
จากน้ำท่วมโคราช...ถึงวันสิ้นโลก 2012
ใบลานสามสีที่ตกมาถึงในวัดแห่งหนึ่งของ จังหวัดอัตตะปือ (ประเทศลาว) ว่าถึงพุทธทำนายเรื่องคลื่นน้ำสูง 200 เมตรจะเข้าช่องแคบสระบุรี และโคราชตอนล่าง....
ใบลานสามสีที่ตกมาถึงในวัดแห่งหนึ่งของ จังหวัดอัตตะปือ (ประเทศลาว) ว่าถึงพุทธทำนายเรื่องคลื่นน้ำสูง 200 เมตรจะเข้าช่องแคบสระบุรี และโคราชตอนล่าง....
โดย...วันพรรษา อภิรัฐนานนท์
ใบลานสามสีที่ตกมาถึงในวัดแห่งหนึ่งของ จังหวัดอัตตะปือ (ประเทศลาว) ว่าถึงพุทธทำนายเรื่องคลื่นน้ำสูง 200 เมตรจะเข้าช่องแคบสระบุรี และโคราชตอนล่าง อันเป็นที่มาของข่าวลือในยุคหนึ่งว่าน้ำจะท่วมโคราช จ.นครราชสีมา ตั้งอยู่บนที่ราบสูงโคราช สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 187 เมตร ความคิดขณะนั้นคือเป็นไปไม่ได้ แต่ความคิดขณะนี้ อะไรก็เป็นไปได้หมด
นั่นก็เพราะ ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ของโลกส่อเค้าความหฤโหดมากขึ้นเรื่อยๆ หลายครั้งเรื่องที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้กลับกลายเป็นจริง ล่าสุดคือวันสิ้นโลก 21 ธ.ค. 2012 ที่นับจากวันนี้คือ 3 ปีสุดท้ายของโลก 3 ปีสุดท้ายก่อนอารยธรรมโลกจะสิ้นสูญ นี่จะเป็น 3 ปีที่มนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้หรือไม่!!!
21/12/12
21 ธ.ค. 2012 วันสิ้นโลกที่ทั่วทั้งโลกกำลังพูดถึง เรื่องราวและร่องรอยแห่งปมปริศนา คำพยากรณ์แห่งอนาคตที่แพร่สะพัดอยู่ในเว็บไซต์ชนิดเป็นหมื่นๆ เว็บ ภาพยนตร์ หนังสือ และงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ที่ร้อนจัดในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ทั้งหมดสะท้อนความสนใจถึงขีดสุดต่อหายนะที่กำลังจะนำมาซึ่งวันสุดท้ายของโลก ความแตกตื่นย้อนกลับไปที่จุดเริ่มต้นเมื่อกว่า 5,000 ปีก่อนในดินแดนเมโสอเมริกา ที่ที่ปฏิทินโบราณฉบับหนึ่งถูกเขียนขึ้น
วันแรกของปฏิทินแห่งวันสุดท้ายถูกเขียนขึ้นโดยเผ่ามายา ชนเผ่าโบราณที่ว่ากันว่ามีอารยธรรมสูงสุดในยุคแรกๆ ของโลก ร่องรอยที่ทิ้งไว้อลังการชนิดเหลือเชื่อ ตั้งแต่พีระมิด และศาสนสถานขนาดใหญ่ อารยธรรมรุ่งเรืองสูงสุดด้วยความรู้ด้านศาสนา ปรัชญา คณิตศาสตร์ ดาราศาสตร์ การประดิษฐ์ตัวเลข ตัวอักษร ระบบดวงดาวแห่งจักรวาล รวมทั้งการจัดทำปฏิทินลองเคาต์ (Long Count) กลุ่มตัวเลขที่กำหนดผลลัพธ์หรือโชคชะตาแห่งมนุษยชาติทั้งมวล
"ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์" คอลัมนิสต์และนักเขียนอิสระ ผู้เขียนหนังสือ 21 ธันวา 2012 วันพลิกชะตาโลก ให้ความรู้เกี่ยวกับปฏิทินสะท้านโลกว่า พวกมายาได้คิดค้นปฏิทินขึ้น 3 แบบ คือ ปฏิทินที่ใช้สำหรับพิธีทางศาสนา ปฏิทินที่ใช้ทั่วไป และปฏิทินที่เรียกว่าลองเคาต์ ซึ่งไม่ได้นับช่วงเวลาแค่ปีต่อปี 365 วันแล้วตัดยอดไปปีหน้าแบบปฏิทินเกรเกอเรียนใน ปัจจุบัน หากปฏิทินได้คำนวณช่วงเวลาทั้งหมดนับตั้งแต่มีโลกใบนี้จนกระทั่งวันสุดท้ายของโลกเอาไว้
