posttoday
ชยุตม์พงศ์ สุขเจริญผล ความรู้ควบคู่ดูแลสิ่งแวดล้อม

ชยุตม์พงศ์ สุขเจริญผล ความรู้ควบคู่ดูแลสิ่งแวดล้อม

27 มกราคม 2553

วัยที่ยังหนุ่มแน่น เป็นภาพที่ดูขัดแย้งกับงานที่ต้องรับผิดชอบ เมื่อเขาต้องดูแลธุรกิจของครอบครัว ด้วยตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนสุขเจริญผลเทพารักษ์

วัยที่ยังหนุ่มแน่น เป็นภาพที่ดูขัดแย้งกับงานที่ต้องรับผิดชอบ เมื่อเขาต้องดูแลธุรกิจของครอบครัว ด้วยตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนสุขเจริญผลเทพารักษ์

โดย...อนุสรา ทองอุไร

วัยเพียงสามสิบนิดๆ ออกเป็นภาพที่ดูขัดแย้งกับงานที่ต้องรับผิดชอบ ชยุตม์พงศ์ สุขเจริญผล เข้ามารับผิดชอบธุรกิจของครอบครัวในฐานะลูกชายคนเดียว ด้วยตำแหน่งผู้จัดการโรงเรียนสุขเจริญผลเทพารักษ์ เมื่อ 6 ปีที่ผ่านมา แม้ว่าหากดูจาก ประวัติการศึกษาแล้วการทำงานก็ไม่ตรงสักเท่าไหร่นัก เขาจบปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยโรเจอร์วิลเลียม สหรัฐอเมริกา ปริญญาโททางด้านคอมพิวเตอร์ จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ (เอแบค)

 

ชยุตม์พงศ์ สุขเจริญผล ความรู้ควบคู่ดูแลสิ่งแวดล้อม

 

ชยุตม์พงศ์ ไปเรียนที่สหรัฐอเมริกาตั้งแต่จบมัธยม 3 อายุ 15 ปี ตอนกลับมาใหม่ๆ เขาทำงานตามที่ร่ำเรียนมาอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่จะมาสืบทอดธุรกิจของครอบครัว แต่นั่นไม่มีปัญหาสำหรับเขา เพราะด้วยบุคลิกที่เรียบง่าย ใจดี และรักเด็ก ทำให้เขาทำงานได้อย่างมีความสุข แม้จะมีปัญหาเรื่องการปรับตัวบ้างในระยะแรกๆ แต่ตอนนี้สบายๆ

เด็กเปรียบเสมือนผ้าขาวบริสุทธิ์ เขามีนักเรียนในความรับผิดชอบประมาณ 2,000 กว่าคน ตั้งแต่อนุบาลจนถึง ป.6 เรียกว่ามีสีสันสดใส เพราะเด็กวัยนี้ยังเป็นไม้อ่อนที่พร้อมเรียนรู้เรื่องราวต่างๆ เป็นผ้าขาวที่ซื่อใสบริสุทธิ์ ไม่มีพิษสงอะไรกับใคร ง่ายที่เราจะปลูกฝังสิ่งดีๆ เข้าไปอย่างไม่มีเงื่อนไข บ่อยครั้งที่เขาเริ่มเรียนรู้อะไรใหม่ๆ ไปพร้อมกับเด็กๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธรรมะที่พยายามสอดแทรกเข้าไปในการเรียนการสอนและกิจกรรมต่างๆ อยู่อย่างสม่ำเสมอ

