
กางแผนมาร์ค ใช้มติยูเอ็นเปิดเกมรุกเขมร
...ทีมข่าวการเมือง
ผลจากการชี้แจงของนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ต่อที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) กรณีข้อพิพาทชายแดนไทยกัมพูชา จนเป็นเหตุให้เกิดการปะทะ ทำให้ UNSC ออกแถลงการณ์ให้สองฝ่ายทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร และหวังให้ทั้งสองประเทศเปิดการเจรจา ได้มีการนำมารายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ก.พ.อีกครั้ง โดยหลังประชุม ครม. มีข้อเสนอหลายอย่างเกิดขึ้น
อาจกล่าวได้ว่านี่คือสัญญาณนายกฯ ใช้มติ UNSC เปิดเกมรุกกัมพูชา เริ่มจาก
l นายกฯ สั่งให้กระทรวงการต่างประเทศพยายามโน้มน้าวกัมพูชาเข้าสู่เวทีการเจรจา โดยมอบหมายให้นายกษิต ติดต่อนายฮอร์นัมฮง รองนายกฯ และ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เปลี่ยนท่าทีนำมาสู่การพูดคุยในเวทีการประชุมรัฐมนตรีอาเซียน ในวันที่ 22 ก.พ. ที่นครจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย โดยประเมินว่าก่อนหน้านี้กัมพูชาตั้งความหวังไว้สูงจากการเกิดกรณีพิพาท หวังยกระดับสู่สากลให้ยูเอ็นเข้าแทรกแซง แต่เมื่อความหวังพังทลาย เป็นช่วงที่รัฐบาลกัมพูชาต้องปรับความเข้าใจกับประชาชนในชาติ ก่อนจะเปลี่ยนท่าทีสู่เวทีเจรจา
l ย้ำนโยบายให้ ครม.รับทราบตรงกันว่าปัญหานี้ไทยจะร่วมมือกับอาเซียน และพยายามให้กัมพูชากลับมาหารือในทุกกรอบที่มี อาทิ MOU JBC GBC JC
l มอบหมายให้กระทรวงวัฒนธรรมประสานองค์การยูเนสโก กรณีส่งผู้แทนชาวญี่ปุ่นเดินทางมาสำรวจร่องรอยความเสียหาย โดยให้เตรียมการต้อนรับ จัดเตรียมข้อมูล เพื่อให้รับทราบข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่ายว่ากรณีที่จะให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลก และให้ลงมติแผนบริหารจัดการพื้นที่ปราสาทพระวิหาร ล้วนเป็นชนวนให้ 2 ชาติเกิดความขัดแย้ง ทั้งนี้นายกฯ ให้นโยบายเห็นชอบที่ผู้แทนชาวญี่ปุ่นจะเดินทางมาพบ แต่ไม่เห็นด้วยที่จะเข้าไปในพื้นที่ เพราะไม่รับประกันความปลอดภัย
l รับทราบต่อการที่นายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางไปกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ถึงการพูดคุยกับคณะกรรมการมรดกโลก ชี้ให้เห็นว่าปมปัญหาการนำวาระพิจารณาบริหารพื้นที่ปราสาทพระวิหาร เป็นชนวนให้เกิดปัญหาความขัดแย้งไทยกัมพูชา จึงควรโน้มน้าวให้เลื่อนวาระนี้ออกจากที่ประชุมคณะกรรมการมรดกโลกที่จะมีขึ้นในเดือนมิ.ย. ที่ประเทศบาห์เรน ออกไปก่อน จนกว่าทั้งสองประเทศจะได้ข้อยุติจากการประชุมกรรมาธิการปักปันเขตแดน ก่อนประสานไปยังสภา ติดตามกรณีการพิจารณากรอบข้อตกลงคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา หรือ JBC จำนวน 3 ฉบับ ตามกรอบรัฐธรรมนูญมาตรา 190
ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการวิสามัญร่วมศึกษาพิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทยกัมพูชา ซึ่งมีนายเจริญ คันธวงศ์ สส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ให้พิจารณาเสร็จโดยเร็วเพื่อเข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภา เพื่อแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลต่อการปฏิบัติตามข้อตกลงของ 2 ประเทศ
l รับทราบการรายงานถึงแผนสร้างสัมพันธ์ผ่านการค้า การลงทุน โดยเห็นชอบให้นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ เป็นหัวหน้าคณะ พร้อมนายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ เดินทางไปเปิดบูธแสดงสินค้าจำนวน 75 บูธ ในวันที่ 17 ก.พ.นี้ ที่กรุงพนมเปญ และโอกาสนี้เห็นชอบให้นายไตรรงค์ และนายอลงกรณ์ ได้เข้าพบปะนายฮุนเซน นายกฯ กัมพูชาด้วย







