
มหากาพย์โกงสอบท้องถิ่น เปิดไทม์ไลน์จากประมูลสู่ทลายขบวนการ
เปิดลำดับเหตุการณ์สอบท้องถิ่นกระทบผู้สมัครกว่า 4 แสนคน ตั้งแต่ประมูลจัดสอบ 137.8 ล้านบาท อุทธรณ์ยืดเยื้อ ก่อน ป.ป.ช. บุกทลายขบวนการทุจริต
KEY
POINTS
- โครงการจัดสอบท้องถิ่นมูลค่า 137.8 ล้านบาท เริ่มต้นจากการประมูลที่ล่าช้าเนื่องจากการยื่นอุทธรณ์ผล ก่อนที่ มศว. จะเป็นผู้ชนะการประมูลและลงนามในสัญญา
- หลังการจัดสอบและประกาศผลในช่วงปลายปี 2568 ถึงต้นปี 2569 ได้มีผู้สมัครสอบจำนวนหนึ่งยื่นเรื่องร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. เนื่องจากสงสัยในความไม่โปร่งใส
- ป.ป.ช. ได้ดำเนินการสืบสวนอย่างลับเป็นเวลาหลายเดือน จนนำไปสู่ปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและทลายขบวนการทุจริตในเดือนมิถุนายน 2569
กรณีการทุจริตสอบคัดเลือกบุคคลเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น กลายเป็นหนึ่งในคดีที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากมีผู้สมัครสอบมากกว่า 400,000 คนทั่วประเทศ และเกี่ยวข้องกับโครงการจัดสอบมูลค่าสูงถึง 137.8 ล้านบาท ก่อนที่ในที่สุดสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเปิดปฏิบัติการเข้าทลายขบวนการทุจริตในเดือนมิถุนายน 2569
จุดเริ่มต้นของโครงการเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2568 คณะกรรมการกลางสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ประกาศรับสมัครสอบแข่งขัน โดยเปิดรับสมัครผ่านระบบออนไลน์ระหว่างวันที่ 7-8 มีนาคม 2568 มีผู้สมัครมากกว่า 400,000 คน สะท้อนความต้องการเข้าสู่ระบบราชการท้องถิ่นของประชาชนทั่วประเทศ
ต่อมาเมื่อวันที่ 6 เมษายน 2568 กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ภายใต้การบริหารของนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิบดีในขณะนั้น ได้ประกาศแผนจัดซื้อจัดจ้างโครงการจัดสอบด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ (e-Bidding) โดยกำหนดราคากลางไว้ที่ 137.8 ล้านบาท
มีผู้ยื่นข้อเสนอรวม 3 ราย ได้แก่ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) เสนอราคา 133 ล้านบาท มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ เสนอราคา 98.6 ล้านบาท และห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งหนึ่ง เสนอราคา 129 ล้านบาท
วันที่ 26 มิถุนายน 2568 มีการประกาศผลการพิจารณาให้มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒเป็นผู้ชนะการประมูล อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2568 มหาวิทยาลัยราชภัฏสุรินทร์ได้ยื่นอุทธรณ์ผลการจัดซื้อจัดจ้าง ส่งผลให้กระบวนการดำเนินโครงการต้องชะลอออกไปเป็นเวลาหลายเดือน
ในช่วงเวลาเดียวกัน ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งผู้บริหารหลายระดับ โดยเมื่อวันที่ 19 มิถุนายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีระกูล พ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ก่อนที่นายภูมิธรรม เวชยชัย จะเข้ารับตำแหน่งเมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2568 ขณะที่นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ ย้ายไปดำรงตำแหน่งอธิบดีกรมการปกครองในวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 และร้อยตำรวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ เข้ารับตำแหน่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในวันถัดมา
กระทั่งวันที่ 29 กันยายน 2568 คณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ร่วมกับคณะกรรมการกฤษฎีกามีความเห็นว่า การอุทธรณ์ดังกล่าวฟังไม่ขึ้น ส่งผลให้วันที่ 8 ตุลาคม 2568 มีการประกาศผู้ชนะการประมูลอย่างเป็นทางการ และวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ได้มีการลงนามสัญญาจ้างระหว่างมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒกับกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
หลังการอุทธรณ์สิ้นสุดลง การจัดสอบจึงเดินหน้าต่อ โดยมีการสอบภาค ก และภาค ข ในวันที่ 25 ธันวาคม 2568 จากนั้นประกาศรายชื่อผู้ผ่านการสอบข้อเขียนและผู้มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์ระหว่างวันที่ 20-24 มกราคม 2569 ก่อนจัดสอบภาค ค หรือการสัมภาษณ์ ระหว่างวันที่ 27-29 มกราคม 2569 และประกาศบัญชีรายชื่อผู้สอบได้พร้อมเปิดให้ตรวจสอบคะแนนสอบระหว่างวันที่ 20-27 กุมภาพันธ์ 2569
อย่างไรก็ตาม หลังการประกาศผลสอบไม่นาน ได้เริ่มมีผู้สมัครสอบจำนวนหนึ่งร้องเรียนต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 โดยตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับความไม่โปร่งใสในการสอบและการประกาศผล
ภายหลัง ป.ป.ช. ได้ดำเนินการสืบสวนข้อมูลอย่างลับต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน 2569 เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
จนกระทั่งวันที่ 23-24 มิถุนายน 2569 ป.ป.ช. เปิดปฏิบัติการเข้าตรวจค้นและทลายขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น นับเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของคดีที่สร้างแรงสั่นสะเทือนต่อระบบการสอบคัดเลือกบุคลากรภาครัฐ และนำไปสู่การตรวจสอบผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในหลายระดับ
ขณะที่เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีระกูล ได้กลับเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบการสอบและการบริหารราชการส่วนท้องถิ่นของประเทศ







