"มานิตย์"กางคำวินิจฉัยศาลรธน.ช่วยผู้พิการลงคะแนนไม่เปิดเผยถือว่าลับ
รศ.ดร.มานิตย์ จุมปา หยิบยกคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญปี 61 ชี้ชัดการอำนวยความสะดวกให้ผู้พิการ-ผู้สูงอายุลงคะแนนเลือกตั้ง ไม่ขัดหลักการ 'โดยตรงและลับ' ตราบใดที่ยึดเจตนาผู้ใช้สิทธิและไม่เปิดเผยผลต่อสาธารณะ
KEY
POINTS
- ยันหลักความเท่าเทียม: การให้บุคคลอื่นหรือกรรมการช่วยลงคะแนนให้ผู้พิการ/ผู้สูงอายุ เป็นการคุ้มครองสิทธิทางการเมืองตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 27 และอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ
- นิยาม 'โดยตรง-ลับ': ศาลรัฐธรรมนูญชี้ว่า "โดยตรง" คือการตัดสินใจด้วยตนเอง ส่วน "ลับ" คือการไม่เปิดเผยผลการเลือกต่อสาธารณะ แม้จะมีผู้ช่วยในคูหาก็ไม่ถือว่าผิดหลักการ
- เงื่อนไขสำคัญ: กระบวนการช่วยเหลือต้องเป็นไปตามเจตนาของผู้ใช้สิทธิ และรัฐต้องมีมาตรการป้องกันการบิดเบือน เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ยุติธรรมของการเลือกตั้ง
รศ.ดร.มานิตย์ จุมปา อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เผยแพร่ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว อ้างถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561 กรณีข้อสงสัยเกี่ยวกับร่าง พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. ในประเด็นการช่วยเหลือผู้พิการ ทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุในการลงคะแนนเสียง ว่าขัดต่อหลักการเลือกตั้งโดยลับหรือไม่
เปิดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ 3/2561
จากกรณีที่ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่งความเห็นสมาชิกให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยมาตรา 52 วรรคหนึ่ง ของร่างกฎหมายเลือกตั้งฯ ศาลได้วางบรรทัดฐานสำคัญระบุว่า แม้รัฐธรรมนูญ มาตรา 85 จะกำหนดให้การเลือกตั้งต้องเป็นไป “โดยตรงและลับ” แต่ไม่ได้จำกัดวิธีการปฏิบัติจนละเลยสิทธิของผู้มีข้อจำกัดทางร่างกาย
ศาลให้ความหมายของคำว่า “โดยตรง” คือผู้มีสิทธิเลือกตั้งเป็นผู้ตัดสินใจทางการเมืองด้วยตนเอง และ “โดยลับ” คือการไม่เปิดเผยต่อสาธารณะว่าเลือกผู้สมัครรายใด โดยปกติจะทำในคูหามิดชิด
แต่สำหรับผู้พิการหรือผู้สูงอายุที่มีข้อจำกัด การให้บุคคลอื่นช่วยทำเครื่องหมายตามความยินยอมถือเป็นมาตรการอำนวยความสะดวกเพื่อให้เกิดความเสมอภาค
ย้ำตราบใดไม่เปิดเผยผล ถือว่า "ลับ"
บทสรุปของคำวินิจฉัยระบุชัดเจนว่า การช่วยลงคะแนนตามเจตนาของผู้ใช้สิทธิไม่ถือว่าขัดต่อกฎหมาย
“ตราบใดที่ไม่มีการเปิดเผยผลการออกเสียงลงคะแนนของคนพิการหรือทุพพลภาพ หรือผู้สูงอายุต่อสาธารณะ ก็ถือได้ว่าเป็นการออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ”
ทั้งนี้ ศาลเน้นย้ำว่ารัฐต้องกำหนดมาตรการป้องกันการบิดเบือนเจตนา เพื่อให้การใช้สิทธิเป็นไปอย่างอิสระและเป็นธรรมที่สุด


