
กกต.ยกคำร้องปมเลือกสว.ระดับประเทศ ชี้พกโพย-ใบ สว.3 เข้าพื้นที่ได้
กกต.มีมติยกคำร้องข้อหาทุจริตเลือกสว.ระดับประเทศ ชี้เปิดกล้อง CCTV ไม่พบผิดตามอ้าง ยันศาลวางบรรทัดฐานแล้ว พกโพยและใบแนะนำตัวเข้าพื้นที่ได้ไม่ผิดกฎหมาย
KEY
POINTS
- กกต. มีมติยกคำร้องกรณีความไม่โปร่งใสในการเลือก สว. ระดับประเทศ โดยชี้ว่าพยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดไม่พบการกระทำผิดตามข้อกล่าวหา
- ผู้สมัครมีสิทธินำเอกสารแนะนำตัว (สว.3) เข้าไปในสถานที่เลือกได้ เนื่องจากศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเพิกถอนระเบียบที่เคยห้ามไว้แล้ว
- การนำโพยรายชื่อผู้สมัครเข้าไปในเขตเลือกตั้งไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย โดยอ้างอิงบรรทัดฐานคำพิพากษาของศาลฎีกาที่เคยวินิจฉัยไว้
กกต. ยกคำร้องเลือก สว. ระดับประเทศ ชี้หลักฐานไม่ชัด พกโพยไม่ผิดกฎหมาย
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติยกคำร้องข้อกล่าวหาความไม่โปร่งใสในการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ ชี้พยานหลักฐานจากกล้องวงจรปิดไม่พบการกระทำผิดตามอ้าง พร้อมยืนยันศาลปกครองและศาลฎีกาเคยวางบรรทัดฐาน การพกโพยหรือเอกสารแนะนำตัวเข้าสถานที่เลือกไม่ถือเป็นความผิด
จากการสืบสวนและตรวจสอบข้อเท็จจริง กกต. ระบุผลการพิจารณาในแต่ละประเด็นข้อกล่าวหาดังนี้
การตรวจสอบกล้องวงจรปิด (CCTV): ในประเด็นที่กล่าวหาว่ากรรมการการเลือกตั้งประกาศห้ามนำเอกสารแนะนำตัวเข้าไปในรอบเลือกไขว้ และสั่งให้วางทิ้งไว้เพื่อลอกโพยนั้น เมื่อตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในอาคารอิมแพ็ค ฟอรั่ม พบว่าผู้ถูกร้องเพียงแต่ประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องขยายเสียงตามปกติ และไม่ได้เดินเข้าไปในบริเวณที่พยานกล่าวอ้าง สอดคล้องกับคำให้การของพยานรายอื่นๆ ในกลุ่มที่ 4 ซึ่งยืนยันว่าไม่พบเห็นเหตุการณ์การจดหรือคัดลอกหมายเลขผู้สมัครลงกระดาษเพื่อนำไปใช้ในการลงคะแนน
บรรทัดฐานข้อกฎหมายเรื่องเอกสารแนะนำตัว (สว. 3): แม้เดิมจะมีระเบียบห้ามนำเข้า แต่ศาลปกครองกลางได้มีคำพิพากษาเพิกถอนระเบียบดังกล่าวไปแล้ว ผู้สมัครจึงมีสิทธินำเอกสารแนะนำตัวติดตัวเข้าไปในสถานที่เลือกได้
บรรทัดฐานข้อกฎหมายเรื่องโพยรายชื่อ: ตามคำพิพากษาของศาลฎีกา การนำโพยหรือเอกสารที่จดหมายเลขผู้สมัครเข้าไปในเขตเลือกตั้ง ไม่ถือเป็นความผิดตามกฎหมายหากไม่มีบทบัญญัติห้ามไว้ชัดเจน การกระทำดังกล่าวจึงไม่สามารถถือเป็นความผิดได้
ด้วยเหตุนี้ กกต. จึงมีคำสั่งไม่รับพิจารณาในประเด็นการกล่าวหาเรื่องการทุจริตต่อหน้าที่เนื่องจากไม่อยู่ในอำนาจวินิจฉัย และให้ยกคำร้องในประเด็นที่เหลือเนื่องจากข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่าผู้ถูกร้องกระทำการฝ่าฝืนกฎหมาย
คำวินิจฉัยดังกล่าวสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2568 กกต. ได้ออกคำวินิจฉัยที่ 166/2568 เรื่องการเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ กรณีมีผู้ร้องเรียนกล่าวหาเจ้าหน้าที่และกรรมการการเลือกตั้ง 3 ราย เกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ในวันเลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2567 ณ อาคารศูนย์ประชุมอิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
โดยคำร้องดังกล่าวแบ่งออกเป็น 3 ประเด็นหลัก ได้แก่
- การกล่าวหาว่ากรรมการประจำสถานที่เลือกละเว้นการตรวจสัมภาระเพื่อป้องกันการนำอุปกรณ์สื่อสารเข้าอาคาร
- การกล่าวหาว่ากรรมการการเลือกตั้งประกาศห้ามนำเอกสารแนะนำตัวเข้าพื้นที่จนต้องใช้วิธีลอกโพย
- การกล่าวหาว่ากรรมการการเลือกตั้งปล่อยปละละเลยเมื่อตรวจพบการพกโพยรายชื่อผู้สมัครจำนวนมาก นำมาสู่การตรวจสอบและออกคำวินิจฉัยยกคำร้องในที่สุด
แหล่งที่มา: คำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (คลิกอ่าน)







