
ยอดขาดแคลนครูทะลุ7หมื่นอัตรา
โพสต์ทูเดย์
— โรงเรียนแจ้งยอดขาดแคลนครู 66,094 อัตรา คณิตศาสตร์รั้งแชมป์ 9,426 อัตรา รองลงมาเป็นวิชาภาษาอังกฤษ 8,640 อัตรานายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้สำรวจข้อมูลการขาดแคลนครูของโรงเรียนต่างๆ ตั้งแต่เดือน มิ.ย.ธ.ค. 2553 โดยจำแนกเป็นรายวิชา/สาขาวิชา เพื่อวางแผนในการผลิตพัฒนาครูและดูจำนวนอัตรากำลังครู พบว่า ครูคณิตศาสตร์มีปัญหาขาดแคลนมากที่สุด จำนวน 9,426 อัตรา
รองลงมาครูภาษาอังกฤษขาด 8,640 อัตรา วิทยาศาสตร์ขาด 8,274 อัตรา ภาษาไทยขาด 8,161 อัตรา คอมพิวเตอร์ขาด 6,015 อัตรา ศิลปะขาด 5,830 อัตรา สังคมศึกษาขาด 5,746 อัตรา สุขศึกษาขาด 4,582 อัตรา ปฐมวัยขาด 3,588 อัตรา ครูพัฒนาการศึกษาผู้เรียนขาด 2,731 อัตรา การศึกษาพิเศษขาด 2,050 อัตรา และผู้บริหารสถานศึกษาขาด 1,039 อัตรา รวมทั้งสิ้น 66,094 อัตรา
ทั้งนี้ เมื่อนำข้อมูลขาดแคลนครูที่โรงเรียนรายงานมาเทียบกับเกณฑ์จำนวนครูต่อนักเรียนของสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) พบว่า จำนวนครูขาดแคลนเหลือแค่ 28,486 อัตรา ในส่วนอัตราที่เกินนั้น สพฐ.และโรงเรียนจะหารือร่วมกันอีกครั้ง ส่วนสาเหตุอัตราขาดครูของโรงเรียนเกินกว่า สพฐ.นั้น เพราะส่วนใหญ่ครูในโรงเรียนที่รับจบไม่ตรงกับสาขาวิชาที่ต้องการ จึงผิดฝาผิดตัว
เลขาธิการ กพฐ. กล่าวอีกว่า ขณะนี้ สพฐ.มีพันธกรณีในการดำเนินการเรื่องอัตรากำลังครู 3 เรื่อง คือ 1.สพฐ.ต้องเปิดโอกาสให้ครูผู้ช่วยที่สอบขึ้นบัญชีไว้มีโอกาสได้รับการสอบบรรจุเป็นข้าราชการ 2.สพฐ.ต้องเตรียมอัตราสำหรับรองรับนักเรียนทุน ทั้งที่เป็นทุนจากโครงการส่งเสริมการผลิตครูที่มีความสามารถทางคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (สควค.) จำนวน 400500 อัตรา
รวมถึงต้องสำรองในกรณีมีการโยกย้ายปรับเปลี่ยน และเตรียมไว้รองรับนักศึกษาทั่วไปที่จบปริญญาตรีด้านการศึกษาที่จะต้องร่วมสอบบรรจุข้าราชการ และ 3.เตรียมรองรับนักศึกษาที่จะจบตามโครงการผลิตครูพันธุ์ใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยหลังจากนี้จะต้องเจรจากับ สกอ.ก่อนว่า สพฐ.ต้องเตรียมอัตรารองรับจำนวนเท่าใด







