
มานะชี้ท่าทีอนุทินขวางต้านโกง หวั่นประชาชนถูกฟ้องปิดปากหากเปิดโปงสินบน
“มานะ นิมิตมงคล” ประธาน ACT ประเมิน 1 ปีรัฐบาลอนุทิน ห่วงทุนเทาโยงผู้มีอำนาจ วิจารณ์ท่าทีนายกฯ แต่เห็นโอกาสปฏิรูปผ่านความร่วมมือรัฐและประชาชน
KEY
POINTS
- ประธาน ACT ระบุหลายกรณีคอร์รัปชันมีชื่อบุคคลในพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมแสดงความกังวลปัญหานอมินี ทุนเทา และบัญชีม้า
- วิจารณ์ท่าทีนายกฯ ต่อการเปิดเผยสินบน การโกงสอบท้องถิ่น และการไม่ยอมรับดัชนี CPI ว่าเป็นอุปสรรคต่อการต่อต้านคอร์รัปชัน
- เห็นโอกาสเปลี่ยนแปลงจากความตื่นตัวของสังคม กลไกประสานงานต่อต้านทุจริต และการเดินหน้าตามมาตรฐานสากล
เมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 นายมานะ นิมิตรมงคล ประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) หรือ ACT โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “1 ปี นายกอนุทิน: คอร์รัปชันเป็นอย่างไร” ประเมินสถานการณ์ตลอดหนึ่งปีของรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยแสดงความกังวลต่อปัญหาคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงผู้มีอำนาจและบุคคลในพรรคร่วมรัฐบาล พร้อมเรียกร้องให้แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง
นายมานะระบุว่า ช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมาเกิดคดีและเรื่องอื้อฉาวเกี่ยวกับคอร์รัปชันจำนวนมาก แม้บางกรณีเป็นเรื่องเก่าที่ยังค้างคา แต่ประชาชนยังติดตามทวงถาม เพราะเห็นว่าการดำเนินการล่าช้าและผลที่ปรากฏค้านสายตาสังคม อย่างไรก็ตาม ภาพรวมมีทั้งเรื่องน่ากังวลและความเปลี่ยนแปลงที่อาจเปิดโอกาสให้แก้ปัญหาได้จริง
ห่วงทุนเทาโยงผู้มีอำนาจ ตั้งคำถามองค์กรอิสระ
ประธาน ACT ระบุข้อกังวลสำคัญว่า เรื่องอื้อฉาวและคอร์รัปชันหลายกรณีมีชื่อบุคคลในพรรคร่วมรัฐบาลปรากฏอยู่ ขณะที่ปัญหานอมินี ทุนเทา และบัญชีม้ามีความรุนแรง และมักเชื่อมโยงกับชนชั้นนำ ผู้มีอำนาจ รวมถึงนักการเมือง
นอกจากนี้ นายมานะยังกล่าวถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อการทำหน้าที่ขององค์กรอิสระ โดยเฉพาะคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งเขาระบุว่ามีหลายเรื่องที่สังคมตั้งข้อสงสัยถึงหลักนิติรัฐ ความเป็นธรรม และการครอบงำจากนักการเมืองใหญ่
วิจารณ์ 3 ท่าทีนายกฯ เป็นอุปสรรคต้านโกง
นายมานะยกคำพูดและท่าทีของนายกรัฐมนตรี 3 ประเด็นที่เห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการต่อต้านคอร์รัปชัน
ประเด็นแรก คือการกล่าวถึงผู้เปิดเผยเรื่องสินบนว่าต้องพร้อมถูกฟ้องกลับ หลังภาคธุรกิจ ได้แก่ กกร. และเครือข่ายเพื่อนไม่ทน เปิดเผยผลสำรวจการเรียกรับสินบนของเจ้าหน้าที่รัฐ นายมานะมองว่าท่าทีดังกล่าวทำให้ประชาชนหวั่นเกรง และอาจกระตุ้นให้เกิดการฟ้องปิดปาก