การศึกษากับสิ่งแวดล้อม ชยุตม์พงศ์ เล่าว่า การให้ความสำคัญกับเรื่องสิ่งแวดล้อมก็นับว่าเป็นอีกเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม เขาเล่าว่า ตอนที่เขาเรียนอยู่ต่างประเทศก็มีการใส่ใจเรื่องนี้กันมาก ตอนนี้ที่ประเทศไทยก็เริ่มตื่นตัวมากขึ้น นับว่าเป็นเรื่องที่น่าดีใจที่ทุกคนจะเริ่มจากตัวเอง แม้จะเป็นคนละนิดคนละหน่อยก็ถือว่าทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีในวงกว้างได้ เขาจึงมีความคิดที่จะพยายามสอดแทรกเรื่องนี้ ไปในกิจกรรมการเรียนการสอน เพราะถ้าให้ ความรู้กันตั้งแต่เด็กๆ โตขึ้นก็จะเป็นผู้ใหญ่ที่ให้ความสนใจกับเรื่องสิ่งแวดล้อม และนำไปบอกคนที่บ้านปลูกฝังเรื่องนี้ให้เป็นนิสัยน่าจะได้ประโยชน์มากกว่าเมื่อไปบอกให้ทำเมื่อตอนโตแล้ว

"ผมให้เด็กปลูกพืชผักสวนครัว เรามีที่แบ่ง ปลูกเป็นแปลงครบทุกชั้น ให้แต่ละชั้นช่วยกันดูแล เมื่อพืชสวนครัวออกดอกผลให้เด็กเก็บมาให้ แม่ครัวปรุงอาหารสดๆ ถ้าเหลือมากก็ให้เด็กเก็บ ไปฝากแม่ที่บ้าน เช่น พริก ผักต่างๆ ที่เขาชอบ รวมทั้งให้เด็กปลูกตะไคร้หอมกันยุง จะสอนว่าเราใช้ตะไคร้แทนการฉีดสารเคมีที่เป็นอันตรายต่อเราและสิ่งแวดล้อม ใช้สมุนไพรประหยัดและปลอดภัยกว่ามาก"

แม้จะเป็นเด็กก็เรียนรูได้เร็ว เขาว่า ในเทศกาลสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมก็จะพยายามกระตุ้นการเรียนรู้ของเด็กๆ ด้วยการจัดบอร์ดนิทรรศการในวันสิ่งแวดล้อมว่าต้นไม้มีความสำคัญอย่างไรบ้าง การทำลายธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นการตัดต้นไม้ ทำลายป่า ทำลายปะการังเพื่อ ล่าสัตว์น้ำ หรือการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากโรงงานอุตสาหกรรมและอื่นๆ อีกมากมาย นั่นเป็นสาเหตุอันสำคัญในการสร้างภาวะเรือนกระจก ซึ่งเป็นชั้นบรรยากาศของโลกทำให้เกิดการผันแปรของธรรมชาติ และเป็นที่มาของคำว่าภาวะโลกร้อน ซึ่งเด็กจะเริ่มรู้จักคำนี้กันมากขึ้น

"ในฐานะที่เป็นผู้ให้การศึกษากับเด็กเล็กๆ ถึงลูกศิษย์ของผมจะยังไม่มีวุฒิภาวะ แต่การเรียนรู้ ไม่ได้ปิดกั้นวุฒิภาวะของเขา การปูพื้นฐานความเข้าใจ สร้างความตระหนักให้เขาได้รับรู้ภาวะโลกร้อน สาเหตุที่ทำให้เกิด เขาสามารถเรียนรู้ได้ควบคู่กันไปกับการศึกษาภาคปกติ ได้ให้นักเรียนได้รู้จักที่มาของภาวะโลกร้อน รู้จักปัญหาที่ตามมาและการป้องกันภาวะโลกร้อน โดยสอดแทรกเข้าไปในหลักสูตรทุกกลุ่มสาระ เพราะการเรียนการสอนในปัจจุบันเราสามารถเชื่อมโยงการเรียนรู้สู่ธรรมชาติ สถานการณ์ปัจจุบัน ความเป็นจริงนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยน้อมนำพระราชดำรัสปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ พอประมาณ มี เหตุผล ภูมิคุ้มกันที่ดีมาสอนในโรงเรียน"

