
เสริมรถถังปรามเขมร
...อภิวัจ สุปรีชาวุฒิพงศ์
รถถังจำนวน 20 คัน จากกองพลทหารม้าที่ 2 (พล.ม.2) เข้ามาเตรียมพร้อมที่กรมทหารพรานที่ 23 ค่ายพิทักษ์อุทุมพรเขต อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ ตั้งแต่เช้ามืดวันที่ 9 ก.พ. หลังจากช่วงดึกที่ผ่านมา มีการเสริมปืนใหญ่จำนวนหนึ่งเข้าพื้นที่มาก่อนแล้ว
แม้การเปิดฉากดวลอาวุธหนักระหว่างไทยและกัมพูชา จะสงบลงกว่า 2 วันแล้ว แต่สถานการณ์ก็ยังไม่อาจวางใจได้
“
ฝ่ายกัมพูชาเสริมกำลังเช่นกัน กลัวเราเข้าตี แต่เราก็ยืนยันไปตลอดว่าจะไม่มีการเคลื่อนกำลังโจมตีข้ามดินแดนโดยเด็ดขาด ความตึงเครียดในช่วงนี้เป็นเพราะต่างฝ่ายต่างระแวงกัน ฝ่ายประสานงานในระดับพื้นที่พยายามที่จะหาทางเจรจาทำความเข้าใจ แต่ฝ่ายเขาก็ไม่ยอมเจรจาด้วย เราก็เห็นว่า เจรจาไปก็คงไม่เกิดประโยชน์ เพราะเจรจาระดับพื้นที่ ระดับแม่ทัพเจรจาแล้ว แต่เขาก็ยังโจมตีอีก” แหล่งข่าวจากกองกำลังสุรนารีให้ข้อมูลทำให้ผู้อพยพหนีภัยการปะทะชายแดนเขาพระวิหารมาอยู่ที่ศูนย์อพยพใน อ.กันทรลักษ์ กว่า 2 หมื่นคน และจะยังไม่กลับบ้านจนกว่าสถานการณ์จะสงบ 100%
ไม่เพียงแต่สถานการณ์ด้านเขาพระวิหาร จ.ศรีสะเกษ เท่านั้น ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนตามแนวชายแดน ในพื้นที่ติดกันอย่าง อ.น้ำขุ่น อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี ซึ่งอยู่บริเวณแนวชายแดน ก็กังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไม่น้อย
นายสุรพล สายพันธ์ ผวจ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ผลจากการปะทะทางทหารตามแนวชายแดนไทยกัมพูชา ด้าน จ.ศรีสะเกษ ได้ส่งผลกระทบถึง จ.อุบลราชธานี โดยมีประชาชนอพยพหนีภัยจากการปะทะกันดังกล่าว กว่า 5,000 คน และอีกส่วนประชาชนจาก ต.ศรีวิเชียร และใกล้เคียง มาอาศัยที่โรงเรียนบ้านปะขาว ต.บ้านบุเปือย อ.น้ำยืน อีกกว่า 3,000 คน
นางหนูแดง แสงเนตร ชาวบ้านโนน อ.กันทรลักษ์ ที่ได้อพยพครอบครัวกว่า 5 ชีวิต มาอยู่ในพื้นที่ จ.อุบลราชธานี กล่าวว่า ขณะนี้ชาวบ้านเริ่มล้มป่วยจากสภาพอากาศหนาวเย็นเป็นจำนวนมาก แพทย์ที่มาตั้งศูนย์ดังกล่าวไม่เพียงพอ
“
สมัยก่อนพื้นที่ด้าน อ.น้ำขุ่น ช่องอานม้า อ.น้ำยืน ไปถึงช่องบก อ.บุณฑริก เวลาเกิดการสู้รบกัน ทหารเขมรก็จะบุกเข้ามา ทำให้ชาวบ้านเริ่มหวาดผวาไม่กล้าอยู่ในพื้นที่”ชาวบ้านในพื้นที่บ้านโศกขามป้อม เปิดเผยว่า ตั้งแต่เกิดสถานการณ์สู้รบขึ้น ก็มีการแจ้งข่าวให้ประชาชนในพื้นที่เฝ้าสอดส่องคนแปลกหน้าที่อาจเข้ามาในพื้นที่ ขณะที่นายทหารนายหนึ่งได้ขอตรวจบัตรประจำตัวผู้สื่อข่าวที่เข้าไปยังพื้นที่แนวชายแดน เนื่องจากเกรงว่าอาจเป็นสายลับของฝ่ายกัมพูชาแฝงตัวเข้ามา
“
เห็นมั้ยว่าทำไมฝ่ายกัมพูชาจึงยิงจรวดเข้ามายังพื้นที่ชุมชนเหล่านี้ได้อย่างแม่นยำ สร้างความเสียหายได้มากเช่นนี้ เพราะเขาต้องมีสายลับคอยแจ้งพิกัด รายงานผลการยิง” นายทหารนายหนึ่ง ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ ณ สามแยกบ้านภูมิซรอล กล่าวด้าน พ.อ.อัครภณ ทองสุทธิ์ ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 56 สำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา สั่งการให้กำลังพลลงพื้นที่เยี่ยมเยียนราษฎรและนำถุงยังชีพเข้ามอบให้แก่ผู้ลี้ภัยในเขตพื้นที่ อ.น้ำขุ่น







