
ปิดฉากละครแก้รธน.สมานฉันท์มาตามนัด
โดย.....ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
โดย.....ไพบูลย์ กระจ่างวุฒิชัย
ผ่านไปที่เรียบร้อยแล้วสำหรับการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งสองประเด็นได้แก่ ร่างมาตรา 190 เกี่ยวกับหนังสือสัญญาระหว่างประเทศที่ต้องผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา และ มาตรา 93-98 ในส่วนของการกำหนดที่มาสส.เป็นระบบเขตเดียวเบอร์เดียว 375 คน และ บัญชีรายชื่อ 125 ซึ่งทั้งสองส่วนนี้ผ่านที่ประชุมรัฐสภาในวาระ 3 แบบไร้ปัญหาทั้งที่เดิมทีมีความกังวลจากพรรคประชาธิปัตย์ว่าพรรคร่วมรัฐบาลและส.ว.บางส่วนจะไม่ตามที่นัดหมายกันเอาไว้ แต่สุดท้ายก็ไม่มีใครผิดนัดมากับครบตามที่ให้สัจจะกันเอาไว้แม้ว่าจะมีบางส่วนแหกโผไปหน่อยก็ตาม โดยมีรายละเอียดดังนี้
ในส่วนของมาตรา 190 ไม่มีอะไรพลิกโผ แต่ที่มีการวิพากษ์วิจารณ์กันมาก คือกลุ่ม 40 ส.ว.บางส่วนที่เคยคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างหนัก ตั้งแต่สมัยรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แต่มาในครั้งนี้สนับสนุนให้มีการแก้ไขมาตรา 190 อาทิ นายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา นายประสาร มฤคพิทักษ์ ส.ว.สรรหา นางตรึงใจ บูรณสมภพ ส.ว.สรรหา ม.รว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา นางพรพันธุ์ บุณยรัตพันธุ์ ส.ว.สรรหา นายมนเฑียร บุญตัน ส.ว.สรรหา และนายสาย กังกเวคิน ส.ว.ระยอง โดยสรุปแล้วที่ประชุมมีมติเสียงเกินหนึ่งจำนวน 397 ต่อ 19 และ งดออกเสียง 10 เสียง ให้ความเห็นชอบเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับในมาตรา 93-98 ปรากฏว่าที่ประชุมเห็นชอบ 347 ต่อ 37 งดออกเสียง 42 นั้น จากการตรวจสอบ พบว่าทุกพรรคมาตามกันที่นัดหมายเอาไว้จะมีบางส่วนเท่านั้นที่แหกโผ
พรรคประชาธิปัตย์ มีส.ส. 172 คน เห็นด้วย 169 งดออกเสียง1 คือมีน.ส.ปรีชญา ขำเจริญ ส.ส.ราชบุรี ซึ่งเป็นส.ส.เพียงคนที่งดออกเสียงในวาระที่ 2มาแล้ว และขาดประชุม 2 คน คือ นายไกรศักดิ์ ชุณหะวัณ ส.ส.สัดส่วน ซึ่งป่วยอยู่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ และนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
พรรคภูมิใจไทย มี ส.ส.33 คน เป็นพรรคการเมืองเดียวที่มาลงมติสนับสนุนกันครบทุกคน นอกจากนี้ ยังมีส.ส. ที่อยู่พรรคการเมืองอื่นมาลงคะแนนสนับสนุนเหมือนกับการโหวตในวาระ 2 จำนวน 11 คน แยกเป็น จากพรรคเพื่อไทย 6 คน ได้แก่ นายจิรพันธ์ ลิ้มสกุลสิริรัตน์ ส.ส.สมุทรปราการ นายนที สุทินเผือก ส.ส.สมุทรปราการ นาย ปิยะรัช หมื่นแสน ส.ส.ร้อยเอ็ด นายนิคม เชาวน์กิตติโสภณ ส.ส.สัดส่วน นายวุฒิชัย กิตติธเนศวร ส.ส.นครนายก นายสมบูรณ์ วันไชยธนวงศ์ ส.ส.สัดส่วน
