
พลังงานอ้างรอผลศึกษาก่อนพิจารณาขึ้นเอ็นจีวี
“วรรณรัตน์” อ้าง รอผลศึกษาต้นทุนเอ็นจีวี ก่อนตัดสินใจเรื่องราคา ด้าน ปตท.แฉ กลัวขึ้นเอ็นจีวีแล้วคนหันไปใช้แอลพีจีที่รัฐบาลสั่งตรึงอุ้มไม่ไหว
“วรรณรัตน์” อ้าง รอผลศึกษาต้นทุนเอ็นจีวี ก่อนตัดสินใจเรื่องราคา ด้าน ปตท.แฉ กลัวขึ้นเอ็นจีวีแล้วคนหันไปใช้แอลพีจีที่รัฐบาลสั่งตรึงอุ้มไม่ไหว
นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางสำนักนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) อยู่ระหว่างการศึกษาต้นทุนราคาก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ที่เหมาะสม ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาการจำหน่ายราคาเอ็นจีวีที่ 8.50 บาท/กก. ต่ำกว่าต้นทุนจริง แต่เป็นเรื่องของนโยบายที่จะพิจารณาตามเหตุผล โดยเฉพาะคำนึงถึงผู้ใช้เอ็นจีวีให้มากที่สุด หากผลศึกษาออกมาเมื่อไหร่จะประกาศให้ทราบทันที
นายวีระพล จิรประดิษฐกุล ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนพลังงาน กล่าวว่า หากประเมินจากต้นทุนราคาเอ็นจีวีจริงจะอยู่ที่ 14 บาท/กก. ซึ่งทาง ปตท.เข้ามาช่วยแบกรับภาระขาดทุนมาโดยตลอด กรณีนี้เป็นเรื่องของนโยบายรัฐบาล โดยที่ผ่านมาได้ใช้เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเข้าไปช่วยชดเชยราคาให้ กก.ละ 2 บาท เป็นเงินเดือนละ 400 ล้านบาท
สำหรับเรื่องจะมีการเพิ่มชดเชยราคาเอ็นจีวีหรือไม่ คงต้องพิจารณาหลายปัจจัยประกอบกัน เนื่องจากกองทุนน้ำมันฯ มีภาระหลายด้านในการดูแลราคาพลังงาน ทั้งแก๊สโซฮอล์ ดีเซล และก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) จนทำให้มีเงินไหลออกเดือนละ 4,000-5,000 ล้านบาท ถ้าหากจะเพิ่มการชดเชยราคาเอ็นจีวีให้กับ ปตท.อีก 2 บาท/กก. ก็เท่ากับต้องใช้เงินในการดูแลเอ็นจีวีเดือนละ 800 ล้านบาท เป็นตัวเลขที่สูง ซึ่งจะต้องนำไปหารือในที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน เพื่อหาข้อสรุปที่ดีเหมาะสม
แหล่งข่าวจาก ปตท. เปิดเผยว่า หากรัฐบาลจะเข้ามาช่วยชดเชยราคาเอ็นจีวีเพิ่มจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะอย่างน้อยก็ช่วยลดภาระขาดทุนลงได้บ้างเพื่อไม่ให้กระทบกับแผนส่งเสริมการใช้เอ็นจีวี โดยเฉพาะการขยายปั๊ม เพราะมีจำนวนปั๊มมากขึ้นเท่าไหร่ทำให้ปริมาณการใช้เอ็นจีวีก็สูงขึ้นตามไปด้วย ท้ายสุดปตท.ก็ต้องแบกรับต้นทุนอยู่ดี อย่างไรก็ตามเหตุผลที่กระทรวงพลังงานยังไม่อนุมัติให้ ปตท.ปรับขึ้นราคา เนื่องจากรัฐบาลยังมีนโยบายตรึงราคาแอลพีจีภาคขนส่งต่อไป
หากราคาเอ็นจีวีแพงขึ้น จะยิ่งทำให้มีการหันไปใช้แอลพีจีในรถยนต์มากขึ้น ส่งผลให้ปริมาณการนำเข้าแอลพีจีจะยังสูงมากขึ้นต่อไป แต่ในหลักการแล้วราคาพลังงาน ควรจะปล่อยให้สะท้อนต้นทุนที่แท้จริง เพื่อให้ผู้ใช้ปรับตัวประหยัด







