
งบกลางปีแสนล้าน รัฐบาลคอพาดเขียง?
งบกลางปี 2554 วงเงิน 1 แสนล้านบาท กำลังกลายเป็นช่องโหว่ให้พรรคฝ่ายค้านใช้เป็นประเด็นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังเปิดแผลความไม่ชอบมาพากล ในการจัดสรรงบประมาณให้กลายเป็นรอยด่างพร้อยของรัฐบาล
งบกลางปี 2554 วงเงิน 1 แสนล้านบาท กำลังกลายเป็นช่องโหว่ให้พรรคฝ่ายค้านใช้เป็นประเด็นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังเปิดแผลความไม่ชอบมาพากล ในการจัดสรรงบประมาณให้กลายเป็นรอยด่างพร้อยของรัฐบาล
โดย...ทีมข่าวการเงิน
งบกลางปี 2554 วงเงิน 1 แสนล้านบาท กำลังกลายเป็นช่องโหว่ให้พรรคฝ่ายค้านใช้เป็นประเด็นเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ หวังเปิดแผลความไม่ชอบมาพากล ในการจัดสรรงบประมาณให้กลายเป็นรอยด่างพร้อยของรัฐบาล
แม้ว่าการจัดทำงบกลางปีของรัฐบาล จะถือเป็นการเสริมจุดแข็งทางการเงินการคลังของประเทศ แต่การบริหารเม็ดเงินจำนวนเป็นแสนล้านบาท ที่วิ่งล้อไปกับอำนาจผลประโยชน์ทางการเมือง ทำให้มีงบประมาณบางส่วนเป็น“สีเทา”
งบประมาณกลางปีส่วนใหญ่จะนำไปชดใช้เงินคงคลังจำนวน 8.41 หมื่นล้านบาท
อีกส่วนจะใช้ฟื้นฟูช่วยเหลือและแก้ปัญหาจากผลกระทบจากการเกิดอุทกภัย และภัยพิบัติ 9,900 ล้านบาท และเป็นเงินอุดหนุนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5,957 ล้านบาท ในโครงการเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุและคนพิการ
โดยร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2554 จะเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร ในวาระแรก วันที่ 16 ก.พ.
วาระสองและสามคาดว่าจะเป็นวันที่ 2 มี.ค. จากนั้นส่งให้วุฒิสภาพิจารณาให้ความเห็นชอบในวันที่ 14 มี.ค. และภายในวันที่ 18 มี.ค. สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะนำร่างฯ ขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อประกาศใช้บังคับเป็นกฎหมาย
การใช้เงินทั้ง 3 ส่วนของรัฐบาลถือเป็นการยิงนกทีเดียวได้หลายตัว เงินรายได้ส่วนเกินไม่ถูกกองไว้ไม่เกิดดอกออกผล
การนำไปใช้เงินคงคลัง เป็นการแสดงสปิริตว่ารัฐบาลนำเงินไปใช้ ก็หามาคืนเองไม่ปล่อยให้เป็นภาระรัฐบาลต่อมา
แต่ทั้งหลายทั้งปวงในมุมมองของฝ่ายค้าน กลับไม่ได้มองเป็นภาพสวยงามราบรื่นอย่างที่รัฐบาลมองไว้แม้แต่น้อย
การทำงบกลางปีของรัฐบาลเป็นการอำพรางการใช้เงินภาษีทำโครงการลดแลกแจกแถม เพื่อหาเสียงซื้อใจคนทั่วประเทศ และเป็นการจัดสรรผลประโยชน์ให้กลุ่มการเมืองพรรคร่วมรัฐบาล
ประเด็นที่ล่อแหลมมากก็คือ การจัดสรรโครงการให้บรรดา สส.กันรายละ 10-20 ล้านบาท น่าจะถูกโจมตีหนักว่าเป็นการซื้อใจกันในทางการเมือง
ขณะเดียวกัน การจัดสรรงบประมาณผ่าน อปท. ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงมหาดไทย ของพรรคภูมิใจไทย ก็เป็นอีกเป้าหมายที่ฝ่ายค้าน “จัดหนัก” ในการอภิปรายแน่นอน
นอกจากนี้ การนำไปชดใช้เงินคงคลังยังเป็นการเปิดช่องให้รัฐบาลมีเงินในงบปี 2555 ไปใช้ในโครงการหาเสียงของรัฐบาล ไม่ว่า จะเบี้ยยังชีพคนชราเดือนละ 500 บาท หรือเบี้ยอาสาสมัครสาธารณสุข หรือ เบี้ยคนพิการ ที่รัฐบาลพยายามเดินเครื่องเต็มสูบหวังโกยคะแนนเสียงทางการเมืองให้ได้มากที่สุด
งานนี้ถือว่าเป็นการหาช่องตีกล่องดวงใจของพรรคประชาธิปัตย์ ว่าใช้เงินไม่เกิดประโยชน์ มีการลดแลกแจกแถมแบบไม่ลดราวาศอก
รวมถึงจุดอ่อนของพรรคประชาธิปัตย์ที่ต้องยอมอ่อนข้อจัดสรรงบให้พรรคร่วมก้อนใหญ่ ไปใช้อย่างฟุ่มเฟือยและสุ่มเสี่ยงกับความถูกต้อง ซึ่งสวนทางกับกฎเหล็กของพรรค 9 ข้อ ที่ต่อต้านการทุจริตทุกรูปแบบ
อย่างไรก็ตาม มวยมุมแดงอย่างพรรคเพื่อไทยจะเอาชนะน็อกมุมน้ำเงินอย่างประชาธิปัตย์คาเวทีไม่ใช่เป็นเรื่องง่ายเหมือนปอกกล้วย
เพราะชื่อชั้นการอภิปรายตอบโตชี้แจงในสภาของนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง ต้องถือว่าเป็นมวยกระดูกแข็งขึ้นทุกวัน และยิ่งเรื่องเทคนิคเฉพาะทางต้องบอกว่าปึ้กมากๆ ทั้งตัวรมว. และทีมงาน
หากฝ่ายค้านทำการบ้านไม่ดี หวังตีหัวเข้าบ้านเห็นทีมีเจ็บตัวสาหัสกลางสภาแน่
ยังไม่รวมถึงกองหนุนมือฉมังอย่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่พร้อมจะโดดขึ้นช่วยทุกเวลา หากมีประเด็นพาดพิงในการทำงบกลางปีครั้งนี้
เป็นที่รู้กันดีว่าการเปิดช่องให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อภิปรายแก้ต่างในสภา
แม้แต่นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ ถ้าทำการบ้านไม่ดี มีหวังถูกตอกกลับแน่นอน
ดังนั้น การที่ฝ่ายค้านหวังจะตีกล่องดวงใจ ปชป. ต้องทำการบ้านเกินร้อย และต้องอภิปรายให้เข้าข้อ ไม่ใช่มีแต่น้ำและเน้นกล่าวหาอย่างโคมลอย
หากเป็นเช่นนั้นคนที่ถูกหามลงจากเวทีเห็นทีจะเป็นฝ่ายค้าน ไม่ใช่ฝ่ายรัฐบาล!!!







