
ประเด็นร้อน
เรื่องราวร้อนๆ ในวันที่ 16 ก.พ. จะโฟกัสไปที่รัฐสภา ซึ่งเป็นที่ชุมนุมของบรรดานักการเมืองทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาลที่จะได้ปะทะคารมและกึ๋นกัน โดยใช้เวทีเปิดของการพิจารณางบประมาณกลางปี 1 แสนล้านบาท มาสร้างสีสัน ทั้งปัญหาชายแดนไทยกัมพูชาและปัญหาค่าครองชีพ ส่วนเรื่องราวเศรษฐกิจของภาคเอกชนนั้นบอกคำเดียวว่าชะงัก
1.ควันจางจากที่ประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ไม่ทันไร เขม่าปืนจากชายแดนไทยเขมรก็คละคลุ้ง เมื่อเกิดเหตุปะทะอีกรอบที่บริเวณภูมะเขือ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ส่งผลทหารไทยบาดเจ็บ 2 นาย ทั้งๆ ที่มีแถลงการณ์สดๆ ร้อนๆ จากยูเอ็นเอสซี เรียกร้องไทยกัมพูชายุติการยิงถาวรและหันหน้าเจรจา แต่กัมพูชาก็เปิดฉากทักทายแถลงการณ์ด้วยการสาดกระสุนใส่ จึงต้องติดตามว่า วันที่ 16 ก.พ. จะมีเสียงสะท้อนจากชาติสมาชิกในองค์การสหประชาชาติหรือไม่ ฝ่ายไทยจะเดินเกมรุกอย่างไร หลังยูเอ็นเอสซีบีบให้กัมพูชาเดินเข้าสู่เวทีเจรจาเท่านั้น
2.อีกหนึ่งเงื่อนไขที่ต้องเกาะติด คือ งบประมาณรายจ่ายกลางปี 2554 ที่นายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประกาศว่าต้องการให้ผ่านไปด้วยดีก่อนจะมีการยุบสภา วันที่ 16 ก.พ. ต้องติดตามการประชุมสภา เสนอวาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายกลางปีจำนวน 1 แสนล้านบาท คิดเป็น 0.93% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ ที่ พ.ร.บ.กำหนดวัตถุประสงค์ในการจัดสรรงบประมาณ 3 ส่วน คือ 1.จัดสรรตามแผนงานฟื้นฟูและแก้ไขปัญหาผลกระทบจากภัยพิบัติ 9,900 ล้านบาท 2.จัดสรรตามแผนงานสวัสดิการสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ 4,940 ล้านบาท และ 3.จัดสรรตามแผนงานส่งเสริมการกระจายอำนาจการปกครอง 1,017 ล้านบาท ที่เหลือเป็นงบชดเชยเงินคงคลัง แต่ดูเหมือนฝ่ายค้านไม่ได้มองเช่นนั้น
นี่จึงเป็นประเด็นร้อน เห็นทีต้องจับจ้อง สส.พรรคเพื่อไทย ดาหน้าอภิปรายลากโยงงบกลางปีไปเกี่ยวข้องกับการแลกเปลี่ยนประโยชน์ให้ สส.พรรคร่วมได้โหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านสภาก่อนหน้านี้ งานนี้จะเละตุ้มเป๊ะแค่ไหน และ สส.ฝ่ายรัฐบาลจะนำข้อมูลมาหักล้าง ข้อมูลของเพื่อไทยได้หรือไม่ ต้องติดตาม
3.โหมโรงซื้อใจชาวประชาก่อนเลือกตั้งน่าดู โดยการประชุมสภาวันที่ 16 ก.พ. นอกจากถกงบกลางปี สส.ประชาธิปัตย์จะขอให้ที่ประชุมงดเว้นข้อบังคับเลื่อนร่าง พ.ร.บ.เงินเดือนครู เงินวิทยฐานะ และเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ซึ่งผ่านการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญแล้วเข้าสู่ที่ประชุมในวันดังกล่าวทันที เพื่อให้มีผลต่อการขึ้นเงินเดือนครู 8% เสร็จทันในวันที่ 20 มี.ค.นี้ ซึ่งจะสอดรับกับการปรับขึ้นเงินเดือน เม.ย. ทั่วประเทศ จะผ่านฉลุยหรือวืด คุณครูวางชอล์กโปรดรอชม
4.โครงการรถไฟไทยจีน เป็นโครงการเมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาลชุดนี้เร่งมือที่สุด วันที่ 16 ก.พ. เวลา 14.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการประสานงานความร่วมมือเศรษฐกิจไทยจีน จะประชุมคณะทำงานเพื่อกำชับและเร่งเดินหน้าโครงการเส้นทาง หนองคายกทม.ปาดังเบซาร์ และจะมีการร่างบันทึกข้อตกลงร่วม (MOU) ระหว่างไทยจีน ก่อนจะเสนอให้รัฐสภาพิจารณา เพื่อลงทุนก่อสร้างให้ทันในต้นปี 2555
5.เบื่อการเมืองมาดูข่าวคราวด้านเศรษฐกิจ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ต้องการหาความรู้เพื่อต่อยอดธุรกิจ ไม่ควรพลาดงานนี้ ธนาคารกรุงเทพ ร่วมกับชมรมบัวหลวงเอสเอ็มอี กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และสถาบันยานยนต์ จัดสัมมนาเรื่อง
“เถ้าแก่เอสเอ็มอีกับนวัตกรรม” ณ ห้องประชุมชั้น 30 ธนาคารกรุงเทพ สำนักงานใหญ่ งานนี้ นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎ์ ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารกรุงเทพ นายชาติศิริ โสภณพนิช นางวิไลพร เจตนจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักงานเทคโนโลยี บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย นายกมล ชุติพงศ์นาวิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท กมลแมชชีนแฟคทอรี่ นายไพจิตร แสงไชย กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฟล็กโซ่ รีเสิร์ช กรุ๊ป นายวัลลภ เตียศิริ ผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ มาให้ความรู้6.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย จัดสัมมนา
“ถึงเล็กก็โตได้...ถ้ารู้ทางขยายทุน” มีนายสมภพ ศักดิ์พันธ์พนม เอพีเอ็ม นางชมเดือน ศตวุฒ กรรมการผู้จัดการ บริษัทไทย เอ็น ดี ที และนายธีระชัย ประสิทธิ์รัตนพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธีระมงคล อุตสาหกรรม ร่วมชี้ทาง7.สถานการณ์พลังงานนั้น วันที่ 16 ก.พ. ไปจับตากรมธุรกิจพลังงานที่จะชี้แจงสถานการณ์การใช้พลังงานในประเทศ ตลอดจนสถานการณ์การค้าพลังงานชายแดนไทยกัมพูชา หลังการเกิดเหตุปะทะกัน การสรุปผลกระทบจากการที่โรงกลั่นน้ำมันของ ปตท.และบางจาก หยุดเดินเครื่องในช่วงต้นปี 2554 แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ และการตรวจสอบคุณภาพน้ำมันในช่วงต้นปีนี้ รวมไปถึงแผนการกวดขันสถานีบริการเอ็นจีวีและแอลพีจีให้เติมก๊าซเฉพาะรถยนต์ที่ติดสติกเกอร์







