
ชาวสวนอู้ฟู่โชว์รูมแตกค้างบรื้นรถอื้อ
โพสต์ทูเดย์
— เกษตรกรใต้รวยเละยางพุ่งไม่หยุดแห่ถอยรถป้ายแดงค้างส่งมอบนับพันคันต่อเดือนนายอนุพาสต์ สุวรรณมงคล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุหาดใหญ่ เปิดเผยว่า ยางพาราปรับราคาขึ้นสูงถึง 182 บาทต่อกิโลกรัม นอกจากจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจ 7 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างเกิดความแข็งแกร่งแล้ว บริษัทตัวแทนจำหน่ายรถยนต์พลอยได้รับอานิสงส์ด้วย เนื่องจากเกษตรกรมีรายได้สูงแห่ออกรถยนต์ป้ายแดงคึกคักทำให้บริษัทค้างส่งมอบลูกค้านับพันคันต่อเดือน
“
ยอดจองรถสะสมของอีซูซุหาดใหญ่ทั้ง 22 สาขา ตั้งแต่ปีใหม่จนถึงปัจจุบันนี้ รถค้างส่งมอบลูกค้าประมาณ 800 คัน เฉลี่ยแล้วจะค้างส่งมอบประมาณ 1 เดือน ทำให้ต้องปรับแผนการตลาดใหม่ไม่เน้นด้านการโปรโมชันแต่จะหันไปเน้นรักษาความสัมพันธ์กับลูกค้า พูดคุยบอกความจริง เพื่อไม่ให้ทิ้งเงินจอง ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าเข้าใจและรอได้ ซึ่งคาดว่าสิ้นปีนี้ยอดขายรถทะลุ 1 หมื่นคัน” นายอนุพาสต์ กล่าวนายมนตรี ภู่พิชญาพันธ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท พิธานพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้มีรถยนต์ค้างส่งมอบลูกค้ารวมทุกประเภท ประมาณ 450 คัน แบ่งเป็นกระบะ 60% ที่เหลือเป็นเก๋ง ลูกค้าต้องรอรับรถราว 1 เดือน ส่วนรถยนต์ฟอร์จูนเนอร์ต้องรอนานถึง 34 เดือน
นายธนารักษ์ พงษ์เภตรา ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวว่า ราคายางพารา และปาล์มน้ำมันปรับขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้แรงงานหันเข้าสู่ภาคเกษตรเพิ่มอีก 1 แสนคน ส่งผลให้แรงงานภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนอยู่แล้วยิ่งขาดแคลนเพิ่มมากขึ้น
นายเพิก เลิศวางพงศ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ชาวสวนยางแห่งประเทศไทย (ชสยท.) กล่าวว่า สาเหตุที่แรงงานไหลออกจากภาคอุสาหกรรมต่างๆ กลับมาสู่ภาคเกษตร โดยเฉพาะยางพารา เพราะราคายางที่ขยับสูงขึ้น
ทั้งนี้ แรงงานโดยเฉลี่ย 1 คน สามารถกรีดยางได้ประมาณ 1,500 ต้น เป็นเงินถึง 5,000 บาท เมื่อแบ่งกับเจ้าของสวนยางแล้วผู้รับจ้างกรีดยางจะได้ 2,000 บาทต่อวัน ซึ่งค่าแรงงานห่างมากเมื่อเทียบกับโรงงานอุตสาหกรรม







