
ร่างพ.ร.บ.การออมแห่งชาติ ส่อเค้าสะดุด
ร่างพ.ร.บ.การออมแห่งชาติ ส่อเค้าสะดุด ส.ว.สรรหา ทยอยถอนตัวไม่รับตำแหน่งกมธ.วิสามัญพิจารณา หวั่น รับการสรรหาไม่ได้ หลังที่ประชุมวุฒิสภามีมติรับหลักการเอกฉันท์ 98 เสียง
ร่างพ.ร.บ.การออมแห่งชาติ ส่อเค้าสะดุด ส.ว.สรรหา ทยอยถอนตัวไม่รับตำแหน่งกมธ.วิสามัญพิจารณา หวั่น รับการสรรหาไม่ได้ หลังที่ประชุมวุฒิสภามีมติรับหลักการเอกฉันท์ 98 เสียง
ที่ประชุมวุฒิสภา มีมติเอกฉันท์ 98 เสียงรับหลักการในวาระที่ 1 ของร่างพ.ร.บ.กองทุนการออมแห่งชาติโดยมีสาระสำคัญ คือ ให้กระทรวงการคลังตั้งกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) เพื่อให้ประชาชนทั่วไป ที่มีอายุระหว่าง 20-60 ปี ซึ่งไม่ได้อยู่ในระบบราชการ หรือได้รับบำเหน็จบำนาญ และสวัสดิการในระบบที่มีอยู่แล้ว เข้าร่วมการจ่ายเงินสมทบแบบการออม 100-1,000 บาทต่อเดือน และรัฐจะจัดสมทบให้อีกส่วนหนึ่งจนครบอายุ 60 ปี และจะจ่ายคืนเป็นบำนาญไปจนกระทั่งเสียชีวิต โดยให้ครอบคลุมแรงงานที่ยังไม่มีระบบการคุ้มครองเพื่อการชราภาพประมาณ 24 ล้านคน
นอกจากนี้ กำหนดให้กองทุนจัดทำรายงานประจำปีเสนอคณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา เพื่อทราบภายใน180วันนับจากวันที่สิ้นปีบัญชี โดยต้องเป็นรายงานแสดงประมาณการเงินที่จะขอให้รัฐบาลจัดสรรเพื่อการดำเนินงานของกองทุนในระยะเวลา 3 ปีนับจากวันเสนอรายงานผลงานกของกองทุนในปีทีล่วงมาแล้วพร้อมทั้งงบการเงินและรายงานของผู้สอบบัญชีด้วย
สำหรับการอภิปรายของวุฒิสภากว่า 3ชั่วโมงส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้โดยเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อแรงงานนอกระบบประกันสังคม แต่ได้เรียกร้องให้รัฐบาลมีแผนแม่บทออกมาที่แสดงให้เห็นถึงการดำเนินงานที่โปร่งใสของกองทุนดังกล่าวในอนาคตเนื่องจากเป็นกองทุนที่จะมีเงินจำนวนมาก และป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยกับกองบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
อย่างไรก็ตาม การพิจารณาของวุฒิสภาได้เกิดปัญหาในขั้นตอนของการตั้งคณะกรรมาธิการ(กมธ.)วิสามัญพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้จำนวน 27 คน เมื่อกมธ.ของวุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งจำนวน 24 คนได้ทยอยกันขอถอนตัวจากการเป็นกมธ.หลายคน อาทิ นายถาววร ลีนุตพงษ์ ส.ว.สรรหา นายวิทวัส บุญสถิตยิ์ พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ส.ว.สรรหา โดยให้เหตุผลว่าส.ว.สรรหากำลังจะหมดวาระในวันที่ 18 ก.พ.นี้ ทำให้เกรงว่าหากอยู่ในตำแหน่งต่อไปอาจขัดคุณสมบัติต่อการเข้ารับการสรรหาเป็นส.ว.ได้
ทั้งนี้ นายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานที่ประชุม ได้ชี้แจงว่า แม้ว่าส.ว.สรรหาจะหมดวาระในช่วงนี้แต่ก็ยังสามารถปฎิบัติหน้าที่ต่อไปได้จนกว่าจะมีส.ว.สรรหาใหม่เข้ามารับตำแหน่ง จึงคิดว่ายังสามารถทำหน้าที่ต่อไปได้จนพิจารณาร่างพ.ร.บ.แล้วเสร็จในวาระที่ 2-3 และถ้ามีส.ว.สรรหาที่เป็นกมธ.ได้ทยอยลาออกจริงการพิจารณาร่างพ.ร.บ.นี้จะดำเนินการต่อไปได้ถ้ายังเหลือกมธ. 15 คนและสามารถแต่งตั้งเพิ่มเติมได้ตามข้อบังคับการประชุมวุฒิสภา
ต่อมา นายมณเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา กล่าวว่า ปัญหาการลาออกของส.ว.สรรหาจะไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะการพิจารณาร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้เท่านั้น เพราะวุฒิสภายังมีร่างพ.ร.บ.ที่ค้างการพิจารณาอยู่อีกจำนวนมาก และสมมติว่าในอนาคตส.ว.สรรหาทั้ง 74 คนลาออกจะทำให้ภาระการพิจารณากฎหมายจะไปตกอยู่ที่ส.ว.ที่มาจากการเลือกตั้งหมดจนกว่าจะสามารถสรรหาส.ว.ได้เสร็จ ดังนั้น อยากให้ที่ประชุมวุฒิสภาพิจารณาในประเด็นนี้ให้ชัดเจนก่อน
จากนั้น นายนิคม ได้สั่งพักประชุมเวลา 5 นาทีเพื่อขอหารือกับวิปวุฒิสภาเกี่ยวกับปัญหาดังกล่าว







