
'สุรศักดิ์' จวก 'ผู้บริหารการบินไทย' ไม่พร้อมควรลาออก ทำกระเป๋าตกค้าง - ไร้การดูแลทหารช่วยงาน
รมว.ท่องเที่ยวฯ ซัด ผู้บริหารการบินไทย บริหารผิดพลาด ทำสัมภาระตกค้างกระทบหลายเที่ยวบิน แม้ทหารยื่นมือช่วยกลับไร้ที่พักอาหารรองรับ ฉะใกล้หมดวาระหากไม่พร้อมทำงานควรลาออก!
นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงปัญหากระเป๋าตกค้าง ผู้โดยสารที่เดินทางมาด้วยสายการบินไทย ตกค้างที่สนามบินสุวรรณภูมิจำนวนมาก ว่า ตนได้ลงพื้นที่ร่วมกับหน่วยงาน ทั้งกระทรวงกลาโหมและกระทรวงคมนาคม ซึ่งพบว่าการลำเลียงกระเป๋าของเฉพาะสายการบินไทยมีปัญหาเนื่องจากไปรับบริการขนกระเป๋าของสายการบินในเครืออื่นด้วย ทำให้ผู้โดยสารต้องรอรับกระเป๋า บางคนต้องรอ มากกว่า 5 ถึง 6 ชั่วโมง หรือมากกว่านั้น และช่วงที่ฝนตกหนัก ทำให้พนักงานของบริษัทการบินไทยไม่สามารถเดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ได้
โดยเฉพาะพนักงานขนกระเป๋า จึงทำให้กระเป๋าตกค้างสะสม ซึ่งปัจจุบันสัมภาระก็ยังถูกกองอยู่เยอะ
เบื้องต้นได้มีการขอกำลังทหารกว่า 100 นาย มาช่วยขนแล้ว และจะนำส่งให้กับนักท่องเที่ยวไปยังโรงแรมที่พักและบ้านต่อไป แต่ยอมรับว่าความชำนาญก็อาจจะไม่เท่ากับเจ้าหน้าที่ของสายการบินโดยตรง แต่คาดการณ์ว่าจะจัดส่งกระเป๋าไปยังที่พักของนักท่องเที่ยวได้ 3-4 วัน ตามที่การบินไทยระบุ
นายสุรศักดิ์ ยังกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นตามมาหลังเกิดความล่าช้าในการลำเลียงกระเป๋า ว่า ทำให้ไฟลท์การบินอื่น ๆ ได้รับผลกระทบไปด้วยต้องดีเลย์ เพราะเครื่องบินที่มีกระเป๋าตกค้างบนเครื่อง ไม่สามารถทำการบินต่อได้ และกระเป๋าของผู้โดยสารขาออกก็ไม่สามารถลำเลียงขึ้นเครื่องได้
"ขอตำหนิผู้บริหารสายการบินไทย ที่ไปรับผิดชอบสายการบินในเครืออื่นด้วย เพราะก็จะต้องนำเจ้าหน้าที่ของสายการบินไทยไปช่วยเหลือสายการบินอื่นในเครือ เพื่อหลีกเลี่ยงค่าปรับ จึงทำให้สายการบินที่แย่ที่สุดในวันนี้ คือ สายการบินไทย ซึ่งนายกรัฐมนตรีรวมถึงรัฐมนตรีคนอื่น ๆ ได้รับทราบปัญหา และรู้ว่าการบินไทยเริ่มกลับมาทำกำไรได้มากขึ้น แต่กลับเกิดปัญหาเช่นนี้ จึงจะต้องตำหนิผู้บริหารสายการบินไทย"
ทั้งที่กระทรวงกลาโหม ได้นำกำลังพลไปช่วยเหลือ แต่กลับไม่มีอาหาร ที่พักให้ ทำให้ทหารต้องกลับไปกินอาหารที่หน่วย และกลับมาลำเลียงกระเป๋าใหม่ และการบินไทยก็ยังไม่ให้ข้อมูลใดในการช่วยเหลือ ไม่พยายามแก้ปัญหา ทั้งที่เป็นภาพลักษณ์ของประเทศ กระทบการท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของสายการบินระดับประเทศ
ดังนั้น จึงน่าจะต้องมีการพูดคุยอย่างจริงจัง และผู้บริหารจะต้องทำงานเชิงรุกให้มากกว่านี้ หรือคิดว่าใกล้จะครบวาระ จะไม่ทำอะไรเลยไม่ได้ หากไม่พร้อมทำงานควรลาออกไปเลย เพราะวันนั้นที่ตนไปลงพื้นที่ ตนก็ยังรู้สึกกระวนกระวาย มากกว่าผู้ที่ต้องรับผิดชอบหน้าที่โดยตรง
นายสุรศักดิ์ ยอมรับว่าตนได้ประสบพบเจอกับตนเอง หลังจากกลับมาจากเอเชียนเกมส์ ตนเองก็ไม่ได้รับกระเป๋า ขอมารับภายหลัง และทุกหน่วยงานได้สะท้อนปัญหามาถึงตนตรงกันทั้งหมดว่าไม่ได้รับความร่วมมือทั้งที่หน่วยงานต่าง ๆ พร้อมให้การช่วยเหลือ ซึ่งตนก็ไม่สบายใจกับการทำงานเช่นนี้ของสายการบินไทย เพราะเป็นชื่อเสียงของประเทศ เสียภาพลักษณ์ และทราบว่าผู้บริหารใกล้จะครบวาระแล้ว ถ้าไม่อยากทำงานก็พิจารณาตนเองเร็ว ๆ คนอื่นที่พร้อมทำงานจะได้มาทำหน้าที่ แล้วตอนนี้สายการบินที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด คือ สายการบินไทย
นายสุรศักดิ์ ยังยืนยันด้วยว่าไม่มีจำนวนนักท่องเที่ยวที่ตกค้าง เนื่องจากสนามบินยังคงเปิดตามปกติและสายการบินก็ทำการบินตามปกติ ไม่มีการดีเลย์จากสภาพอากาศแล้ว มีเพียงการดีเลย์จากเทคนิคของสายการบินไทย ที่ไม่พร้อมที่จะบิน แต่ตนกังวลเพียงเรื่องกระเป๋าของนักท่องเที่ยว
"ขณะนี้สายการบินไทย เป็นสายการบินเอกชนแล้ว แม้ว่ากระทรวงการคลังจะถือหุ้นใหญ่ก็ตาม แต่น่าจะนำกลับมาเป็นของรัฐใหม่"
พร้อมเห็นว่ารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังควรจะเรียกประชุมบอร์ดการบินไทย เพื่อพูดคุยถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นจากสาเหตุนี้ เพราะการบินไทยกำลังจะกลับมาได้ดี แต่เหตุการณ์นี้ทำให้กลับมาต้องเสียชื่ออีกครั้ง