ธรรมะ คือ ธรรมชาติ หลังจากที่สอดแทรกเรื่องสิ่งแวดล้อมเข้าไปในระบบการเรียน ประเมินผลได้เลยว่าเด็กสนใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นและสนุกในการเรียนรู้ เด็กจะรักต้นไม้ทะนุถนอมดูแลรักษาต้นไม้มากขึ้น เพราะรู้ว่าต้นไม้คือชีวิตหนึ่งซึ่งช่วยนำพาและค้ำจุนให้ชีวิตและสรรพสิ่งทั้งมวลในโลกมีชีวิตอยู่ได้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหญ้าแพรกที่เหยียบย่ำก็ยังให้ความ นุ่มละมุนเมื่อเราย่างเท้าเหยียบย่ำลงไป และยังให้ความชุ่มฉ่ำแก่พื้นดิน หรือไม้ใหญ่ยืนต้นก็ให้ร่มเงา เป็นที่อาศัยของหมู่นกกา ทั้งยังเป็นบ่อเกิดแห่ง ต้นน้ำลำธาร สร้างความร่มรื่นแก่โลกที่ร้อนขึ้น ทุกวัน และเป็นแหล่งผลิตออกซิเจน เป็นปอด ของโลก ที่โรงเรียนได้เพิ่มพื้นที่สีเขียวมากขึ้น

 

ชยุตม์พงศ์ สุขเจริญผล ความรู้ควบคู่ดูแลสิ่งแวดล้อม

 

"ผมจะปลูกฝังให้เด็กๆ สำนึกถึงบุญคุณของต้นไม้ เด็กๆ จะเรียนรู้จากวัฏจักรของธรรมชาติโดยใช้หลักธรรมะเข้าสอดแทรกในข้อที่ว่าสิ่งมีชีวิตในโลกนี้ต่างพึ่งพาอาศัยกัน หากเราอยู่อย่างไม่เบียดเบียนกัน โลกก็จะสงบ ร่มเย็น ภาวะโลกร้อนก็จะผ่อนคลายลง ในทุกบทเรียนจะแทรกหลักเศรษฐกิจพอเพียงตามแนวพระราชดำริ เพื่อให้เด็กๆ ได้รู้จักคำว่าพอประมาณ อยู่บนพื้นฐานของเหตุผล ให้รักเพื่อนมนุษย์และส่วนรวม ให้มีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขโดยไม่เบียดเบียนธรรมชาติ เด็กๆ จะได้เห็นความงดงามของธรรมชาติ เขาจะได้ลงมือปลูกต้นไม้และดูแลรักษา ได้เห็นการเติบโตและผลิตผลของต้นไม้ทั้งไม้ดอกและไม้ผล และพวกเขาจะภาคภูมิใจ และถนอมรักษาสิ่งที่เขาสร้างมากับมือของเขาเอง"

ธรรมชาติ ทำให้เด็กอ่อนโยน สิ่งเหล่านี้จะสร้างความอ่อนโยนขึ้น ในใจ พวกเขาจะได้เรียนรู้ถึงสิ่งที่ทำลายบรรยากาศของโลกโดยการเก็บขวดพลาสติกมาแปรรูป และรักษาความสะอาดโดยเก็บเศษขยะ และไม่ทำให้พื้นที่สกปรก เมื่อบทเรียนต่างๆ ได้แทรกซึมไปในชีวิตประจำวัน พวกเขาจะมีสำนึกที่ดีต่อ สิ่งแวดล้อม และมีจิตใจที่พร้อมจะอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งเป็นการช่วยลดภาวะโลกร้อนที่กำลังคืบคลานเข้ามาเป็นมหันตภัยของมวลมนุษย์

"ผมเชื่อว่าบทเรียนต่างๆ จะเป็นส่วนสร้างเยาวชนให้มีสำนึกที่ดี และเป็นผลดีต่อชาติและโลกมนุษย์ในอนาคต ภายในโรงเรียนจะปลูกต้นไม้ไว้เป็นจำนวนมาก เพื่อให้มีพื้นที่สีเขียวสำหรับเด็กๆ ให้มากที่สุดเพื่อให้ ร่มเงาและมีลมเย็น สอนให้ประหยัดแต่ไม่ใช่ขี้เหนียว"

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท