
น้ำมันโลกสุดหลอน!หลังวิกฤตการเมืองขย่มแผ่นดินอาหรับ
ระลอกความรุนแรงและการจลาจลที่ลุกลามภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน แต่กลับขยายพลังรุนแรงจาก ตูนิเซีย ตามมาด้วยอียิปต์ และกำลังต่อยอดมายังอิหร่าน แอลจีเรีย บาห์เรนและอีกหลายประเทศ ซึ่งอุดมไปด้วยบ่อน้ำมัน ตกอยู่ในภาวะอึมครึม
ระลอกความรุนแรงและการจลาจลที่ลุกลามภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน แต่กลับขยายพลังรุนแรงจาก ตูนิเซีย ตามมาด้วยอียิปต์ และกำลังต่อยอดมายังอิหร่าน แอลจีเรีย บาห์เรนและอีกหลายประเทศ ซึ่งอุดมไปด้วยบ่อน้ำมัน ตกอยู่ในภาวะอึมครึม
โดย...ทีมต่างประเทศ
ระลอกความรุนแรงและการจลาจลที่ลุกลามภายในระยะเวลาไม่ถึง 3 เดือน แต่กลับขยายพลังรุนแรงจาก ตูนิเซีย ตามมาด้วยอียิปต์ และกำลังต่อยอดมายังอิหร่าน แอลจีเรีย บาห์เรนและอีกหลายประเทศ ซึ่งอุดมไปด้วยบ่อน้ำมัน ตกอยู่ในภาวะอึมครึม
หลายคนเรียกว่าเป็น “โดมิโนของความเปลี่ยนแปลง”
สิ่งที่เกิดขึ้นไม่เพียงสร้างความสั่นสะเทือนในมุมการเมือง ความมั่นคง และการปรับเปลี่ยนสู่ความเป็นประชาธิปไตยในแต่ละประเทศ ตลอดจนในระดับภูมิภาคเท่านั้น แต่ยังกำลังทำให้ความตื่นกลัวในตลาดน้ำมันหยั่งรากลึกมากขึ้น
แม้ในวันนี้การประท้วงในอิหร่าน แอลจีเรีย และบาห์เรน 3 ประเทศสมาชิกองค์การกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) เพิ่งเริ่มเปิดฉาก และยังไม่ส่งผลสะท้อนต่อราคาน้ำมันชัดเจนมากนัก เมื่อเทียบกับเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้ว ที่การประท้วงในอียิปต์ร้อนระอุ ซึ่งทั่วโลกได้มีโอกาสเห็นผลกระทบอย่างรุนแรงในตลาดน้ำมัน โดยน้ำมันดิบเบรนต์ พุ่งทะลุเหนือราคา 103 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
ที่เป็นเช่นนั้นเพราะอียิปต์เป็นช่องทางผ่านของ คลองสุเอซ เส้นทางการไหลออกจากแหล่งน้ำมันสู่ตลาดโลก
วันนี้ เรียกได้ว่าสถานการณ์ในอียิปต์คลี่คลาย แม้จะยังต้องใช้เวลาอีกนานโขกว่าที่ทุกอย่างจะเข้ารูปเข้ารอย แต่ก็ถือได้ว่าจุดพีกสุดของเหตุการณ์ความวุ่นวายในเส้นทางคลองสุเอซผ่านพ้นไปแล้ว (และยังไม่มีวี่แววของระลอกใหม่) ราคาน้ำมันเบรนต์ตกลงมาต่ำกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลอีกครั้ง
แต่เพียงชั่วอึดใจ ปรากฏการณ์โดมิโนกลับผลักดันให้ความวุ่นวายพลิกผัน
และคราวนี้มีแนวโน้มว่า จุดพีกจะ “สูงกว่า” และ “รุนแรงกว่า” ที่เกิดขึ้นในอียิปต์
เพราะโดมิโนที่กำลังสั่นไหว โอนเอนตัวนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เส้นทางผ่าน แต่คือแหล่งผลิตรายใหญ่ คือ ผู้ส่งออกรายยักษ์
อิหร่าน เป็นแหล่งผลิตน้ำมันยักษ์ใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโอเปก รองแต่เพียง ซาอุดีอาระ…เบีย โดยผลิตได้มากราว 4.172 ล้านบาร์เรลต่อวัน และ ส่งออกมากเป็นอันดับ 2 ของโลก ราว 2.21 ล้านบาร์เรลต่อวัน
แอลจีเรีย ผลิตน้ำมันได้มากเป็นอันดับ 16 ของโลก และส่งออกน้ำมันเป็นอันดับที่ 12 ของโลก ส่วนบาห์เรน ผลิตน้ำมันได้มากเป็นอันดับที่ 63 ของโลก และส่งออกน้ำมันเป็นอันดับที่ 49 ของโลก
แม้ในปัจจุบันราคาที่ถีบตัวสูงขึ้นจะเป็นเพียงสิ่งที่เรียกว่า ผลทางจิตวิทยา เพราะยังคงไม่มีผลกระทบต่อการผลิตจริง
