
อนุทินสั่งสอบนายอำเภอบ้านสร้าง ปราจีนบุรี ปมแก้น้ำท่วมล่าช้า
“อนุทิน” สั่งสอบกรณีผู้ว่าฯ ปราจีนบุรีทำหนังสือขอย้าย “นายอำเภอบ้านสร้าง” หลังถูกร้องไม่ให้ความร่วมมือช่วยน้ำท่วม อธิบดีปกครองสั่งย้ายเข้ากรุ พร้อมสอบวินัยและทัศนคติ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สั่งตรวจสอบกรณีนายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หลังได้รับรายงานว่าไม่ให้ความร่วมมือในการรับมือสถานการณ์น้ำท่วม จนรองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งรักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ทำหนังสือขอให้ย้ายออกจากพื้นที่
นายอนุทินกล่าวระหว่างการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) วันที่ 7 ตุลาคม 2569 ว่า ได้รับรายงานเมื่อวันที่ 6 ตุลาคมว่า นายชนาธิป โคกมณี รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี รักษาราชการแทนผู้ว่าราชการจังหวัด ทำหนังสือถึงกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง ขอให้พิจารณาย้ายนายอำเภอบ้านสร้าง เนื่องจากไม่ให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม
กรมการปกครองตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นและพบว่า นายอำเภอมีพฤติกรรมไม่กระตือรือร้นและไม่ทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการรับสิ่งของช่วยเหลือที่ส่งไปยังพื้นที่ รวมถึงการประสานงานอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ประสบภัย โดยมีรายงานว่าการดำเนินการบางเรื่องถูกเลื่อนออกไปจนส่งผลให้ผู้ว่าราชการจังหวัดต้องทำหนังสือรายงานอย่างเป็นทางการ
นายอนุทินระบุว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นในระบบราชการ โดยเฉพาะตำแหน่งนายอำเภอซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ พร้อมตั้งคำถามถึงกระบวนการแต่งตั้งบุคคลให้รับผิดชอบพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งกำลังเผชิญสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง
ล่าสุด นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ได้สั่งให้นายอำเภอบ้านสร้างเข้ามาประจำที่โรงเรียนนายอำเภอแล้ว พร้อมสั่งตรวจสอบทั้งด้านวินัยและทัศนคติในการปฏิบัติหน้าที่ เพื่อประเมินว่ามีเหตุผลหรือข้อจำกัดใดที่ทำให้การทำงานไม่เป็นไปตามที่ควร
นายอนุทินกำชับให้อธิบดีกรมการปกครองดำเนินการตรวจสอบอย่างละเอียด และให้รองผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีชี้แจงเหตุผลของการทำหนังสือขอย้าย รวมถึงรายงานความคืบหน้าการดำเนินการทั้งหมด
นายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยว่า นายเสฏฐวุฒิดำรงตำแหน่งนายอำเภอบ้านสร้างมานานประมาณ 5 ปี จึงควรมีความเข้าใจพื้นที่และสามารถประเมินสถานการณ์ได้ พร้อมย้ำว่าการดูแลชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนต้องเป็นภารกิจสำคัญที่สุด โดยหากผลสอบพบว่ามีปัญหาด้านการปฏิบัติหน้าที่หรือทัศนคติอย่างรุนแรง ก็ต้องพิจารณาดำเนินการตามระเบียบราชการอย่างเหมาะสม







