ณัฏฐ์ ชี้ ศาล รธน. จ่อชี้ชะตาคดีบัตรเลือกตั้ง กกต. ต้องพิสูจน์ปม ลับไม่ลับ
"ณัฏฐ์" นักกฎหมายมหาชน ชี้ ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมคดีบัตรเลือกตั้ง 21 มี.ค. 69 เผย กกต. มีหน้าที่พิสูจน์ข้อเท็จจริง รหัสพิเศษ หากหลักฐานพอ ศาลอาจงดไต่สวนและตัดสินทันที
ศาลรัฐธรรมนูญรับคำร้องปมบัตรเลือกตั้งชี้ชะตา กกต.
เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 รับคำร้องจากผู้ตรวจการแผ่นดิน กรณีบัตรเลือกตั้ง สส. เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 มีการใช้บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด ซึ่งอาจส่งผลให้การเลือกตั้งไม่เป็นความลับ โดยศาลสั่งให้ผู้เกี่ยวข้องยื่นคำชี้แจงภายใน 15 วัน นั้น
ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม นักกฎหมายมหาชน ระบุว่า คดีนี้เป็นการใช้ระบบไต่สวนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 211 และ พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 เพื่อค้นหาความจริงจากทั้งฝ่ายผู้ร้องและผู้ถูกร้อง
ภาระพิสูจน์ตกที่ กกต. ปมรหัสพิเศษในบัตรเลือกตั้ง
ณัฏฐ์ อธิบายว่าประเด็นหลักคือบัตรสีชมพูมีบาร์โค้ดและบัตรสีเขียวมีคิวอาร์โค้ด ซึ่งผู้ร้องอ้างว่าสามารถตรวจสอบย้อนกลับไปถึงตัวผู้ลงคะแนนได้ หาก กกต. ยอมรับว่ามีรหัสพิเศษจริงแต่ใช้เพื่อความปลอดภัย ภาระการพิสูจน์จะตกอยู่กับ กกต. ทันทีที่จะต้องยืนยันว่าการกระทำดังกล่าวไม่ขัดต่อหลักความลับในการเลือกตั้ง โดยต้องนำบัตรเลือกตั้ง ต้นขั้ว และบัญชีรายชื่อมาพิสูจน์ร่วมกันว่าไม่สามารถระบุตัวตนผู้ใช้สิทธิว่าเลือกใครหรือพรรคใด ซึ่งถือเป็นจุดชี้ขาดสำคัญของคดีนี้
เปิดช่องศาลงดไต่สวนหากพยานหลักฐานเพียงพอวินิจฉัย
สำหรับระยะเวลาพิจารณาคดีนั้น ตามมาตรา 58 วรรคหนึ่ง แห่ง พรป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ ระบุว่าหากศาลเห็นว่าเป็นปัญหาข้อกฎหมายหรือมีพยานหลักฐานเพียงพอ ศาลอาจประชุมปรึกษาเพื่อวินิจฉัยโดยไม่ต้องไต่สวนหรือสั่งยุติการไต่สวนได้ทันที ซึ่งจะทำให้คดีจบลงอย่างรวดเร็ว
ทั้งนี้ ณัฏฐ์ ยังอ้างอิงงานวิจัยดุษฎีนิพนธ์ที่ศึกษาจากยุโรปพบว่าหลายประเทศใช้รหัสพิเศษเพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรและรักษาความสุจริต ซึ่ง กกต. ไทยต้องพิสูจน์เจตนาและความลับให้ชัดเจนต่อศาลต่อไป