หน้าตาของปฏิทินโบราณมีลักษณะเหมือนวงกลม 2 วงที่ซ้อนกันอยู่ วงนอกและวงในเกี่ยวโยงสัมพันธ์กันเหมือน "เฟือง" กับ "เกียร์" ต่างหมุนวนไปรอบๆ คล้ายเฟืองของ เครื่องจักร ซี่เฟืองแต่ละซี่ทำงานสอดคล้องกันอย่างซับซ้อนแต่ลงตัวหมดจด ถอดรหัสออกมาเป็นตัวเลข 5 หลัก มายาแบ่งเวลาออกเป็น 5 ตะวัน เราทั้งหลายขณะนี้อยู่ในช่วงของตะวันที่ 5 หรือตะวันสุดท้าย นับหนึ่งวันแรกเมื่อวันที่ 11 ส.ค. เมื่อ 3,114 ปีก่อนคริสต์ศักราช หรือเมื่อ 5,122 ปีก่อน
มหาพายุสุริยะ
"ปฏิทินผู้นับกาลแห่งโลก ระยะเวลาอันยาวนานมาสิ้นสุดการนับลง ณ วันที่ 21 ธ.ค. 2012 หรืออีก 3 ปีข้างหน้า ทำให้หลายคนคาดการณ์ว่านี่อาจจะเป็นวันสุดท้ายของโลก วันสิ้นสุดอารยธรรมของมวลมนุษย์โลก" ชัชรินทร์ กล่าว
ไม่ใช่แค่กำหนดจุดจบโลกไว้ลอยๆ หากวันสุดท้ายบนปฏิทินโบราณยังสอดคล้องกับแนวคิดและข้อมูลใหม่ๆ ทางวิทยาศาสตร์โลกปัจจุบันอย่างสุดจะเชื่อ จีนกับสหรัฐอเมริกาตรงกันในเรื่องนี้ ศูนย์โนอา หรือองค์กรสมุทรศาสตร์และบรรยากาศสหรัฐอเมริกา (National Oceanic and Atmosphere Administration-NOAA) ระบุว่า จะเกิดพายุสุริยะครั้งรุนแรงในช่วงเวลาดังกล่าว เช่นเดียวกับศูนย์อุตุนิยมวิทยาดาวเทียมแห่งชาติ (NCMC) ประเทศจีน ซึ่งกล่าวไว้ตั้งแต่ 13 มี.ค. 2007 ว่า ได้ตรวจพบปรากฏการณ์พายุสุริยะครั้งใหญ่ ซึ่งจะเริ่มต้นในเดือนพ.ค. 2012 ก่อนจะทวีความรุนแรงสูงสุดในเดือนธ.ค. 2012
นักวิทยาศาสตร์มีแนวคิดในเรื่องนี้ค่อนข้างหลากหลาย เช่น แนวคิดเรื่องจุดสมดุลของวงโคจรดวงอาทิตย์ ปรากฏการณ์การเรียงตัวของดาวพฤหัสและดาวเสาร์ (Great Chronocrator) หรือแนวคิดเรื่องการเรียงตัวของระบบสุริยะกับจุดศูนย์กลางของกาแล็กซีทางช้างเผือก (The Galactic Alignment) รวมทั้งอีกมากมายที่มหัศจรรย์พันลึกเสียยิ่งกว่าไหน เป็นวิทยาศาสตร์ผสมจินตนาการไซ-ไฟ ที่จะนำมาซึ่งปฏิกิริยาแบบวินาศสันตะโรจริงๆ หรือไม่ ก็ยังเป็นเรื่องที่ต้องคิดและไตร่ตรองให้หนัก
เกิดดับแห่งจักรวาล
ดร.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า การเกิดดับของจักรวาลเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับชีวิต จึงเป็นเรื่องที่คนสนใจ และยิ่งเร้าใจเมื่อเป็นเรื่องที่มีเงื่อนเวลา แต่ต้องระวังสำหรับคนที่ผิดปกติทางความคิด รับข้อมูลแล้วเกิดความเครียด วิตกกังวล และมีความเชื่อที่หลุดไปจากความจริง โดยเฉพาะพวก Thinking Disorder จิตเภท กลุ่มโรคหลงผิด ในต่างประเทศถึงขั้นชิงฆ่าตัวตายไปก่อนก็มี โดยต้องรับรู้ในเชิงบวก คิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผล
