
"สรรเพชญ" ลุยจัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ต จับ 23 ราย เตรียมเข้มทั่วประเทศ
คมนาคมเดินหน้าจัดระเบียบเจ็ตสกีภูเก็ตตามข้อร้องเรียน เปิดปฏิบัติการวันแรกจับผู้กระทำผิด 23 ราย ปรับสูงสุดรายละ 10,000 บาท เตรียมตรวจเข้มต่อเนื่องทุกแหล่งท่องเที่ยว
กระทรวงคมนาคมเดินหน้ายกระดับมาตรการจัดระเบียบการให้บริการเรือเจ็ตสกีในจังหวัดภูเก็ต หลังได้รับข้อร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเกี่ยวกับมาตรฐานการให้บริการและการบังคับใช้กฎหมายในพื้นที่ท่องเที่ยว โดยเปิดปฏิบัติการกวาดล้างวันแรก พบผู้กระทำผิด 23 ราย ฐานใช้เรือก่อนรับใบอนุญาต พร้อมดำเนินการเปรียบเทียบปรับในอัตราสูงสุดรายละ 10,000 บาท และเตรียมขยายผลตรวจสอบอย่างเข้มข้นในพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญทั่วจังหวัด
นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ภายหลังลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดภูเก็ตและได้รับข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการประกอบกิจการเรือเจ็ตสกี รวมถึงปัญหาการบังคับใช้กฎหมายในแหล่งท่องเที่ยว ได้สั่งการให้สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ตเร่งจัดระเบียบผู้ประกอบการ พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมาย เพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ
นายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต ได้มอบหมายให้นายธีรพงศ์ พันธ์นาค เจ้าพนักงานตรวจเรือชำนาญการ พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาภูเก็ต บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจน้ำ ลงพื้นที่ตรวจตราและปราบปรามการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย ทั้งพื้นที่ชายฝั่งและเส้นทางเดินเรือ
ผลการตรวจสอบพบผู้กระทำความผิดจำนวน 23 ราย ในข้อหาใช้เรือก่อนรับใบอนุญาตใช้เรือ ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 9 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย โดยเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเปรียบเทียบปรับในอัตราโทษสูงสุด รายละ 10,000 บาท พร้อมกำชับให้ผู้ประกอบการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัดก่อนนำเรือออกให้บริการ
นายสรรเพชญกล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกของการจัดระเบียบธุรกิจเรือเจ็ตสกีในจังหวัดภูเก็ต ภายใต้นโยบายยกระดับมาตรฐานการท่องเที่ยวทางน้ำ ควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันปัญหาการฝ่าฝืนกฎหมาย การเอารัดเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยที่อาจเกิดขึ้นจากการให้บริการที่ไม่ได้มาตรฐาน
นอกจากนี้ กระทรวงคมนาคมจะเดินหน้าตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง พร้อมขยายผลไปยังพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญอื่นของจังหวัดภูเก็ตและจังหวัดชายฝั่งทะเล เพื่อยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการท่องเที่ยวทางน้ำ สร้างความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย และส่งเสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล.