รวมไปถึงส.ส.ไม่สังกัดพรรคอีก 2 คน ได้แก่ นายจุมพฎ บุญใหญ่ ส.ส.สกลนคร และ ร.ต.ปรพล อดิเรกสาร ส.ส.สระบุรี ซึ่งถูกพรรคเพื่อไทยขับออก เช่นเดียวกับพรรคประชาราช อีก 3 คน ได้แก่ นายจักรกฤษณ์ ทองศรี ส.ส.บุรีรัมย์ นางชนากานต์ ยืนยง ส.ส.ปทุมธานี นายติ่งสมชัย เจริญชัยฤทธิ์ ส.ส.นครสวรรค์ ในส่วนนี้ได้ร่วมสนับสนุนตั้งแต่วาระ 1-2แล้ว
ขณะที่ นาย ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ซึ่งตามารยาทปกติต้องงดออกเสียง แต่นายชัยได้ใช้สิทธิ์ความเป็นส.ส. อ้างว่าสามารถโหวตสนับสนุนทั้ง 2 ร่างได้ ท่ามกลางความลุ้นระทึกของส.ส.ซีกรัฐบาล
พรรคชาติไทยพัฒนา มีส.ส. 25 คน ปรากฏว่า รับ 20 คน งดออกเสียง 3 คน ได้แก่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร นายศิริวัตน์ ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร นายพีรเดช ศิริวันสาณฑ์ ส.ส.นครสวรรค์ ซึ่งทั้ง3 คนยังมีจุดยืนเดิมคืองดออกเสียง เหมือนวาระ และขาด 2คน ได้แก่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ ส.ส.อุทัยธานี และ นายอัศวิน วิภูศิริ ส.ส.สัดส่วน ไม่ได้เข้าร่วมลงมติ ขณะ ที่เสียงในกลุ่มนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล ทั้งนายภคิน และนายภารดร ปริศนานันทกุล บุตรชาย ที่ก่อนหน้านี้คัดค้านสูตร 375 +125 อย่างหนักได้กลับลำหันมาสนับสนุน
พรรคเพื่อแผ่นดิน มีส.ส. 31 คน ปรากฏว่า รับ 26 คน งดออกเสียง 4 คนได้แก่ นายถิรชัย วุฒิธรรม สส.สัดส่วน พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก สส.สัดส่วน นพ.วัลลภ ไทยเหนือ สส.สัดส่วน นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ สส.นราธิวาส และขาด1คน ได้แก่ นายธีระทัศน์ เตียวโสภา ส.ส.สุรินทร์ พรรครวมชาติพัฒนา มี ส.ส.9 คน พรรคกิจสังคม 5 คน พรรคมาตุภูมิ 3 คน ล้วนลงมติสนับสนุนวาระ3เช่นเดียววาระ 2
ขณะที่ สมาชิกวุฒิสภา มีจำนวน 149 คน จากการตรวจสอบ พบว่า มีส.ว.เห็นด้วย 71 คน ไม่เห็นด้วย 37 งดออกเสียง 34 โดยกลุ่มส.ว.ที่ถูกจับตามองก่อนหน้านี้ว่ามีการวิ่งล็อบบี้กันอย่างหนัก โดยเฉพาะจากสายเลือกตั้งได้โหวตสนับสนุนร่างทั้ง 2 ฉบับกันอย่างพร้อมเพรียง
อาทิ นายจตุรงค์ ธีระกนก ส.ว.ร้อยเอ็ด พ.ต.ท.จิตต์ ศรีโยหะ มุกดาธนพงศ์ ส.ว.มุกดาหาร นายทวีศักดิ์ คิดบรรจง ส.ว.บุรีรมย์ นายบวรศักดิ์ คณาเสน ส.ว.อำนาจเจริญ นายประดิษฐ์ ตันวัฒนะพงษ์ ส.ว.สกลนคร นายประวัติ ทองสมบูรณ์ ส.ว.มหาสารคาม นายประสิทธิ์ โพธสุธน ส.ว.สุพรรณบุรี นายยุทธนา ยุพฤทธิ์ ส.ว.ยโสธร นายรักพงษ์ ณ อุบล ส.ว.หนองบัวลำพู เป็นต้น
จากนี้ไปการเมืองคงเตรียมตัวเข้าสู่อารณ์ของการเตรียมตัวเลือกตั้งอย่างเต็มที่แล้วเพราะหนึ่งในเงื่อนที่นายกรัฐมนตรีจะประกาศยุบสภาได้คลี่คลายลงไปแล้ว คงต้องจับตาดูว่าอีกเงื่อนไขที่เหลือที่จะมีทิศทางเป็นอย่างไรเพื่อปูทางไปสู่การเลือกตั้งในอนาคต







