นและใฝ่ฝันที่จะปรับปรุงและยกระดับตัวเองให้ทัดเทียมประเทศที่เข้มแข็งกว่า แต่อดทนได้ไม่นาน สัญชาตญาณเก่าๆ ที่ถูกเก็บกดเอาไว้ ก็ทยอยผุดโผล่กลับออกมา

อย่าว่าแต่จะพยายามทำให้กรีซเหมือนกับเยอรมนีเลยครับ ระหว่างเยอรมนีตะวันตกกับตะวันออก ประเทศเดียวกัน เชื้อชาติ และภาษาเดียวกันแท้ๆ รวมกันมากว่า 20 ปีแล้ว ก็ยังไม่เหมือนกันและไม่เท่าเทียมกัน

สอง ปัญหาพื้นฐานของระบบ การใช้สกุลเงินร่วมกับประเทศอื่นๆ หมายถึงว่าแต่ละประเทศสมาชิกต้องยอมสละอำนาจในการดำเนินนโยบายการเงินให้กับธนาคารกลางที่ร่วมกันก่อตั้งขึ้นมาใหม่ ซึ่งถ้าไม่มีปัญหาก็แล้วไป แต่ถ้าเกิดปัญหาก็เหมือนการสูญสิ้นอธิปไตยในการกำหนดเส้นทางชีวิตของตัวเอง ไม่สามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจด้วยการกำหนดค่าเงินที่เหมาะสม

ในระบบแบบนี้เมื่อเริ่มเกิดปัญหา นโยบายการเงินไม่สามารถปรับตัวตามกลไกตลาดให้สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ปัญหาก็ยิ่งสะสมเป็นทวีคูณ จนในที่สุดเมื่อมีจุดที่รับน้ำหนักไม่ไหว ก็จะพังทลายเทกระจาดลงมา

ที่บอกว่าระยะสั้นยังประคองกันต่อไปได้ เพราะเมื่อมีประเทศที่อ่อนแอ ก็มีประเทศที่เข้มแข็งอยู่ด้วย ในกรณีนี้คือเยอรมนี ซึ่งร่วมมือกับอีกหลายประเทศและไอเอ็มเอฟในการลงขันช่วยแก้ปัญหาสภาพคล่องให้กับประเทศที่มีปัญหา

สำหรับปัญหาระยะยาว มาตรการหลักที่พยายามทำกันอยู่มีอยู่ 2 ส่วน ดังนี้

ส่วนแรก เมื่อกรีซไม่สามารถลดค่าเงินเพื่อเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน ก็ต้องใช้วิธีลดค่าเงินจากภายใน (Internal Devaluation) หรืออีกนัยหนึ่งลดค่าเงินในทางอ้อม ซึ่งหมายถึงการพยายามลดต้นทุนของสินค้าและบริการในเกือบจะทุกด้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของค่าแรง นำโดยการปรับลดเงินเดือนและสวัสดิการของข้าราชการ เพื่อเป็นแบบอย่างให้เอกชนทำตาม

ส่วนที่สอง ร่วมกันก่อตั้งกองทุนขนาดใหญ่สำหรับช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหา ขนาดของกองทุนที่อยู่ในระหว่างการหารืออยู่ในระดับ 5 แสนล้านยูโร และคาดว่าโครงการนี้อาจเข็นออกมาได้ก่อนสิ้นปีนี้

มองดูแนวทางในการแก้ปัญหาทั้งหมด เห็นเพียงวิธีลดค่าเงินจากภายในที่จะช่วยแก้ปัญหาพื้นฐานได้ แต่บอกตรงๆ วิธีแบบนี้ พูดง่าย ทำยาก นึกไม่ออกว่าข้าราชการและคนทำงานในกรีซจะยอมได้อย่างไร

ก่อนหน้านี้ เคยมีข้อเสนอจากภายในเยอรมนีให้ขับประเทศที่มีปัญหาให้พ้นจากสมาชิกภาพไปก่อน แก้ปัญหาเสร็จแล้วจึงกลับเข้ามาใหม่

แม้ว่าวิธีนี้จะแก้ปัญหาพื้นฐานได้ดีกว่าแนวทางที่พยายามกันอยู่ในปัจจุบัน แต่เป็นวิธีที่เจ็บปวดและโหดร้าย เพราะประเทศอย่างกรีซหรือไอร์แลนด์ หลุดจากยูโรโซนเมื่อไร ก็จะตกอยู่ในภาวะหนี้สินล้นพ้นตัวทันที เนื่องจากเงินสกุลใหม่ที่ประกาศใช้แทนยูโรจะอ่อนค่าลงต่ำกว่ายูโรมาก ในขณะที่ภาระหนี้เดิมเป็นยูโรทั้งหมด

สถานการณ์แบบนี้อาจจะคล้ายไทยในช่วงเกิดวิกฤตต้มยำกุ้ง ที่เมื่อค่าเงินบาทอ่อนลงจาก 25 ไปเป็น 50 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ธุรกิจในประเทศก็ล้มทั้งยืนเป็นทิวแถว เพราะภาระหนี้ท่วมท้นเกินส่วนของทุน

วิธีที่ดีกว่าคือ ประเทศที่อ่อนแอรวมหัวกันขอร้องหรือขับไล่เยอรมนีให้เป็นฝ่ายออกไปจากยูโรโซน หากทำได้ตามนี้เงินสกุลใหม่ของเยอรมนีก็จะแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็ว ในขณะที่เงินยูโรก็จะอ่อนลงอย่างรวดเร็วเช่นกัน ทำให้ความสามารถในการแข่งขันของประเทศที่เหลือในยูโรโซนสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม คงต้องยอมรับกันว่าถึงจะไม่มีเยอรมนีแล้ว ปัญหาความไม่สมดุลก็ยังไม่หมด ในที่สุดก็จะมีประเทศใหม่มาแทนที่เยอรมนี เช่น ฝรั่งเศส หรือเนเธอร์แลนด์

ก็ต้องคอยรวมหัวกันขับไล่ประเทศที่ประสบความสำเร็จทางเศรษฐกิจออกไปทีละประเทศ จนในที่สุดเหลือแต่ประเภทจับฉ่าย ไม่มีใครดีกว่าใครมากนัก ที่ยังคงเหลืออยู่ด้วยกัน

แต่ถ้ายอมรับหรือทำตามวิธีนี้ไม่ได้อีก ก็เหลือทางออกสุดท้ายคือการหย่าร้าง แยกทางกันเดิน ซึ่งน่าจะเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ถาวรที่สุด

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท