
คปส.ชงปฏิรูปที่ดิน-ทรัพยากร5ด้าน
คสป.ชงข้อเสนอปฏิรูปที่ดินและทรัพยากร 5 ด้าน จี้รัฐบาลดัน กม.ภาษีที่ดิน คุมเข้มเหมืองแร่เข้ามาตรา 67
คสป.ชงข้อเสนอปฏิรูปที่ดินและทรัพยากร 5 ด้าน จี้รัฐบาลดัน กม.ภาษีที่ดิน คุมเข้มเหมืองแร่เข้ามาตรา 67
นายนิพนธ์ พัวพงศกร คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสป.ได้สรุปร่างข้อเสนอของสมัชชาเพื่อแก้ปัญหาความไม่เป็นธรรมและความเหลื่อมล้ำของสังคม ในการปฏิรูปโครงสร้างการจัดการที่ดินและทรัพยากร 5 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรที่ดิน ชายฝั่ง ลุ่มน้ำ เหมืองแร่ และการคืนความเป็นธรรมให้กับประชาชน โดยจะเสนอเข้าสู่ที่ประชุมสมัชชาแห่งชาติที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน ในวันที่ 24-26 มี.ค.นี้
นายนิพนธ์ กล่าวว่า ข้อเสนอเรื่องการจำกัดสิทธิการถือครองที่ดิน 50 ไร่ และการจัดเก็บภาษีที่ดินในอัตราก้าวหน้าจะต้องผ่านความเห็นชอบจากประชาชนเสียงส่วนใหญ่ก่อน ซึ่งขณะนี้ยังมีความเห็นต่างในที่ประชุมสมัชชาฯ จากนั้นจึงจะเข้าสู่กระบวนการรัฐสภาเพื่อออกเป็นกฎหมายต่อไป โดยเชื่อว่านักการเมืองจะต้องรับฟังข้อเสนอของประชาชน
“ยอมรับว่าการออกกฎหมายภาษีที่ดินเป็นเรื่องยาก ซึ่งในอดีตเคยมีความพยายามที่จะผลักดันเรื่องนี้ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะมีกลุ่มผลประโยชน์ที่ไม่เห็นด้วย ดังนั้น คสป.จึงอยากเรียนร้องให้รัฐบาลผลักดันเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐสภาสมัยนี้ให้ได้ก่อนที่จะมีการยุบสภา เพื่อยืนยันว่ารัฐบาลสามารถนำนโยบายไปปฏิบัติได้จริงตามที่เคยหาเสียงไว้” นายนิพนธ์ กล่าว
นายนิพนธ์ กล่าวว่า ที่ประชุม คสป.ได้มีการเสนอให้จัดระบบฐานข้อมูลที่ดินทั่วประเทศ โดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและจัดสรรงบประมาณลงสู่ชุมชน เพราะถึงแม้โครงการของรัฐกำลังดำเนินการอยู่ แต่ก็ไม่เป็นที่ยอมรับของประชาชน
“ขณะนี้ทราบว่าทาง พอช.ได้ร่วมกับประชาชนในการนำเทคโนโลยีแผนที่ดาวเทียมไปสำรวจเขตพื้นที่เกษตรกรรมและการถือครองสิทธิของประชาชนในตำบลนำร่อง 20 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งหาก คสป.อาจจะเจียดงบประมาณส่วนหนึ่งให้ พอช.ดำเนินการต่อไป เพราะหากมีฐานข้อมูลพื้นที่ที่ชัดเจนจะช่วยให้โครงการพัฒนาต่างๆ ของรัฐเข้าถึงประชาชนได้อย่างตรงเป้าหมายมากขึ้น” นายนิพนธ์ กล่าว
ทั้งนี้ ร่างข้อเสนอของ คสป.เรื่องการปฏิรูปโครงสร้างการจัดการที่ดิน เช่น เพิ่มกระบวนมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการพิสูจน์สิทธิเพื่อควบคุมป้องกันไม่ให้นายทุนเข้ามาครอบครอง จัดระบบฐานข้อมูลที่ดิน เปิดเผยชื่อผู้การถือครองที่ดินทั่วประเทศ การเร่งรัดออก พ.ร.บ.โฉนดชุมชน การเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า จัดตั้งธนาคารที่ดิน แก้ไขกฎหมายป่าไม้ทุกฉบับ เป็นต้น
นอกจากนี้ การปฏิรูปโครงสร้างการจัดการเหมืองแร่มีข้อเสนอที่สำคัญ เช่น กำหนดให้การทำเหมืองแร่ทุกประเภทและทุกขนาดต้องเป็นโครงการที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพอย่างรุนแรง ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 67 วรรคสอง ส่งเสริมให้ประชาชนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปตรวจสอบติดตามการทำงานของผู้ประกอบการ ปรับปรุงระบบการจัดเก็บรายได้จากสัมปทานเหมืองแร่ที่เหมาะสม มีการแบ่งสรรรายได้ที่เป็นธรรมระหว่างรัฐ อปท. และชุมชนท้องถิ่น รวมทั้งให้ชะลอการอนุญาตประทานบัตรทั้งหมดไว้ก่อนจนกว่าจะแก้ไขปรับปรุงตามข้อเสนอ







