
วิกฤตน้ำท่วมไม่จบ! 'ครม.เงา' จี้รัฐตั้งวอร์รูมรับมือฝนระลอกใหม่
พรรคประชาชน แถลงผลประชุม 'ครม.เงา' จี้ 'รัฐบาล' เร่งตั้งศูนย์บัญชาการภาพรวม กระจายงานช่วยเหลือประชาชน พฝเตือนรับมือฝนระลอกใหม่หลัง 5 ตุลาคมนี้
พรรคประชาชนแถลงผลการประชุม ครม.เงา ครั้งที่ 14 นำโดย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมคณะผู้บริหารพรรค เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดและเสนอแนวทางแก้ไขต่อรัฐบาล
นายณัฐพงษ์ ระบุว่า จากการลงพื้นที่พบปัญหาสำคัญคือ การขาดศูนย์บัญชาการหน้างานที่เหมาะสม การช่วยเหลือจากภาครัฐ ทหาร มูลนิธิ และภาคประชาสังคมยังขาดการจัดสรรทรัพยากรและแบ่งงานอย่างเป็นระบบ จึงเสนอให้รัฐบาลจัดตั้ง War Room ระดับประเทศเพื่อประเมินสถานการณ์และสื่อสารกับประชาชน ควบคู่กับการกระจายอำนาจให้ศูนย์บัญชาการระดับพื้นที่ เพื่อแก้ปัญหาได้ตรงตามบริบทของแต่ละจุด
ด้าน นายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน และ นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้กล่าวถึงสถานการณ์ใน กทม. และปริมณฑล โดยชี้ว่าการประสานงานระหว่างหน่วยงานยังล่าช้า ข้อมูลเรื่องระยะเวลาที่น้ำจะลดลงยังไม่ชัดเจน ทำให้ประชาชนวางแผนชีวิตได้ยาก นอกจากนี้ หลายพื้นที่ เช่น นนทบุรีและปทุมธานี ต้องเผชิญปัญหาน้ำขังเริ่มเน่าเสีย ระบบสุขาภิบาลและขยะใช้งานไม่ได้ จึงต้องเร่งระบายน้ำและเตรียมเครื่องสูบน้ำรับมือทั้งน้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และฝนที่จะตกเพิ่ม
ขณะที่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน เผยถึงวิกฤตซ้อนวิกฤตในจังหวัดปราจีนบุรี ว่าเกิดปัญหากากอุตสาหกรรม เศษพลาสติก และสารเคมีไหลปนเปื้อนมากับน้ำท่วมเข้าสู่พื้นที่การเกษตร พบคราบคล้ายน้ำมันและกลิ่นสารเคมี ซึ่งอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพดินและผลผลิต จึงต้องได้รับการตรวจวัดและจัดการเป็นพิเศษ
ส่วน นายเดชรัต สุขกำเนิด ผู้อำนวยการศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต เปิดเผยภาพรวมว่า เขื่อนหลายแห่งมีปริมาณน้ำกักเก็บสูงถึง 90-100% ทำให้ต้องเร่งระบายน้ำ ส่งผลให้มวลน้ำจากแม่น้ำสายหลัก ทั้งแม่กลอง ท่าจีน เจ้าพระยา ป่าสัก และบางปะกง ส่งผลกระทบถึงกันทั้งหมด โดยเฉพาะลุ่มน้ำแม่กลอง บริเวณเขื่อนท่าม่วง มีการระบายน้ำเพิ่มเป็น 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งเข้าใกล้ระดับวิกฤตน้ำท่วมใหญ่ปี 2539 (3,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที) เสี่ยงกระทบพื้นที่กาญจนบุรี ราชบุรี และสมุทรสงคราม จึงเรียกร้องให้ สทนช. เร่งแสดงแผนบริหารจัดการน้ำทั้งระบบโดยด่วน
นายณัฐพงษ์ กล่าวสรุปว่า แม้บางพื้นที่ระดับน้ำจะเริ่มลดลง แต่ยังมีความเสี่ยงที่จะเกิดฝนตกหนักอีกระลอกตั้งแต่วันที่ 5 ตุลาคมเป็นต้นไป ในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันตก และ กทม. จึงขอให้รัฐบาลเตรียมพร้อมรับมือในฉากทัศน์ที่เลวร้ายที่สุด พร้อมแนะให้นำโมเดลการเยียวยาของเทศบาลนครปากเกร็ดที่เปิดให้ลงทะเบียนออนไลน์มาขยายผลใช้ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังขอให้นายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมตอบชี้แจงในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรนัดพิเศษ เพื่อรับฟังปัญหาและแก้ปัญหาให้ประชาชนได้อย่างตรงจุด