และต้องยอมรับว่า ความแข็งแกร่งของตัวเป้งหัวรั้น อย่างผู้นำอิหร่านและรัฐบาลอิหร่าน ไม่ได้เป็นยักษ์ที่ล้มง่ายนักเมื่อเทียบกับ อียิปต์และตูนิเซีย
แต่ในกรณีที่ผลกระทบทางการเมืองรุนแรงจนกระทั่งเขย่าปริมาณการผลิตน้ำมัน หรือการส่งออกน้ำมันในประเทศตามที่หลายฝ่ายกังวล
ฟันธงได้ว่า “โลกสะเทือน”
เพราะเพียงแค่การประท้วงในอิหร่านออกโรงเดือด โดยมีการปะทะกันระหว่างฝ่ายความมั่นคงและกลุ่มผู้ประท้วง เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันในตลาดโลกก็ออกแววสะท้าน ร้อนๆ หนาวๆ ไปตามๆ กัน
ล่าสุดราคาน้ำมันดิบเบรนต์ ทะเลเหนือ ส่งมอบล่วงหน้าในเดือน เม.ย. วิ่งขึ้นไปมาอยู่ที่ราว 101-103 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบไลต์สวีต ส่งมอบเดือนในเดือน มี.ค. ปรับขึ้นถึง 38 เซนต์ มาอยู่ที่ 84.70 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล
กูรูทุกสำนักออกตัวชัดเจนว่า ราคาน้ำมันในตลาดเอเชียจะยังคงไต่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยจากความวุ่นวายที่เกิดขึ้นใน อิหร่าน เยเมน และบาห์เรนที่ “หิวกระหายความเปลี่ยนแปลง” และต้องจับตาความเคลื่อนไหวในตะวันออกกลางเป็นสำคัญ
ปิดประตูแห่งข้อสงสัยที่ว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นหรือไม่ เพราะคำตอบเห็นกันอยู่ชัดว่า... ชัวร์
คำถามที่ยังหลงเหลือก็คือ ราคาจะไต่ขึ้นไปถึงเท่าไหร่ และโลกต้องอยู่ท่ามกลางบรรยากาศการไต่ระดับของราคาน้ำมันนี้นานแค่ไหน
แนวโน้มราคาน้ำมันดิบอิงอยู่กับ Major Benchmarks หลักของโลก คือ เวสต์เทกซัส (West Texas Intermediate) จากสหรัฐ เบรนต์ (Brent Crude) จากตลาดยุโรป และ ดูไบ (Dubai Crude) ซึ่งล่าสุดราคาก็ปรับตัวแตกต่างกัน
ในมุมหนึ่ง ซัพพลายที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐกำลังทำหน้าที่เป็นเกราะกำบังตลาดน้ำมันสหรัฐให้ได้รับผลกระทบจากความวุ่นวายในตะวันออกกลาง ตัวอย่างมีให้เห็น โดยตัวเลขราคาน้ำมันเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เวสต์เทกซัสลดลง 77% ต่ำสุดในรอบ 12 สัปดาห์ ก็เป็นเพราะโอเวอร์ซัพพลาย
ดังนั้นตามที่ผู้ส่งออกจากซาอุดีอาระเบียตั้งไว้ แม้การเมืองตะวันออกกลางจะยืดเยื้อ แต่แนวโน้มราคาน้ำมันสหรัฐจะคงปรับตัวอย่างไม่หวือหวามากนัก
แต่ในอีกมุมหนึ่ง การประท้วงจะกดดันราคาน้ำมันดิบเบรนต์ของยุโรปอย่างรุนแรงเมื่อเทียบกับสหรัฐ เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เบรนต์ขึ้นไปสูงสุดในรอบ 28 เดือน แตะ 104 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลก่อนที่จะปิดตลาดที่ 103.54 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สาเหตุเพราะการประท้วงที่ปะทุรุนแรง
ทั้งหมดคือ ภาพสะท้อนที่ระบุว่า ราคาน้ำมันโลกสะเทือนแน่นอน จะสั้นหรือยาว ก็ขึ้นอยู่กับความแรงของการเมืองในประเทศเหล่านั้นเท่านั้น
ทิศทางตลาดน้ำมัน ก็ไม่ต่างจากรีโมตในมือผู้นำประเทศตะวันออกกลาง ส่วนชะตากรรมของเศรษฐกิจในประเทศที่อยู่ในฐานะผู้ซื้อในห่วงโซ่กลไกน้ำมันโลก คงทำได้เพียงกุมบังเหียนไว้ให้มั่น ตั้งรับกับเศรษฐกิจที่จะสะเทือนไปตามแรงบังคับเท่านั้น







