ไผ่-ธนกฤต ปัดข่าวดีลรัฐบาลล่ม กล้าธรรมยังนิ่ง-ไร้สัญญาณปรับออก
ภูมิใจไทยเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล 300 เสียง ไร้ “กล้าธรรม” แม้มี 58 สส. เหตุขัดแย้งพื้นที่–อำนาจต่อรองสูง กางสูตรแบ่ง ครม. ตามสัดส่วน 10 ต่อ 1
KEY
POINTS
- ไผ่ ลิกค์ และ ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ ผู้บริหารพรรคกล้าธรรม ปฏิเสธกระแสข่าวที่พรรคจะไม่ถูกเชิญเข้าร่วมรัฐบาล โดยยืนยันว่ายังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ
- มีรายงานข่าวว่าพรรคภูมิใจไทยอาจไม่ดึงพรรคกล้าธรรมร่วมรัฐบาล เนื่องจากเป็นคู่แข่งทางการเมืองในพื้นที่ มีฐานเสียงทับซ้อน และมีอำนาจต่อรองสูงจากจำนวน สส. 58 ที่นั่ง
- ปัญหาสำคัญที่ทำให้การเจรจาไม่ลงตัว มาจากการที่พรรคกล้าธรรมต้องการดูแลกระทรวงเกรดเออย่างกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงการท่องเที่ยวฯ ซึ่งเป็นกระทรวงยุทธศาสตร์ที่พรรคภูมิใจไทยต้องการเช่นกัน
รายงานความคืบหน้าการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดมีกระแสข่าวสะพัดถึงความชัดเจนว่า พรรคภูมิใจไทยตัดสินใจไม่เชิญ "พรรคกล้าธรรม" เข้าร่วมรัฐบาล แม้จะมีสัดส่วน สส. ถึง 58 ที่นั่ง โดยมีสาเหตุหลักมาจากความขัดแย้งเชิงพื้นที่ในช่วงการเลือกตั้งที่ผ่านมา ซึ่งมีการแข่งขันกันอย่างรุนแรงในหลายเขตจนทำให้ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยต้องพ่ายแพ้
นอกจากปัจจัยด้านการแข่งขัน พรรคแกนนำยังมองว่าพรรคกล้าธรรมเป็นคู่แข่งยุทธศาสตร์ในระยะยาว เนื่องจากมีฐานเสียงและวิธีการทำงานในพื้นที่ที่ใกล้เคียงกัน ประกอบกับจำนวน 58 ที่นั่ง ถือเป็นอำนาจต่อรองที่สูงเกินไป ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพของรัฐบาลและการจัดสรรโควตารัฐมนตรีตามสูตร "10 สส. ต่อ 1 ตำแหน่ง" หากดึงเข้าร่วมจะทำให้สัดส่วนเฉลี่ยบิดเบือน และกระทบต่อความหวังของ "บ้านใหญ่" ในพรรคภูมิใจไทยที่รอคิวรับตำแหน่งอยู่เช่นกัน
"ไผ่ ลิกค์ - ธนกฤต" ประสานเสียงไม่ทราบข่าว
ด้านความเคลื่อนไหวจากฝั่งพรรคกล้าธรรม เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 ก.พ. 69 นายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค เปิดเผยว่าตนเองยังไม่ทราบเรื่องการปิดดีลรัฐบาล 300 เสียงโดยไม่มีพรรคกล้าธรรม เนื่องจากขณะนี้เดินทางอยู่ต่างประเทศ
สอดคล้องกับ นายกองตรี ธนกฤต จิตอารีย์รัตน์ โฆษกพรรคกล้าธรรม ที่ระบุว่ายังไม่ได้รับสัญญาณใดๆ จากผู้ใหญ่หรือคณะกรรมการบริหารพรรค โดยยืนยันว่าทุกอย่างยังคงเป็นไปตามที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค เคยให้ข้อมูลกับสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ และขณะนี้ยังไม่มีความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ
แบ่งเค้ก ครม.อนุทิน2 สูตร"10 สส. ต่อ 1 เก้าอี้" ล็อกสมดุลอำนาจ
สำหรับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีเบื้องต้น ยึดหลักการสร้างความเป็นธรรมและคุมสมดุลอำนาจด้วยสูตร "10 สส. ต่อ 1 โควตารัฐมนตรี" ส่งผลให้สัดส่วนเป็นดังนี้:
- พรรคภูมิใจไทย (193 เสียง): ได้โควตา 19 ตำแหน่ง
- พรรคเพื่อไทย (74 เสียง): ได้โควตา 7 ตำแหน่ง
- พรรคร่วมขนาดเล็ก (ไทรวมพลัง, พลังประชารัฐ, ประชาชาติ): แบ่งโควตาที่เหลือ 4 ตำแหน่ง
กั้น 5 "โควตากลาง" ดึงมือโปรคุมเศรษฐกิจ
ไฮไลต์สำคัญของการจัดทัพครั้งนี้คือการเปิดทางให้ "คนนอก" ที่เป็นมืออาชีพเข้ามานั่งตำแหน่งยุทธศาสตร์ในฐานะโควตากลาง 5 ตำแหน่ง เพื่อสร้าง "ทีมเศรษฐกิจรวมศูนย์" ได้แก่
- บวรศักดิ์ อุวรรณโณ: รองนายกรัฐมนตรี (กฎหมาย)
- สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว: รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ
- เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ: รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง
- ศุภจี สุธรรมพันธุ์: รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์
- รมว.พลังงาน: อยู่ระหว่างการทาบทามบุคคลที่เหมาะสม


