posttoday
เสนอยกเลิก TH-AI Passport ยัน 1,600 ล้าน เปลี่ยนสร้างอุตสาหกรรมได้

เสนอยกเลิก TH-AI Passport ยัน 1,600 ล้าน เปลี่ยนสร้างอุตสาหกรรมได้

15 มิถุนายน 2569

“ณัฐพงษ์” นำทีมงบ-ทีมไอที เสนอยกเลิก TH-AI Passport ยัน 1,600 ล้าน เปลี่ยนซื้อเป็นสร้างอุตสาหกรรมได้ พร้อมยื่น ป.ป.ช.

15 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในที่ประชุม ครม.เงา ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมงบประมาณ และทีมไอที เปิดหลักฐานสะท้อนพิรุธของ TH-AI Passport ที่ต้องใช้งบ 1,600 ล้านบาท โดย ครม.เงา ยืนยันนายกรัฐมนตรีต้องสั่งยกเลิกโครงการ พร้อมเสนอแนวทางนำงบประมาณดังกล่าวไปใช้สร้างอุตสาหกรรม AI ของประเทศแทนการซื้อบริการจากต่างประเทศ

เสนอยกเลิก TH-AI Passport ยัน 1,600 ล้าน เปลี่ยนสร้างอุตสาหกรรมได้

ธีระชาติ ก่อตระกูล คณะทำงานผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และทีมนโยบายดิจิทัลพรรคประชาชน ระบุว่า จากการรับฟังความคิดเห็นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายน ยังมี 3 คำถามถึงความพิรุธของโครงการที่ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ยังไม่ได้ตอบ

 

คำถามแรก การกำหนดเงื่อนไข Token หรือปริมาณการใช้งานใน TOR คำถามที่สอง รายละเอียดใน TOR จากเดิมที่ระบุว่าใช้งานได้ 500,000 คนต่อชั่วโมง แต่ปลัดกระทรวง DE กล่าวว่าจะเปลี่ยนเป็น 5 ล้านคนต่อวินาที จึงอยากได้คำยืนยันว่าสามารถปรับ TOR ได้ตามใจใช่หรือไม่ ซึ่งเรื่องนี้สะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพของการจัดซื้อจัดจ้างที่ผู้ชนะประมูลสามารถปรับสเปกขึ้นลงได้ตามที่ต้องการอย่างไม่มีข้อจำกัด

คำถามที่สาม โครงการ TH-AI Passport ถูกเสนอเข้า ครม.เศรษฐกิจ เมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568 ระบุว่า ต้องลงทะเบียนภายใน 90 วัน แต่ในการทำประชาพิจารณ์ 15 ธันวาคม 2568 ตัวเลขระยะเวลาลดลงเหลือ 30 วัน และการเริ่มให้บริการจาก 120 วัน ลดลงเหลือ 90 วัน แสดงให้เห็นถึงความเร่งรีบของโครงการ และประเด็นที่สังคมตั้งคำถามคือ การเพิ่มจอโฆษณาประชาสัมพันธ์ในร้านสะดวกซื้อ 1,500 สาขา 6,000 จุด ที่ไม่มีในร่างที่เสนอ ครม.เศรษฐกิจ ซึ่งทั้งหมดอาจเกี่ยวกับวันยุบสภา 12 ธันวาคม 2568 จึงอยากตั้งคำถามว่า ทำไมจึงเกิดการเปลี่ยนรายละเอียด TOR ในช่วงที่เป็นรัฐบาลรักษาการ

เสนอยกเลิก TH-AI Passport ยัน 1,600 ล้าน เปลี่ยนสร้างอุตสาหกรรมได้

รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เปิดเผยหลักฐานที่บ่งชี้ว่าการดำเนินโครงการนี้มีข้อสังเกตถึงการทุจริตที่เป็นไปอย่างเป็นระบบ ในลักษณะที่สั่งวันนี้แต่ทำเสร็จตั้งแต่ปีที่แล้ว เช่น บริษัทที่ดูแลโครงการ TH-AI Passport รู้ตัวอยู่แล้วว่าจะได้รับโครงการ เนื่องจากพบดิจิทัลฟุตพรินต์เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม 2568 ทั้งที่โครงการทำประชาพิจารณ์และเปิดประมูลปลายเดือนธันวาคม 2568 และประกาศผู้ชนะปลายเดือนมกราคม 2569