ประเด็นที่สอง คือการมองว่าการโกงสอบท้องถิ่นเกิดจากตัวบุคคล ไม่ใช่ระบบ จึงไม่จำเป็นต้องรื้อระบบกระทรวงมหาดไทย ประธาน ACT เห็นว่าการโกงที่เกิดซ้ำต่อเนื่องและเป็นเครือข่ายทั่วประเทศต้องอาศัยการปฏิรูปครั้งใหญ่ การจับผู้กระทำผิดเพียงบางรายไม่เพียงพอ
ประเด็นที่สาม คือการไม่ยอมรับผลสำรวจ เช่น ดัชนีการรับรู้การทุจริต หรือ CPI โดยมองว่าเป็นการสำรวจจากความรู้สึกและทำให้ประเทศเสียหาย นายมานะระบุว่า การปฏิเสธตัวชี้วัดที่นานาชาติยอมรับทำให้หน่วยงานรัฐและสังคมขาดข้อมูลอ้างอิงร่วมกัน รวมถึงลดแรงกระตุ้นให้เร่งแก้ปัญหา
เห็นแรงผลักดันใหม่จากธุรกิจและประชาชน
อีกด้านหนึ่ง นายมานะเห็นว่าปัญหาคอร์รัปชันที่รุมเร้าทำให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และเจ้าหน้าที่รัฐตื่นตัวมากขึ้น จนเกิดความร่วมมือผลักดันการเปลี่ยนแปลง
เขายกตัวอย่างการต่อต้านสินบนของ กกร. และเครือข่ายเพื่อนไม่ทน การรณรงค์ของกรรมการสิทธิมนุษยชน การปกป้องผลประโยชน์ผู้บริโภคของสภาองค์กรผู้บริโภค และการส่งเสริมหลักนิติธรรมของสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ)
นายมานะยังกล่าวถึงวาระระหว่างประเทศ 4 ด้าน ได้แก่ การเข้าเป็นสมาชิก OECD การเข้าร่วมอนุสัญญาต่อต้านการให้สินบนของ OECD การเข้าร่วมภาคีเครือข่ายภาครัฐระบบเปิด หรือ OGP และการเจรจาข้อตกลงการค้าเสรีไทย–สหภาพยุโรป ซึ่งเกี่ยวข้องกับการยกระดับความโปร่งใส การบังคับใช้กฎหมาย การเปิดเผยข้อมูล และการแข่งขันที่เป็นธรรม
สำหรับการเข้าเป็นสมาชิก OECD นายมานะระบุว่าคืบหน้าไปกว่า 60% แต่ยังมีอุปสรรคสำคัญ ทั้งคอร์รัปชัน การบังคับใช้กฎหมายไม่เป็นธรรม การแข่งขันไม่เท่าเทียม และระบบรัฐที่ไม่ทันสมัย โดยไทยต้องแสดงให้เห็นว่าลงมือเปลี่ยนแปลงจริง
จับตากลไก คตท. และบทบาท “ปกรณ์”
ประธาน ACT มองว่าการตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อการต่อต้านการทุจริต หรือ คตท. ซึ่งเปิดให้ภาคเอกชนและประชาชนร่วมทำงาน เป็นความเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตา เพราะช่วยรับฟังปัญหาและสร้างความร่วมมือเพื่อพัฒนากฎหมาย ระบบราชการ และบริการประชาชน
นายมานะยังกล่าวชื่นชมการมอบหมายให้นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลภารกิจดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นผู้ได้รับความเชื่อถือจากผู้ร่วมงาน เข้าใจปัญหาและแนวทางแก้ไข โดยเฉพาะการเปิดเผยข้อมูลและการยึดประโยชน์ประชาชนเป็นศูนย์กลาง
นายมานะ แสดงความหวังว่า หากนายกรัฐมนตรีสนับสนุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง การแก้ปัญหาคอร์รัปชันอาจเกิดผลได้จริง
ท้ายที่สุด นายมานะย้ำว่า คอร์รัปชันไม่ได้เกิดจากคนโกงเพียงไม่กี่คน แต่ฝังรากอยู่ในโครงสร้างอำนาจทั้งระบบราชการและการเมือง รวมถึงการแทรกแซงรัฐของนายทุนบางกลุ่ม การแก้ปัญหาจึงต้องเริ่มจากการยอมรับความจริง มองให้เห็นช่องโหว่ และลดการปกป้องผลประโยชน์ขององค์กรหรือพวกพ้อง พร้อมย้ำว่า “โกงได้..แก้ได้”
ที่มา : เฟซบุ๊ก มานะ นิมิตรมงคล







