
นายกฯอนุทินกลับไทยคุมน้ำท่วม สั่งรัฐมนตรีงดบินนอก เร่งเยียวยาหลังน้ำลด
นายกฯอนุทิน ยกเลิกภารกิจต่างประเทศกลับไทย สั่งทุกหน่วยร่วมรับมือน้ำท่วม เพิ่มวงเงินฉุกเฉิน และสำรวจความเสียหายเพื่อเร่งเยียวยาประชาชน
KEY
POINTS
- สั่งรัฐมนตรีงดเดินทางต่างประเทศ ให้ผู้ว่าฯ พื้นที่ประสบภัยรายงานสถานการณ์และอุปสรรคทุกวัน
- เพิ่มวงเงินฉุกเฉินให้จังหวัดตัดสินใจช่วยเหลือในพื้นที่ พร้อมเร่งดูแลผู้ป่วยติดเตียงและกลุ่มเปราะบาง
- เตรียมฟื้นฟูทันทีในจุดที่น้ำลด สำรวจความเสียหายรายครอบครัว และประสานบริษัทประกันเร่งจ่ายตามกรมธรรม์
เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยกเลิกภารกิจต่างประเทศและเดินทางกลับประเทศไทย เพื่อกำกับการรับมืออุทกภัย หลังฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่จนปริมาณน้ำเกินขีดความสามารถในการระบาย พร้อมสั่งหน่วยงานระดมกำลังช่วยประชาชนและเตรียมฟื้นฟูทันทีเมื่อระดับน้ำลด
นายกรัฐมนตรีกำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงกรุงเทพมหานคร ใช้ข้อมูลสถานการณ์ชุดเดียวกันและประสานงานโดยไม่แบ่งแยกพื้นที่ โดยให้ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนเป็นลำดับแรก พร้อมสั่งรัฐมนตรีงดเดินทางไปต่างประเทศในช่วงนี้ ส่วนตนเองงดภารกิจต่างประเทศในอีก 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ประสบภัยรายงานผลการช่วยเหลือกับอุปสรรคต่อปลัดกระทรวงมหาดไทยทุกวัน
ด้านงบประมาณ นายเอกนิติ นิติทัณประภาส รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดำเนินการเพิ่มวงเงินสำหรับพื้นที่ที่ประกาศเป็นเขตประสบภัยฉุกเฉิน เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัดอนุมัติการใช้จ่ายและแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ ขณะที่หน่วยงานด้านชลประทานบริหารจัดการน้ำเพื่อชะลอผลกระทบต่อกรุงเทพฯ และพื้นที่ใต้เขื่อน
กระทรวงกลาโหมและกระทรวงเกษตรและสหกรณ์สนับสนุนเครื่องสูบน้ำ รถบรรทุก และเรือยาง รวมถึงช่วยเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางไปยังสถานพยาบาล ส่วนกระทรวงมหาดไทย ปภ. และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจะสำรวจความเสียหายรายครอบครัว เพื่อเร่งพิจารณาเงินเยียวยา โดยให้เริ่มฟื้นฟูเป็นรายพื้นที่ทันทีที่น้ำลด ไม่ต้องรอให้น้ำแห้งทั้งเมือง
นายกรัฐมนตรียังสั่งให้ คปภ. ประสานบริษัทประกันภัยเร่งจ่ายค่าสินไหมตามเงื่อนไขกรมธรรม์ และมอบหมาย น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี ประสานกรมประชาสัมพันธ์กับ อสมท. เพื่อสื่อสารข้อมูลแก่ประชาชน
บริบทและสิ่งที่ต้องติดตาม
สภาพัฒน์ฯ จะสรุปความคุ้มค่าและความจำเป็นของโครงการระบายน้ำเส้นทางชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย ก่อนนายกรัฐมนตรีเสนอ ครม. พิจารณาในวันอังคารนี้ ส่วนประชาชนในพื้นที่น้ำลดต้องติดตามการสำรวจความเสียหายและขั้นตอนรับเงินเยียวยาจากหน่วยงานในพื้นที่