นอกจากนี้ยังพบโครงการอื่นในลักษณะเดียวกันในอีก 2 กระทรวง คือ กระทรวงศึกษาธิการ และกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) รวมทั้งหมดเกือบ 10,000 ล้านบาท จึงอยากเรียกร้องให้ทบทวน TOR หรือไม่ก็พับโครงการไปก่อน

 

ในเชิงข้อเสนอ ภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ เสนอแนวทางพัฒนา AI ของประเทศ แทนที่จะใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท ไปกับโครงการ TH-AI Passport ซึ่งเป็นผู้เสนอหรือเป็นผู้เช่าใช้ จึงเสนอให้เปลี่ยนงบประมาณมาเป็นการลงทุนซื้อฮาร์ดแวร์ประมวลผลเพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของชาติ พร้อมทั้งสนับสนุน AI ที่มีอยู่แล้วในประเทศไทย เช่น ThaiLLM (BDI) สนับสนุนสตาร์ทอัพและ SME ผ่านคูปองนวัตกรรม ดึงดูดบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกมาตั้งศูนย์ R&D ในไทยผ่านสิทธิประโยชน์ BOI พร้อมเปลี่ยน KPI จากการนับยอดแจกสิทธิ์เป็นการวัดผลิตภาพและรายได้จริง และให้กระทรวง DE ทำหน้าที่กำหนดมาตรฐานและราคากลาง แทนการเป็นผู้ริเริ่มโครงการเอง ส่วนการซื้อ AI ต่างชาติ ไม่ควรซื้อผ่านตัวกลาง แต่ควรเป็นแบบ G2G นอกจากนี้ยังควรสนับสนุนการเพิ่มทักษะของคน ทั้งประชาชนทั่วไป กลุ่ม SME รวมถึงภาครัฐเอง รวมไปถึงการสร้างอาชีพดิจิทัล เพื่อทำให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น

เสนอยกเลิก TH-AI Passport ยัน 1,600 ล้าน เปลี่ยนสร้างอุตสาหกรรมได้

ขณะที่ณัฐพงษ์สรุปว่า การตัดสินใจเดินหน้าหรือยกเลิกโครงการ TH-AI Passport จะเป็นตัวชี้วัดว่ารัฐบาลตั้งใจผลักดัน AI เป็นวาระแห่งชาติจริง หรือสนใจเพียงงบประมาณจากโครงการ AI เท่านั้น ข้อพิรุธในโครงการ TH-AI Passport นี้รวมถึงโครงการอื่นที่จะตามมา สะท้อนว่าการทุจริตเอื้อประโยชน์พวกพ้องกำลังย้ายจากโครงการก่อสร้างที่สังคมรู้เท่าทัน มาสู่โครงการเทคโนโลยีที่มีความซับซ้อนทางเทคนิคมากขึ้น

 

ณัฐพงษ์ตั้งคำถามว่า ประเทศไทยมีคณะกรรมการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการด้านปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ หรือบอร์ด AI ซึ่งรวมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวง DE กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการไว้แล้ว แต่นับตั้งแต่มีการเปลี่ยนรัฐบาล นายกรัฐมนตรีไม่เคยเรียกประชุมคณะกรรมการนี้อีกเลย ทั้งที่เป็นคณะกรรมการระดับนโยบายสูงสุดด้าน AI ของประเทศ และนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวโต๊ะ ครม.เศรษฐกิจ ก็ไม่เคยแสดงบทบาทผู้นำจัดการเรื่องนี้

 

ณัฐพงษ์เรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีระงับโครงการนี้ทันที ปฏิรูปการใช้เงินกองทุน DE ให้โปร่งใส และเปลี่ยนทิศทางการใช้งบประมาณจากการซื้อบริการไปสู่การสร้างอุตสาหกรรมใหม่ของประเทศ พร้อมระบุว่าหากไม่มีการดำเนินการ จะมีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมอีกหลายระลอก และจะดำเนินการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ต่อไป

ข่าวล่าสุด

ไม่พบปลาหมอคางดำในทะเลน้อย–ทะเลสาบสงขลาตอนบน ทช. ย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่อง

ไม่พบปลาหมอคางดำในทะเลน้อย–ทะเลสาบสงขลาตอนบน ทช. ย้ำเฝ้าระวังต่อเนื่อง