“อนุทิน”ทบทวนงบปี 2570 คงกรอบเดิม เน้นวินัยการคลัง ตัดรายจ่ายไม่จำเป็น
“อนุทิน” นำประชุมทบทวนงบปี 2570 วงเงิน 3.78 ล้านล้านบาท ย้ำวินัยการคลัง ตัดรายจ่ายไม่จำเป็น รับมือเศรษฐกิจผันผวนและวิกฤตพลังงานโลก
นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานการประชุมทบทวนวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ร่วมกับ 4 หน่วยงานเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ กระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และ ธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อกำหนดกรอบนโยบายงบประมาณท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความไม่แน่นอนสูง
การประชุมดังกล่าวเป็นไปตามพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. 2561 มาตรา 24 ซึ่งกำหนดให้รัฐบาลต้องวางกรอบงบประมาณล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 ปี ครอบคลุมทั้งประมาณการรายได้ รายจ่าย การขาดดุล และฐานะการคลังโดยรวม
คงวงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท เพิ่มเพียง 0.2%
ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้คงกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2570 ไว้ที่ 3,788,000 ล้านบาท ตามมติคณะรัฐมนตรีเดิม เพิ่มขึ้นจากปี 2569 จำนวน 7,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 0.2
ในด้านรายได้ รัฐบาลคาดว่าจะจัดเก็บรายได้สุทธิได้ 3,000,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 79,400 ล้านบาท หรือร้อยละ 2.7 ขณะที่วงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลอยู่ที่ 788,000 ล้านบาท ลดลง 72,000 ล้านบาท หรือร้อยละ 8.4 สะท้อนความพยายามควบคุมระดับหนี้และรักษาวินัยการคลังให้สอดคล้องกับแผนการคลังระยะปานกลาง (2570–2573)
รับมือเศรษฐกิจผันผวน–วิกฤตพลังงานโลก
นายกรัฐมนตรีระบุว่า สถานการณ์โลก โดยเฉพาะความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาพลังงานและเสถียรภาพเศรษฐกิจ ทำให้รัฐบาลจำเป็นต้องปรับแนวทางบริหารงบประมาณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ภายใต้ข้อจำกัดด้านทรัพยากร
ดังนั้น การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะเน้น “การตัดลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น” พร้อมทั้งรักษาวินัยการเงินการคลัง และเสถียรภาพเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว
ดันแนวคิด “ตรงเป้า–แม่นยำ” และ Zero-based Budgeting
รัฐบาลกำหนดแนวทางจัดทำงบประมาณโดยยึดหลัก “ตรงเป้า แม่นยำ” สอดคล้องกับนโยบาย “10 พลัส” และนำแนวคิด Zero-based Budgeting มาใช้ โดยให้ทุกหน่วยงานต้องพิจารณาความจำเป็นของโครงการใหม่อย่างรอบคอบ
ทั้งนี้ การขอรับงบประมาณเพิ่มเติมจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของงบประมาณปีก่อน และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น เพื่อให้เกิดความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
เปิดทางใช้แหล่งเงินทางเลือก ลดภาระงบประมาณ
รัฐบาลยังเน้นให้หน่วยงานภาครัฐพิจารณาใช้แหล่งเงินอื่นนอกงบประมาณ เช่น เงินกู้ การร่วมลงทุนภาครัฐและเอกชน (PPP) และกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อสนับสนุนโครงการลงทุน และลดภาระงบประมาณโดยรวมของประเทศ
สำนักงบประมาณเตรียมเสนอกรอบงบประมาณดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในวันที่ 28 เมษายน 2569 ต่อไป
ย้ำรักษาเสถียรภาพการคลังระยะยาว
นายอนุทินย้ำในที่ประชุมว่า
“การจัดทำงบประมาณปี 2570 จะต้อง “ตรงเป้า แม่นยำ” และตอบโจทย์นโยบาย “10 พลัส” ยึดหลักความคุ้มค่า และZero-based Budgeting พิจารณาความจำเป็น เร่งด่วน และความเหมาะสมของสถานการณ์ และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมทั้งให้พิจารณาถึงความครอบคลุมของทุกแหล่งเงิน โดยมีหลักปฏิบัติว่า การขอรับงบประมาณเพิ่มจะต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของปีที่ผ่านมา และต้องเป็นรายจ่ายลงทุนเท่านั้น”