พระนักคิด ว.วชิรเมธี กล่าวว่า วันสิ้นโลกใน 3 ปีหน้า จะจริงไม่จริงก็ยังไม่แน่ แต่ถ้าจะมองผ่านมุมของพุทธศาสนาก็คือ วิธีคิดและวิถีชีวิต กับอารยธรรมของโลกเวลานี้ มนุษย์เดินอยู่บนสายพานแห่งความเร่งที่รวดเร็ว เข้มข้น รุนแรง และสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายต่อโลกได้ทุกเมื่อ ปฏิทินวันสุดท้ายของโลกมองในมุมหนึ่งก็เป็นข้อดีที่ทำให้เราไม่ประมาท เมื่อไม่ประมาทก็สามารถลุกขึ้นมาคิดหาวิธีรับมือกับความเสื่อม
"ถ้าโลกนี้จะวิบัติ ก็วิบัติเพราะน้ำมือมนุษย์ และก็ด้วย น้ำมือมนุษย์อีกเช่นกันที่จะทำให้โลกนี้หลุดพ้นจากความสิ้นสูญ" ว.วชิรเมธี กล่าวว่า ควรใช้ชีวิตวันนี้ให้ดีที่สุด เพราะสิ่งที่คาดการณ์ยังอยู่ในอนาคต อย่าเอาความกลัวในอนาคตมาทำให้วันนี้ไม่มีความสุข โลกอาจถึงกาลวิบัติ แต่ไม่ได้หมายความว่ามันวิบัติในวันนี้เสียหน่อย วันนี้ยังคงอยู่ในมือเรา ลุกขึ้นมาบริหารจัดการวันนี้ให้ดีที่สุดดีกว่า
รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ คณะทำงาน IPCC และผู้อำนวยการศูนย์พลังงานเพื่อสิ่งแวดล้อม มูลนิธิพลังงานเพื่อ สิ่งแวดล้อม อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธร กล่าวว่า อวสานโลกจะเกิดขึ้นเมื่อไร ไม่มีใครตอบได้ แต่ความจริงก็คือ ถ้าไม่รีบแก้ไข อวสานโลกจะมาถึงแน่ด้วยภัยโลกร้อน ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ยืนยันว่า 50 ปีจากนี้โลกจะประสบภัยจากภาวะโลกร้อนขั้นเลวร้าย ทั้งสึนามิ แผ่นดินไหว และภาวะ น้ำแข็งละลายระดับทวีป "อุณหภูมิโลกจะสูงขึ้นอีก 2 องศา ระดับน้ำทะเลจะสูงขึ้นอีก 1.6 เมตร เรียกได้ว่าขั้นหายนะ ถ้าโลกไม่วิกฤตใน 3 ปีนี้ ก็ภายในไม่เกิน 50 ปี"
ตายเสียก่อนตาย
ไม่ว่าจะอีก 3 ปี หรือ 50 ปี โลกก็แย่แน่ มุมมองต่อวันสิ้นโลกในฐานะนักคิดอิสระ ชัชรินทร์ กล่าวว่า ต้องมีสติและเตรียมใจ เตรียมความคิด เตรียมใจ คือ การ เข้าใจและปลงใจต่อสิ่งที่จะเกิด เตรียมความคิด คือ การศึกษาทำความเข้าใจเหตุปัจจัย รวมทั้งศึกษาว่าเราจะเปลี่ยนแปลงมันได้อย่างไร จริงๆ แล้วก็เปลี่ยนได้ แต่ต้องหมายถึงการเปลี่ยนย้ายทั้งกระบวนทัศน์ เศรษฐกิจ สังคม การเมือง
วันสุดท้ายที่จะมาถึง ควรกระตุ้นให้มนุษย์เกิดสติ เกิดการเตรียมใจ ยอมรับสภาพด้วยความเข้าใจ เกิดความคิดที่จะหมุนเปลี่ยนตัวเองไปสู่การใช้ชีวิตตามหลักศาสนา หรือดังที่ท่านพุทธทาส กล่าวว่า ตายเสียก่อนตาย เรื่องกลียุควันสิ้นโลกนัยหนึ่งแล้วก็สะท้อนให้เห็นถึงความเสื่อม ความดับ ความไม่จีรัง หรือความไม่แน่นอนของโลก เพื่อที่เราจะได้หาทางปรับปรุงเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เหมาะสมสอดคล้องกับความไม่แน่นอนนั้น
"คนไทยใกล้กับศาสนาพุทธ ซึ่งเป็นศาสนาที่เป็นวิทยาศาสตร์ ก็ควรหันมาสนใจอย่างจริงจัง แล้วเราจะพบคำตอบของการดำรงชีวิตอยู่ในโลกที่กำลังใกล้จะเปลี่ยนแปลงได้อย่างเบ็ดเสร็จสมบูรณ์" ชัชรินทร์ กล่าว
ขอบคุณข้อมูล : ชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ หนังสือ "21 ธันวา 2012 วันพลิกชะตาโลก" สำนักพิมพ์ กรีน-ปัญญาญาณ







